MongBallThai.com

เกาะกระแสบอลไทยทุกลีก พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และข่าวสารฟุตบอลไทย

ปาร์ค ฮัง ซอ ตั้งเป้าพา พลังกาญจน์ เลื่อนชั้น ย้ำใครตามการซ้อมไม่ทันอยู่ยาก

ปาร์ค ฮัง ซอ ตั้งเป้าพา พลังกาญจน์ เลื่อนชั้น ย้ำใครตามการซ้อมไม่ทันอยู่ยาก

ปาร์ค ฮัง ซอ ตั้งเป้าพา พลังกาญจน์ เลื่อนชั้น ย้ำใครตามการซ้อมไม่ทันอยู่ยาก

ปาร์ค ฮัง ซอ หัวหน้าผู้ฝึกสอน พลังกาญจน์ เอฟซี เปิดเผยความพร้อมของทัพม้าเหล็ก ก่อนเข้าสู่การแข่งขันไทยลีก 2 ฤดูกาล 2026/27 พร้อมประกาศเป้าหมายอย่างชัดเจนว่าต้องการพาทีมเลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดให้ได้ โดยกุนซือชาวเกาหลีใต้เริ่มเข้ามาทำงานกับทีมอย่างเต็มตัวตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม และใช้เวลาตลอดปรีซีซั่นปรับทั้งเรื่องสภาพร่างกาย ระเบียบวินัย รวมถึงรายละเอียดทางแท็กติก เพื่อให้นักเตะสามารถเล่นฟุตบอลตามแนวทางที่เจ้าตัวต้องการ แม้ยอมรับว่าปัจจุบันทีมยังไม่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้เต็มร้อย แต่ทุกวันของการฝึกซ้อมกำลังถูกใช้เพื่อยกระดับความเข้าใจ และทำให้ผู้เล่นตอบสนองต่อมาตรฐานที่กุนซือกำหนดไว้ให้ได้มากที่สุด ก่อนเปิดสนามอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน

สิ่งที่สะท้อนความจริงจังของ ปาร์ค ฮัง ซอ ได้ชัดที่สุดคือคำยืนยันว่า หากนักเตะคนใดไม่สามารถตามระดับการฝึกซ้อมของเจ้าตัวได้ การทำงานร่วมกันในระยะยาวก็อาจเป็นเรื่องยาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายุคใหม่ของ พลังกาญจน์ เอฟซี จะให้ความสำคัญกับทั้งวินัย ความเข้มข้น และการทำงานตามระบบอย่างมาก หลังสโมสรตัดสินใจปรับโครงสร้างและดึงอดีตกุนซือทีมชาติเวียดนามเข้ามาเป็นศูนย์กลางของแผนงานใหม่ โดยมีเป้าหมายใหญ่คือการกลับขึ้นสู่ไทยลีก 1 อีกครั้ง ภารกิจดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองใน การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย เพราะชื่อเสียงของกุนซือเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันความสำเร็จได้ แต่ต้องเปลี่ยนแนวคิดและการฝึกซ้อมให้กลายเป็นผลงานจริงตลอดหนึ่งฤดูกาล

ปาร์ค ฮัง ซอ วางมาตรฐานซ้อมเข้ม ใครตามไม่ทันอาจอยู่ด้วยกันลำบาก

หนึ่งในประเด็นที่ ปาร์ค ฮัง ซอ พูดอย่างชัดเจนก่อนเปิดฤดูกาล คือมาตรฐานในการฝึกซ้อมที่เจ้าตัวกำหนดเอาไว้ โดยกุนซือชาวเกาหลีใต้มองว่า หากมีนักเตะคนใดไม่สามารถตามความเข้มข้นหรือรายละเอียดที่ทีมงานต้องการได้ การทำงานร่วมกันอาจเป็นเรื่องลำบาก ซึ่งคำพูดดังกล่าวสะท้อนว่าการแข่งขันเพื่อพื้นที่ในทีมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวันแข่งขัน แต่เริ่มต้นตั้งแต่สนามฝึกซ้อม

แนวทางนี้สอดคล้องกับเสียงจากนักเตะในทีม โดย ชยพิพัฒน์ สุพรรณเภสัช กองกลางของ พลังกาญจน์ เคยเปิดเผยว่าช่วงปรีซีซั่นภายใต้การทำงานของปาร์คถือเป็นหนึ่งในการฝึกซ้อมที่หนักที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ขณะที่สโมสรเองก็วางเป้าหมายถึงการคว้าแชมป์และเลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดภายในหนึ่งปี

สำหรับทีมที่ต้องการเลื่อนชั้น การสร้างมาตรฐานสูงตั้งแต่ช่วงเตรียมทีมถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการแข่งขันไทยลีก 2 มีทั้งเกมที่ต้องใช้พละกำลัง ความอดทน และการรับมือกับโปรแกรมต่อเนื่องตลอดหลายเดือนดังนั้นความเข้มข้นของการฝึกซ้อมที่ปาร์คนำมาใช้จึงไม่ได้เป็นเพียงการสร้างความฟิต แต่ยังเป็นเครื่องมือคัดกรองว่านักเตะคนใดพร้อมตอบสนองต่อวินัยและระบบของทีม หากไม่สามารถรักษาระดับได้ โอกาสในการเป็นกำลังหลักก็ย่อมลดลงตามไปด้วย

ใช้เวลาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมค่อยๆ จูนทีมตามแนวทางของตัวเอง

ปาร์ค ฮัง ซอ เปิดเผยว่า เจ้าตัวเข้ามาทำงานกับ พลังกาญจน์ เอฟซี ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม และตลอดเวลาที่ผ่านมาทีมได้ดำเนินการฝึกซ้อมตามแผนที่วางเอาไว้ โดยนักเตะทุกคนเริ่มทราบอย่างชัดเจนแล้วว่ากุนซือต้องการให้ทีมเล่นฟุตบอลด้วยรูปแบบใดข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่า ปาร์คเดินทางมาถึงประเทศไทยในวันที่ 10 กรกฎาคม และลงคุมการฝึกซ้อมของทีมทันทีในช่วงเย็นวันเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงความต้องการใช้เวลาปรีซีซั่นอย่างคุ้มค่าที่สุด

แม้จะผ่านการทำงานร่วมกันมาหลายสัปดาห์ แต่เจ้าตัวยอมรับว่า พลังกาญจน์ยังไม่ได้ถูกปรับให้ลงตัวแบบเต็มร้อย โดยเฉพาะเมื่อทีมมีการเปลี่ยนแปลงหลายส่วนและต้องทำให้นักเตะจำนวนมากเข้าใจวิธีการเล่นในทิศทางเดียวกันอย่างไรก็ตาม กุนซือวัยเก๋าไม่ได้คาดหวังว่าทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบในเวลาอันสั้น แต่เลือกใช้การฝึกซ้อมในแต่ละวันค่อยๆ ปรับรายละเอียด ตั้งแต่การยืนตำแหน่ง การเคลื่อนที่ วิธีรับมือเมื่อเสียบอล ไปจนถึงการเล่นร่วมกันเป็นทีม

การมีช่วงปรีซีซั่นยาวพอสมควรจึงช่วยให้ปาร์คสามารถสร้างพื้นฐานก่อนเปิดฤดูกาลได้ และเมื่อการแข่งขันจริงเริ่มต้นขึ้น สิ่งสำคัญคือผู้เล่นต้องสามารถนำสิ่งที่ซ้อมมาตลอดหลายเดือนออกมาใช้ภายใต้แรงกดดันของเกมจริงให้ได้

ยังไม่เต็มร้อย แต่ปาร์คย้ำเฮดโค้ชไม่มีวันพอใจกับทีมตัวเอง

อีกหนึ่งประโยคที่น่าสนใจจาก ปาร์ค ฮัง ซอ คือมุมมองที่ว่า เฮดโค้ชไม่มีทางพอใจในผลงานของทีมตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสะท้อนแนวคิดของกุนซือที่ต้องการเห็นการพัฒนาต่อเนื่อง แม้ทีมจะมีความก้าวหน้าในช่วงปรีซีซั่นแล้วก็ตามสำหรับปาร์ค การยอมรับว่าทีมยังไม่จูนกันเต็มร้อยไม่ได้หมายถึงความไม่พร้อม แต่เป็นการมองว่ารายละเอียดหลายส่วนยังสามารถพัฒนาได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อเหลือเวลาอีกไม่นานก่อนเกมอย่างเป็นทางการ

ความไม่พอใจในมุมของผู้ฝึกสอนจึงเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ทีมไม่หยุดอยู่กับที่ เพราะหากพอใจกับผลงานเร็วเกินไป อาจทำให้มาตรฐานในการฝึกซ้อมลดลง และเมื่อเข้าสู่การแข่งขันจริง ข้อผิดพลาดเล็กๆ สามารถกลายเป็นแต้มที่หายไปได้ทันทีรูปแบบการทำงานนี้ยังเข้ากับภาพของปาร์คที่แฟนฟุตบอลอาเซียนคุ้นเคยในอดีต คือเป็นกุนซือที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียด ความมีวินัย และความพร้อมทางร่างกายของผู้เล่นอย่างมาก

ดังนั้นแม้ช่วงปรีซีซั่นของ พลังกาญจน์ จะเดินมาใกล้ถึงจุดสิ้นสุด แต่สำหรับทีมงานของปาร์ค การเตรียมทีมไม่ได้หยุดในวันที่ลีกเริ่ม เพราะรายละเอียดจะต้องถูกปรับต่อเนื่องตามคู่แข่ง สถานการณ์ และสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละเกมตลอดฤดูกาล

เป้าหมายเดียวของปาร์คคือพาพลังกาญจน์กลับไทยลีก 1

สิ่งที่ ปาร์ค ฮัง ซอ ไม่ได้พูดอย่างคลุมเครือคือเป้าหมายของทีมในฤดูกาล 2026/27 โดยเจ้าตัวยืนยันตรงกันว่า ต้องการพา พลังกาญจน์ เอฟซี เลื่อนชั้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่ฝ่ายบริหารประกาศตั้งแต่ช่วงแต่งตั้งกุนซือชาวเกาหลีใต้เข้ามาทำงานข้อมูลในช่วงก่อนปรีซีซั่นระบุว่า พลังกาญจน์วางเป้าหมายกลับสู่ลีกสูงสุดให้ได้ภายในหนึ่งปี หลังต้องกลับมาลงเล่นในไทยลีก 2 และเลือกใช้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งทีมงานผู้ฝึกสอนและขุมกำลัง เพื่อสร้างทีมที่พร้อมแข่งขันเพื่อพื้นที่เลื่อนชั้นทันที

ความคาดหวังดังกล่าวทำให้ฤดูกาลแรกของปาร์คในประเทศไทยเต็มไปด้วยแรงกดดัน เพราะการเลื่อนชั้นจากไทยลีก 2 ไม่ใช่ภารกิจง่าย แม้จะมีทีมงานและนักเตะที่มีคุณภาพก็ตามแต่ละสโมสรต้องรักษาความสม่ำเสมอให้ได้ตลอดฤดูกาล และยังต้องรับมือทั้งสภาพสนาม เกมเยือน โปรแกรมต่อเนื่อง รวมถึงคู่แข่งที่มีเป้าหมายเดียวกันหลายทีม

ดังนั้นเป้าหมายเลื่อนชั้นจึงไม่ได้ถูกตัดสินจากช่วงต้นฤดูกาลเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าพลังกาญจน์จะสามารถรักษาระดับการเล่นและความแข็งแกร่งได้ยาวนานเพียงใดสำหรับปาร์ค การสร้างทีมให้มีวินัยและมาตรฐานสูงตั้งแต่ปรีซีซั่นคือจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่จะพิสูจน์ว่าแนวทางดังกล่าวประสบความสำเร็จหรือไม่ คืออันดับของทีมเมื่อฤดูกาลเดินเข้าสู่ช่วงสำคัญ

พลังกาญจน์ปรับทีมครั้งใหญ่เพื่อรองรับฟุตบอลในแบบของกุนซือเกาหลี

การเข้ามาของ ปาร์ค ฮัง ซอ ไม่ได้หมายถึงเพียงการเปลี่ยนชื่อหัวหน้าผู้ฝึกสอน แต่ พลังกาญจน์ เอฟซี เลือกปรับระบบของทีมในหลายด้าน โดยสโมสรประกาศแต่งตั้งปาร์คอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พร้อมเปิดตัวทีมงานสตาฟฟ์ชุดใหม่ ภายใต้แนวคิดที่ต้องการวางรากฐานฟุตบอลของสโมสรในระยะยาวการเริ่มงานด้วยแนวทางที่ชัดเจนทำให้นักเตะทุกคนต้องปรับตัวกับความคาดหวังใหม่ โดยเฉพาะเรื่องการซ้อมที่มีความเข้มข้นสูงและการรักษาวินัยภายในทีม

รายละเอียดหนึ่งที่สะท้อนรูปแบบการบริหารจัดการของกุนซือรายนี้คือการตั้งกติกาเกี่ยวกับความตรงต่อเวลา การขาดซ้อม และพฤติกรรมต่างๆ ภายในทีม พร้อมมีระบบเงินกองกลางสำหรับนักเตะ ซึ่งปาร์คเองเคยนำเงินส่วนตัวจำนวน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐใส่เป็นเงินตั้งต้นให้กับทีมด้วยแม้เรื่องดังกล่าวจะเป็นเพียงรายละเอียดนอกสนาม แต่สามารถสะท้อนแนวคิดเรื่องระเบียบและการสร้างความสัมพันธ์ภายในกลุ่มนักเตะได้ไม่น้อย

เมื่อรวมกับมาตรฐานการฝึกซ้อมที่เข้มข้น จึงเห็นได้ว่าปาร์คกำลังพยายามสร้างทั้งระบบฟุตบอลและวัฒนธรรมภายในทีมไปพร้อมกัน เพื่อให้ผู้เล่นมีความรับผิดชอบต่อทั้งตัวเองและทีมหากแนวทางเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งในสนามได้ พลังกาญจน์ก็มีโอกาสกลายเป็นหนึ่งในทีมที่น่าจับตามองที่สุดในการแข่งขันเพื่อเลื่อนชั้นฤดูกาลนี้

เปิดบททดสอบแรกเยือนพีที สตูล วันที่ 6 กันยายน

บททดสอบอย่างเป็นทางการของ ปาร์ค ฮัง ซอ และ พลังกาญจน์ เอฟซี จะเริ่มต้นในวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. เมื่อทัพม้าเหล็ก ต้องออกไปเยือน พีที สตูล เอฟซี ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ในศึก BYD SEAL 5 League Two ฤดูกาล 2026/27 นัดแรก เกมดังกล่าวจะเป็นโอกาสแรกที่แฟนบอลได้เห็นว่าการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นตลอดหลายสัปดาห์สามารถถูกถ่ายทอดออกมาเป็นรูปแบบการเล่นจริงได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะการออกสตาร์ตด้วยเกมเยือน ซึ่งต้องเจอกับทั้งบรรยากาศของเจ้าถิ่นและแรงกดดันตั้งแต่แมตช์แรก

ฝั่ง พีที สตูล เองก็เตรียมทีมอย่างจริงจัง โดยกุนซือเจ้าถิ่นเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าเหลือรายละเอียดบางส่วนที่ต้องปรับเรื่องความแน่นอนในการเล่น และมีผู้เล่น 11 คนแรกในใจแล้ว ขณะที่ต้องการให้เกมในบ้านเล่นด้วยความดุดันและใช้การเพรสซิ่งสูงสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกมเปิดฤดูกาลอาจกลายเป็นบททดสอบด้านร่างกายและวินัยของ พลังกาญจน์ ทันที เพราะต้องรับมือกับทีมเจ้าถิ่นที่ต้องการใช้พลังของเกมในบ้านสร้างความได้เปรียบ

สำหรับปาร์ค เป้าหมายระยะยาวอาจคือการเลื่อนชั้น แต่ทุกอย่างต้องเริ่มจากการเก็บรายละเอียดทีละเกม และเกมที่สตูลจะเป็นจุดแรกที่บอกได้ว่าม้าเหล็ก ภายใต้ระบบใหม่พร้อมเดินไปตามเป้าหมายที่ประกาศเอาไว้แล้วมากเพียงใด