MongBallThai.com

เกาะกระแสบอลไทยทุกลีก พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และข่าวสารฟุตบอลไทย

ศศลักษณ์ อนันต์ ศุภนันท์ ใครคู่ควรผู้เล่นทรงคุณค่าแห่งปี 2025/26

ศศลักษณ์ อนันต์ ศุภนันท์ ใครคู่ควรผู้เล่นทรงคุณค่าแห่งปี 2025/26

ศศลักษณ์-อนันต์-ศุภนันท์ ใครคู่ควร MVP ไทยลีก เปิดศึกชิงผู้เล่นทรงคุณค่าแห่งปี 2025/26

ศึกชิงรางวัล ผู้เล่นทรงคุณค่าแห่งปี ไทยลีก THAI LEAGUE MOST VALUABLE PLAYER 2025/26 กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่แฟนบอลไทยจับตามองอย่างมาก หลังสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดรายชื่อ 3 แคนดิเดตสุดท้าย ได้แก่ ศศลักษณ์ ไหประโคน จาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, อนันต์ ยอดสังวาลย์ จาก ลำพูน วอริเออร์ และ ศุภนันท์ บุรีรัตน์ จาก การท่าเรือ เอฟซี โดยทั้งสามรายต่างมีผลงานโดดเด่นในฤดูกาลที่ผ่านมา ได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่อง มีตัวเลขผลงานชัดเจน และยังอยู่ในเกณฑ์ด้านความประพฤติทั้งในและนอกสนามตามที่รางวัลกำหนดไว้ ทำให้รางวัลปีนี้ไม่ได้เป็นการวัดแค่ชื่อเสียงของนักเตะ แต่เป็นการวัด “อิมแพกต์จริง” ที่แต่ละคนสร้างให้กับต้นสังกัดตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา

ถ้ามองภาพรวมของ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย รางวัล MVP ไทยลีกปีนี้น่าสนใจมาก เพราะ 3 แคนดิเดตสะท้อนฟุตบอลไทยคนละมิติ ศศลักษณ์คือตัวแทนผู้เล่นทีมแชมป์ที่ครบเครื่องทั้งเกมรับและเกมรุก อนันต์คือผู้เล่นที่มีบทบาทสูงกับทีมที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ส่วนศุภนันท์คือฟูลแบ็กยุคใหม่ที่ทำตัวเลขระดับแนวรุกให้กับทีมรองแชมป์ไทยลีกและแชมป์ลีก คัพ นี่จึงไม่ใช่แค่คำถามว่าใครเก่งที่สุด แต่คือคำถามว่า “คุณค่าของนักเตะหนึ่งคน” ควรถูกวัดจากอะไร ระหว่างถ้วยแชมป์ ความสม่ำเสมอ ตัวเลขส่วนตัว หรือความสำคัญต่อระบบทีม

ศศลักษณ์ ไหประโคน ตัวแทนทีมแชมป์ที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งของไทยลีก

ชื่อของ ศศลักษณ์ ไหประโคน แทบไม่ต้องอธิบายมากสำหรับแฟนบอลไทยลีก เพราะเขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่รักษามาตรฐานระดับสูงกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้อย่างต่อเนื่อง ฤดูกาลที่ผ่านมา ศศลักษณ์ลงสนามให้ “ปราสาทสายฟ้า” รวม 43 นัด เป็นเวลา 3,100 นาที พร้อมทำได้ 3 ประตู และ 11 แอสซิสต์ ตัวเลขนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมากสำหรับผู้เล่นตำแหน่งแบ็กซ้ายหรือวิงแบ็ก โดยเฉพาะเมื่อบวกกับบทบาทสำคัญในการช่วยบุรีรัมย์คว้า 3 แชมป์ ได้แก่ ไทยลีก, เอฟเอ คัพ และอาเซียน คลับ แชมเปี้ยนชิพ

จุดเด่นของศศลักษณ์คือความสมดุล เขาไม่ได้โดดเด่นเฉพาะเกมรับหรือเกมรุกด้านใดด้านหนึ่ง แต่สามารถเล่นได้ครบทั้งสองฝั่งของสนาม การเติมเกมริมเส้น การเปิดบอล การสอดเข้าพื้นที่สุดท้าย และการช่วยป้องกันจังหวะสวนกลับ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่บุรีรัมย์ขาดยากที่สุด

หากรางวัล MVP ให้น้ำหนักกับความสำเร็จของทีม ศศลักษณ์คือแคนดิเดตที่มีภาษีสูงมาก เพราะเขาไม่ได้เป็นแค่ผู้เล่นในทีมแชมป์ แต่เป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญของทีมแชมป์ด้วย พูดง่าย ๆ คือไม่ใช่แค่นั่งรถแห่ แต่ช่วยเติมน้ำมันให้รถแห่วิ่งถึงปลายทางด้วย

อนันต์ ยอดสังวาลย์ ผู้เล่นที่พิสูจน์คุณค่าด้วยผลงานกับลำพูน

อนันต์ ยอดสังวาลย์ อาจไม่ได้อยู่กับทีมลุ้นแชมป์เหมือนอีกสองราย แต่ผลงานของเขากับ ลำพูน วอริเออร์ น่าสนใจอย่างยิ่ง ฤดูกาลที่ผ่านมา อนันต์ลงสนาม 34 นัด ทำได้ 7 ประตู และ 9 แอสซิสต์ พร้อมมีส่วนช่วยให้ลำพูนจบฤดูกาลด้วยอันดับ 12 ของไทยลีกจุดที่ทำให้อนันต์น่าสนใจคือ เขาไม่ได้อยู่ในทีมที่มีขุมกำลังเหนือกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ แต่ยังสามารถสร้างตัวเลขเกมรุกได้อย่างโดดเด่น การยิง 7 ประตู และทำ 9 แอสซิสต์ แสดงให้เห็นว่าเขามีส่วนโดยตรงกับหลายประตูของทีม ไม่ใช่แค่ผู้เล่นที่เล่นดีเป็นบางจังหวะ แต่เป็นคนที่ส่งผลต่อผลการแข่งขันจริง

สำหรับทีมที่ต้องดิ้นรนในตารางไทยลีก ผู้เล่นแบบอนันต์มีค่ามาก เพราะเขาสามารถเปลี่ยนเกมได้ ทั้งการเลี้ยงกินตัว การจ่ายบอลสุดท้าย และการจบสกอร์ด้วยตัวเอง นักเตะประเภทนี้อาจไม่ได้มีถ้วยแชมป์เป็นหลักฐาน แต่มีความสำคัญต่อการอยู่รอดและการเก็บแต้มของทีมอย่างมหาศาลหากมองในมุม “ใครแบกทีมมากที่สุด” อนันต์อาจเป็นชื่อที่น่าเชียร์มาก เพราะตัวเลขของเขาเกิดขึ้นในบริบทที่ยากกว่า การสร้างผลงานกับทีมกลางตารางหรือล่างตารางบางครั้งยากกว่าการเล่นกับทีมใหญ่เสียอีก เพราะโอกาสมีน้อยกว่า พื้นที่เล่นน้อยกว่า และคู่แข่งมักจับตาเขาเป็นพิเศษ

ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ฟูลแบ็กตัวเลขโหดกับฤดูกาลประวัติศาสตร์ของการท่าเรือ

ศุภนันท์ บุรีรัตน์ เป็นอีกหนึ่งแคนดิเดตที่มีเหตุผลหนักแน่นมาก เพราะฤดูกาลที่ผ่านมาเขาลงสนามครบทุกนาทีในไทยลีก และเมื่อนับรวมทุกรายการ ลงเล่น 37 นัด ทำได้ 8 ประตู และ 8 แอสซิสต์ พร้อมช่วยให้ การท่าเรือ เอฟซี จบอันดับ 2 ของไทยลีก และคว้าแชมป์ลีก คัพ ได้สำเร็จตัวเลข 8 ประตู 8 แอสซิสต์ จากผู้เล่นตำแหน่งแบ็กขวาหรือวิงแบ็ก คือสิ่งที่ต้องขีดเส้นใต้หลายรอบ เพราะนี่ไม่ใช่ตัวเลขธรรมดาของแนวรับ แต่ใกล้เคียงกับผู้เล่นเกมรุกหลายคนด้วยซ้ำ ศุภนันท์จึงเป็นภาพแทนของฟูลแบ็กยุคใหม่ที่ไม่ได้มีหน้าที่แค่ป้องกัน แต่ต้องเติมเกม สร้างโอกาส และกลายเป็นอาวุธสำคัญในพื้นที่สุดท้าย

อีกประเด็นที่ทำให้ศุภนันท์โดดเด่นคือความสม่ำเสมอ การลงสนามครบทุกนาทีในไทยลีกสะท้อนทั้งความฟิต ความไว้วางใจจากทีมงาน และความสำคัญต่อระบบของการท่าเรือ นักเตะที่ถูกใช้งานต่อเนื่องระดับนี้ต้องมีทั้งร่างกายที่พร้อมและวินัยการเล่นที่สูงมากหากรางวัล MVP ให้น้ำหนักกับตัวเลขส่วนตัวและความสม่ำเสมอ ศุภนันท์คือหนึ่งในตัวเต็งที่น่ากลัวที่สุด เพราะเขามีทั้งสถิติส่วนตัว ความสำเร็จของทีม และบทบาทชัดเจนตลอดฤดูกาล

วัดกันตรงไหน ใครมีภาษีมากที่สุด

การเลือก MVP ไทยลีกปีนี้ยากมาก เพราะทั้งสามคนมีจุดเด่นต่างกันอย่างชัดเจน ศศลักษณ์ มีภาษีจากความสำเร็จระดับทีมแชมป์ 3 รายการ และผลงานส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมจากตำแหน่งริมเส้นฝั่งซ้าย อนันต์ มีภาษีจากการเป็นผู้เล่นเกมรุกที่สร้างอิมแพกต์สูงกับทีมที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์ ส่วน ศุภนันท์ มีภาษีจากความสม่ำเสมอ ตัวเลขเกมรุกระดับสูง และความสำเร็จกับการท่าเรือ

หากมองจากถ้วยแชมป์ ศศลักษณ์อาจนำอยู่ เพราะบุรีรัมย์ประสบความสำเร็จมากที่สุดในฤดูกาลที่ผ่านมา หากมองจากความสำคัญต่อทีมแบบ “ขาดไม่ได้” อนันต์มีน้ำหนักสูง เพราะลำพูนต้องพึ่งผลงานเกมรุกของเขาไม่น้อย แต่หากมองจากตัวเลขส่วนตัวบวกความสม่ำเสมอ ศุภนันท์ก็แข็งแรงมากจนมองข้ามไม่ได้นี่คือความสนุกของรางวัลปีนี้ เพราะไม่มีใครเข้าชิงแบบมาเติมที่นั่งให้ครบ ทั้งสามคนมีเหตุผลรองรับหมด และแฟนบอลสามารถถกกันได้ยาวตั้งแต่หน้าฟีดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวปิดร้าน

MVP ไทยลีกควรวัดจากอะไร

คำว่า “ผู้เล่นทรงคุณค่า” ต่างจากคำว่า “ผู้เล่นเก่งที่สุด” เพราะคุณค่าของนักเตะไม่ได้อยู่แค่ทักษะเฉพาะตัว แต่รวมถึงผลกระทบที่มีต่อทีม ความสม่ำเสมอ ความสำคัญในเกมใหญ่ และบทบาทที่ทำให้ทีมดีขึ้นกว่าเดิมถ้าวัดจากความสำเร็จรวม ศศลักษณ์คือผู้เล่นที่อยู่ในระบบทีมแชมป์และมีตัวเลขสนับสนุนชัดเจน ถ้าวัดจากความสำคัญต่อทีม อนันต์คือคนที่มีส่วนกับเกมรุกของลำพูนอย่างมาก ถ้าวัดจากความครบเครื่องของฟูลแบ็กยุคใหม่ ศุภนันท์แทบจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดคนหนึ่งของฤดูกาลนี้

นี่จึงเป็นรางวัลที่สะท้อนทิศทางฟุตบอลไทยด้วยว่า ลีกของเรากำลังให้คุณค่ากับผู้เล่นแบบไหน ผู้เล่นทีมแชมป์ที่รักษามาตรฐานสูง ผู้เล่นทีมกลางตารางที่แบกเกมรุก หรือฟูลแบ็กที่ทำตัวเลขระดับแนวรุกพร้อมเล่นครบทุกนาทีคำตอบไม่มีถูกผิดง่าย ๆ แต่ผลรางวัลจะบอกเราว่า ฤดูกาล 2025/26 คณะกรรมการมอง คุณค่า ในมิติไหนมากที่สุด

ทำไมรางวัลนี้ถึงมีแรงดึงแฟนบอล

รางวัลนี้มีแรงดึงแฟนบอลสูง เพราะทั้งสามคนมาจากบริบทที่ต่างกันอย่างชัดเจน แฟนบุรีรัมย์ย่อมมองว่าศศลักษณ์เหมาะสมจากบทบาทในทีมแชมป์ แฟนลำพูนย่อมมองว่าอนันต์ควรได้รับเครดิตจากการสร้างผลงานกับทีมที่ไม่ได้มีขุมกำลังเหนือใคร ส่วนแฟนท่าเรือก็มีเหตุผลเต็มมือในการเชียร์ศุภนันท์จากตัวเลข 8 ประตู 8 แอสซิสต์ และการลงสนามครบทุกนาทีในลีกนอกจากนี้ รางวัล MVP ยังเป็นประเด็นที่แฟนบอลชอบถกเถียง เพราะมันไม่ได้มีคำตอบจากสถิติเพียงตัวเดียว ไม่เหมือนดาวซัลโวที่ดูจำนวนประตูแล้วจบ แต่ MVP ต้องดูหลายมิติ ทั้งคุณภาพ บริบท ความสำเร็จ และอิทธิพลต่อทีม

ยิ่งปีนี้มีทั้งผู้เล่นทีมแชมป์ ผู้เล่นทีมอันดับ 2 และผู้เล่นจากทีมอันดับ 12 มาเจอกัน ยิ่งทำให้การเปรียบเทียบน่าสนใจ เพราะทุกคนมีเรื่องเล่าคนละแบบ เหมือนเมนูอาหารคนละร้าน แต่อร่อยหมดจนกรรมการต้องคิดหนักว่าจะให้ดาวมิชลินกับใคร

FA Thailand Awards เวทีตัดสินรางวัลสำคัญหลังจบฤดูกาล

การประกาศผลรางวัลจะมีขึ้นในงาน FA Thailand Awards 2025/26 วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุม Pavilion A ชั้น 8 โรงแรม เดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อประกาศเกียรติคุณแก่บุคลากรในวงการฟุตบอลด้านต่าง ๆ หลังจบฤดูกาล และปีนี้มีรางวัลรวมทั้งสิ้น 30 สาขาเวทีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงงานมอบรางวัลธรรมดา แต่เป็นการสรุปภาพรวมของฤดูกาลฟุตบอลไทย ว่าใครคือผู้เล่น โค้ช สโมสร หรือบุคลากรที่สร้างผลงานโดดเด่นที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา

สำหรับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าแห่งปี ไทยลีก ความหมายยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ เพราะเป็นรางวัลที่สะท้อนนักเตะที่มีอิมแพกต์ต่อการแข่งขันลีกสูงสุดของประเทศโดยตรง ผู้ชนะรางวัลนี้จะไม่เพียงได้ถ้วยรางวัลส่วนตัว แต่ยังได้สถานะว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างมากที่สุดของไทยลีกฤดูกาล 2025/26

บทสรุป : สามคนสามเหตุผล แต่มีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว

การเข้าชิงของ ศศลักษณ์ ไหประโคน, อนันต์ ยอดสังวาลย์ และ ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ทำให้รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าแห่งปี ไทยลีก 2025/26 เป็นหนึ่งในสาขาที่น่าติดตามมากที่สุดของ FA Thailand Awards ปีนี้ เพราะทั้งสามคนมีผลงานที่ชัดเจนและมีเรื่องเล่าที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงศศลักษณ์มีความสำเร็จกับทีมแชมป์และตัวเลข 3 ประตู 11 แอสซิสต์จาก 43 นัด อนันต์มีผลงาน 7 ประตู 9 แอสซิสต์กับลำพูน วอริเออร์ ส่วนศุภนันท์มีฤดูกาลสุดเข้มข้นกับการท่าเรือ ลงเล่นครบทุกนาทีในไทยลีก และทำรวม 8 ประตู 8 แอสซิสต์จาก 37 นัด

ไม่ว่าผลรางวัลจะออกมาเป็นใคร ทั้งสามคนต่างพิสูจน์แล้วว่าตัวเองมีคุณค่าต่อทีมในแบบของตัวเอง และนี่คือสัญญาณที่ดีของไทยลีก เพราะลีกที่มีผู้เล่นหลายสไตล์ก้าวขึ้นมาแข่งขันรางวัลใหญ่ ย่อมหมายความว่ามาตรฐานการแข่งขันกำลังหลากหลายและเข้มข้นขึ้นวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ แฟนบอลจะได้รู้กันว่าใครคือ MVP ไทยลีกประจำฤดูกาล 2025/26 แต่ก่อนถึงวันนั้น สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนแล้วคือ รางวัลนี้มีเหตุผลให้ถกกันมันแน่นอน และนี่แหละคือเสน่ห์ของฟุตบอลไทยที่ไม่ได้จบแค่ 90 นาทีในสนาม