
ธีรภัทร-ยศกร-ธนกฤต ติดโผลุ้นแข้งเยาวชนยอดเยี่ยมแห่งปี สะท้อนอนาคตใหม่ของทีมชาติไทย U23
สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศรายชื่อ 3 นักเตะดาวรุ่งที่มีชื่อลุ้นรางวัล นักฟุตบอลเยาวชนยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ YOUNG PLAYER OF THE YEAR 2025/26 ในงาน FA Thailand Awards ประจำฤดูกาล 2025/26 โดยรายชื่อผู้เข้าชิงประกอบด้วย ธีรภัทร ปรือทอง, ยศกร บูรพา และ ธนกฤต โชติเมืองปัก สามแข้งทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ทำผลงานโดดเด่นตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ การประกาศรายชื่อครั้งนี้ได้รับความสนใจจากแฟนบอลไทยอย่างมาก เพราะทั้งสามคนต่างมีเส้นทางและจุดเด่นแตกต่างกัน ธีรภัทรกำลังเติบโตในเวทีญี่ปุ่นกับคอนซาโดเล่ ซัปโปโร, ยศกรคือกองหน้าที่มีผลงานยิงและแอสซิสต์น่าจับตา ส่วนธนกฤตเป็นดาวรุ่งจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีส่วนร่วมกับความสำเร็จระดับแชมป์ของสโมสรอย่างชัดเจน
รางวัลนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเชิดชูผลงานส่วนบุคคลของนักเตะดาวรุ่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนภาพใหญ่ของระบบพัฒนาเยาวชนไทยที่กำลังถูกจับตามองมากขึ้น เพราะฟุตบอลไทยจำเป็นต้องมีผู้เล่นรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับไทยลีก ทีมชาติไทย U23 และทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคต สำหรับแฟนบอลที่ต้องการเข้าใจภาพรวมของระบบการแข่งขัน ลีกอาชีพ ฟุตบอลเยาวชน ทีมชาติไทย และเส้นทางของนักเตะไทยสู่เวทีเอเชีย สามารถศึกษาเพิ่มเติมผ่านบทความ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย ซึ่งช่วยให้เห็นว่า การแจ้งเกิดของนักเตะดาวรุ่งหนึ่งคนไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับโครงสร้างลีก โอกาสลงสนาม ระบบสโมสร และการพัฒนาทีมชาติในระยะยาว
รางวัลเยาวชนยอดเยี่ยม วัดมากกว่าฟอร์มในสนาม
รางวัลนักฟุตบอลเยาวชนยอดเยี่ยมแห่งปี 2025/26 มีความหมายมากกว่าการมอบรางวัลให้ดาวรุ่งที่ทำประตูหรือแอสซิสต์ได้เยอะที่สุด เพราะเกณฑ์การพิจารณาครอบคลุมทั้งผลงานในสนาม ความสม่ำเสมอ ระเบียบวินัย และความประพฤติทั้งในและนอกสนาม นี่คือรายละเอียดสำคัญที่สะท้อนแนวคิดของฟุตบอลยุคใหม่ เพราะนักเตะเยาวชนที่ดีไม่ได้วัดกันแค่ความสามารถเฉพาะตัว แต่ต้องมีทัศนคติที่พร้อมเติบโตเป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัวด้วย
สำหรับสามผู้เข้าชิงในปีนี้ ทุกคนต่างมีคุณสมบัติที่น่าสนใจในแบบของตัวเอง ธีรภัทรมีจุดเด่นเรื่องการปรับตัวกับฟุตบอลต่างแดนตั้งแต่อายุยังน้อย ยศกรมีสัญชาตญาณกองหน้าที่จับต้องได้จากตัวเลขผลงาน ส่วนธนกฤตแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการแข่งขันกับทีมใหญ่ที่มีความกดดันสูง การที่ทั้งสามคนถูกเลือกเข้ามาอยู่ในลิสต์เดียวกัน จึงทำให้รางวัลปีนี้มีสีสันมาก เพราะไม่ใช่การแข่งกันระหว่างนักเตะสไตล์เดียวกัน แต่เป็นการวัดคุณค่าของดาวรุ่งคนละมิติ ซึ่งแฟนบอลถกกันได้ยาวแบบไม่ต้องรอ VAR
ธีรภัทร ปรือทอง ดาวรุ่งไทยที่กำลังเติบโตในญี่ปุ่น
ชื่อของ ธีรภัทร ปรือทอง เป็นหนึ่งในรายชื่อที่แฟนบอลไทยให้ความสนใจมากที่สุด เพราะเขาคือแนวรุกวัย 19 ปีจาก คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่กำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในฟุตบอลญี่ปุ่น โดยฤดูกาลที่ผ่านมา เจ้าตัวลงสนามให้ต้นสังกัดในเวทีเจลีก วิสัยทัศน์ 100 ปี รวม 18 นัด ยิง 2 ประตู และทำ 5 แอสซิสต์ พร้อมก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทย U23 อย่างต่อเนื่อง แม้อายุยังไม่ถึง 20 ปี
สิ่งที่ทำให้ธีรภัทรน่าสนใจไม่ใช่เพียงตัวเลขผลงาน แต่คือบริบทของการไปเติบโตในสภาพแวดล้อมฟุตบอลญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องวินัย ความเข้มข้นในการฝึกซ้อม และรายละเอียดทางแท็กติก การที่นักเตะไทยอายุน้อยสามารถยืนระยะและมีส่วนร่วมกับทีมได้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่ออนาคตของฟุตบอลไทย เพราะประสบการณ์ต่างแดนจะช่วยยกระดับทั้งความเร็วในการตัดสินใจ ความแข็งแรง และความเข้าใจเกม หากธีรภัทรสามารถต่อยอดได้ดี เขาอาจกลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมชาติไทยในอนาคต และเป็นแรงบันดาลใจให้นักเตะรุ่นใหม่กล้าออกไปทดสอบตัวเองนอกประเทศมากขึ้น
ยศกร บูรพา กองหน้าที่ตอบโจทย์ด้วยตัวเลขผลงาน
ในกลุ่มผู้เข้าชิงปีนี้ ยศกร บูรพา คือผู้เล่นที่มีตัวเลขเกมรุกเด่นมาก โดยฤดูกาลที่ผ่านมาเจ้าตัวลงเล่นรวม 25 นัดทุกรายการ ทั้งช่วงค้าแข้งกับ ฮั่วกัง ยูไนเต็ด ในเอสลีก สิงคโปร์ และกับ ชลบุรี เอฟซี ในช่วงเลกสอง พร้อมทำได้ 11 ประตู และ 7 แอสซิสต์ นอกจากนี้ยังเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทย U23 ในศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก และฟุตบอลชายซีเกมส์
ตำแหน่งกองหน้าคือหนึ่งในพื้นที่ที่ฟุตบอลไทยต้องการผู้เล่นรุ่นใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพราะการมีหัวหอกที่จบสกอร์ได้จริงเป็นสิ่งที่ทุกทีมต้องการ ยศกรจึงเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากเป็นพิเศษ เขาไม่ได้มีดีแค่การยิงประตู แต่ตัวเลขแอสซิสต์ยังสะท้อนว่าเจ้าตัวสามารถมีส่วนร่วมกับเกมรุกในหลายมิติ ไม่ใช่กองหน้าที่ยืนรอบอลอย่างเดียว การผ่านประสบการณ์ทั้งในลีกต่างประเทศและฟุตบอลไทยยังช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับพัฒนาการของเขา หากรักษาความเฉียบคมและพัฒนาร่างกายให้พร้อมสำหรับเกมระดับสูงได้ต่อเนื่อง ยศกรมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ทีมชาติไทยฝากความหวังได้ในอนาคต
ธนกฤต โชติเมืองปัก ดาวรุ่งแชมป์จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
อีกหนึ่งชื่อที่น่าจับตามองคือ ธนกฤต โชติเมืองปัก มิดฟิลด์ดาวรุ่งจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ลงสนามตลอดฤดูกาลรวม 27 นัด ทำได้ 7 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ และมีส่วนสำคัญช่วยทีมคว้า 3 แชมป์ ทั้งไทยลีก, ช้าง เอฟเอ คัพ และสโมสรอาเซียน รวมถึงได้รับโอกาสลงเล่นให้ทีมชาติไทย U23 อย่างต่อเนื่องในหลายทัวร์นาเมนต์สำคัญ
จุดที่ทำให้ธนกฤตมีน้ำหนักในรางวัลนี้ คือการเป็นดาวรุ่งที่เติบโตภายใต้สภาพแวดล้อมของทีมระดับแชมป์ ซึ่งมีการแข่งขันภายในสูงมาก นักเตะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทุกคนต้องรับมือกับความกดดันเรื่องผลการแข่งขัน การแย่งตำแหน่ง และมาตรฐานที่ต้องรักษาในทุกนัด การที่ธนกฤตสามารถมีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่และสร้างผลงานเป็นรูปธรรมได้ จึงสะท้อนถึงความพร้อมทั้งด้านฝีเท้าและสภาพจิตใจ มิดฟิลด์ยุคใหม่ต้องเล่นได้มากกว่าการคุมเกม ต้องเติมเกม ทำประตู ช่วยเพรสซิ่ง และปรับตัวตามแท็กติกได้ ธนกฤตแสดงให้เห็นคุณสมบัติเหล่านั้นในฤดูกาลที่ผ่านมา และนี่คือเหตุผลที่เขากลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งของรางวัลปีนี้
สามเส้นทาง สามสไตล์ แต่เป้าหมายเดียวกันคือทีมชาติไทย
สิ่งที่ทำให้รายชื่อผู้เข้าชิงทั้งสามคนมีความน่าสนใจ คือพวกเขาไม่ได้เติบโตมาจากเส้นทางเดียวกัน ธีรภัทรกำลังเรียนรู้ฟุตบอลญี่ปุ่น ยศกรผ่านทั้งประสบการณ์ต่างแดนและฟุตบอลไทย ส่วนธนกฤตเติบโตกับสโมสรที่มีมาตรฐานแชมป์อย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่ปลายทางของทั้งสามคนมีจุดร่วมเดียวกันคือการเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทย U23 และอาจต่อยอดสู่ทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคต
ทีมชาติไทยในช่วงต่อไปจำเป็นต้องมีนักเตะรุ่นใหม่ที่ผ่านประสบการณ์หลากหลาย เพราะฟุตบอลระดับนานาชาติต้องการผู้เล่นที่ปรับตัวเร็ว เล่นได้หลายแท็กติก และรับแรงกดดันได้ดี การมีดาวรุ่งที่เติบโตจากบริบทต่างกันจึงเป็นข้อดีของทีมชาติ เพราะโค้ชสามารถเลือกใช้งานตามสถานการณ์ได้มากขึ้น ธีรภัทรอาจตอบโจทย์เกมที่ต้องการความสร้างสรรค์ ยศกรเป็นตัวเลือกในพื้นที่จบสกอร์ ส่วนธนกฤตให้พลังและความหลากหลายในแดนกลาง หากทั้งสามคนพัฒนาไปพร้อมกัน ทีมชาติไทยจะมีขุมกำลังอนาคตที่น่าลุ้นไม่น้อย
FA Thailand Awards เวทีเชิดชูคนฟุตบอลไทย
งาน FA Thailand Awards 2025/26 จะจัดขึ้นในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุม Pavilion A ชั้น 8 โรงแรม เดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยภายในงานจะมีการมอบรางวัลรวมทั้งสิ้น 30 สาขา เพื่อเชิดชูบุคลากรในวงการฟุตบอลไทยประจำปี การมีรางวัลสำหรับนักเตะเยาวชนโดยเฉพาะถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ดาวรุ่งเห็นว่าผลงาน ความสม่ำเสมอ และวินัยของพวกเขาถูกมองเห็น
เวทีรางวัลไม่ได้เปลี่ยนอาชีพนักเตะได้ในคืนเดียว แต่สามารถเพิ่มความมั่นใจและย้ำให้เห็นว่าสิ่งที่พวกเขาทำมาตลอดฤดูกาลมีคุณค่า นักเตะดาวรุ่งจำนวนมากต้องผ่านช่วงเวลาที่ไม่ง่าย ทั้งการรอโอกาสลงสนาม การแข่งขันกับรุ่นพี่ และการรับมือคำวิจารณ์ การได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลระดับประเทศจึงเป็นเหมือนหมุดหมายสำคัญของเส้นทางอาชีพ และอาจช่วยผลักดันให้พวกเขายิ่งทำงานหนักขึ้นในฤดูกาลต่อไป
ฟุตบอลไทยต้องการดาวรุ่งที่ได้เล่นจริง ไม่ใช่แค่มีชื่อดี
ประเด็นสำคัญจากรายชื่อผู้เข้าชิงปีนี้ คือทั้งสามคนล้วนมีโอกาสลงสนามและสร้างผลงานจริงในระดับสโมสร ไม่ใช่เป็นดาวรุ่งที่ถูกพูดถึงจากชื่อเสียงอย่างเดียว ธีรภัทรมีเกมในญี่ปุ่น ยศกรมีตัวเลขประตูและแอสซิสต์ชัดเจน ส่วนธนกฤตมีบทบาทกับทีมแชมป์ นี่คือสิ่งที่ฟุตบอลไทยต้องการมากที่สุด เพราะการพัฒนาดาวรุ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากนักเตะไม่มีนาทีแข่งขันมากพอ
ฟุตบอลเยาวชนที่ดีต้องเชื่อมต่อกับฟุตบอลอาชีพอย่างเป็นระบบ สโมสรต้องกล้าให้โอกาส ขณะที่นักเตะต้องพร้อมใช้โอกาสให้คุ้ม การมีดาวรุ่งที่ลงเล่นจริงและทำผลงานได้จริง จะช่วยให้ทีมชาติไทยมีตัวเลือกที่พร้อมมากขึ้น ไม่ใช่ต้องเรียกนักเตะจากชื่อเสียงหรือศักยภาพในอนาคตแบบลอย ๆ เพราะสุดท้ายฟุตบอลระดับสูงวัดกันที่ผลงานในสนาม ไม่ใช่คลิปไฮไลต์ 30 วินาทีที่ตัดมาเฉพาะจังหวะสวย ๆ เท่านั้น
บทสรุป
การที่ ธีรภัทร ปรือทอง, ยศกร บูรพา และ ธนกฤต โชติเมืองปัก มีชื่อลุ้นรางวัลนักฟุตบอลเยาวชนยอดเยี่ยมแห่งปี 2025/26 ถือเป็นข่าวดีของวงการฟุตบอลไทย เพราะทั้งสามคนต่างเป็นตัวแทนของดาวรุ่งคนละรูปแบบ ธีรภัทรสะท้อนเส้นทางนักเตะไทยในต่างแดน ยศกรสะท้อนความหวังในตำแหน่งกองหน้ารุ่นใหม่ ส่วนธนกฤตสะท้อนการเติบโตในระบบทีมใหญ่ที่มีมาตรฐานสูง
ไม่ว่าใครจะคว้ารางวัลในงาน FA Thailand Awards 2025/26 สิ่งที่สำคัญกว่าคือการที่ฟุตบอลไทยเริ่มมีนักเตะอายุน้อยหลายคนก้าวขึ้นมาแข่งขันกันด้วยผลงานจริง หากทั้งสามคนสามารถรักษาพัฒนาการและยกระดับตัวเองต่อไปได้ พวกเขาอาจกลายเป็นแกนหลักของทีมชาติไทย U23 และทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคต รางวัลนี้จึงไม่ใช่แค่ถ้วยส่วนตัวของผู้ชนะ แต่เป็นสัญญาณว่าอนาคตของฟุตบอลไทยยังมีเชื้อไฟอยู่ และถ้าดูแลดี ๆ ไฟชุดนี้อาจลุกเป็นแสงสว่างให้ทีมชาติไทยได้อีกหลายปี
ข่าวบอลไทยที่เกี่ยวข้อง
ชบาแก้ว U17 ได้ลุ้นแค่ไหน วิเคราะห์เส้นทางทีมชาติไทย หลังผลจับสลากชิงแชมป์เอเชียรอบคัดเลือก
บอสฟานแจงชัด ปัดซื้อกิจการโปลิศ เทโร แต่ทำไมข่าวนี้ถึงถูกจับตาทั้งวงการฟุตบอลไทย
หนองบัว พิชญ ได้ กิตติพงศ์ ภูแถวเชือกเฝ้าเสา กับภารกิจพาทีมคืนไทยลีก 1