
ภูวรักษ์ คำสิงห์ เลิกเล่นฟุตบอลอาชีพวัย 19 ปี เลือกเส้นทางอินฟลูเอนเซอร์
ภูวรักษ์ คำสิงห์ หรือ โบ๊ท ลูกชายของ สมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักมวยเหรียญทองโอลิมปิก ตัดสินใจประกาศยุติเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพในวัยเพียง 19 ปี หลังผ่านประสบการณ์กับ นรา ยูไนเต็ด, อุทัยธานี เอฟซี และล่าสุด ขอนแก่น เอฟซี โดยเจ้าตัวเปิดเผยเหตุผลอย่างตรงไปตรงมาว่า รายได้จากการเล่นฟุตบอลในระดับที่ตัวเองได้รับอยู่ไม่เพียงพอต่อการดูแลชีวิตและครอบครัว เมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ที่สามารถสร้างรายได้มากกว่าอย่างชัดเจน แม้ฟุตบอลจะเป็นความฝันตั้งแต่วัยเด็ก และครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยตั้งใจจะเดินบนเส้นทางนี้ไปให้ไกลที่สุด แต่เมื่อถึงจุดที่ต้องเลือกทั้งเรื่องอนาคต ความรับผิดชอบต่อครอบครัว และความมั่นคงด้านรายได้ สุดท้ายจึงตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอจากหลายทีม และเลือกออกจากฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว
การตัดสินใจของ ภูวรักษ์ คำสิงห์ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สะท้อนมุมชีวิตของนักฟุตบอลอาชีพนอกเหนือจากภาพความสำเร็จบนสนาม เพราะไม่ใช่นักเตะทุกคนจะก้าวไปถึงระดับที่สามารถสร้างรายได้สูงหรือมีสัญญาระยะยาวกับสโมสรใหญ่ได้ โดยเฉพาะในระดับลีกล่างซึ่งนักเตะจำนวนหนึ่งต้องเผชิญทั้งการแข่งขันเพื่อโอกาสลงสนาม ความไม่แน่นอนของสัญญา และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ขณะที่ภูวรักษ์ระบุว่าตัวเองเคยได้รับเงินเดือนประมาณ 8,000 บาทจากการเล่นฟุตบอล แต่สามารถสร้างรายได้ระดับหกหลักจากงานอินฟลูเอนเซอร์ จึงมองว่าการเปลี่ยนเส้นทางครั้งนี้ตอบโจทย์ชีวิตมากกว่า แม้จะหมายถึงการปิดฉากหนึ่งในความฝันสำคัญที่เคยพยายามไล่ตามมาตลอดช่วงวัยเด็ก ในอีกมุม เรื่องราวนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย ที่ไม่ได้มีเพียงเกมการแข่งขัน แต่ยังรวมถึงชีวิตของผู้เล่นที่ต้องตัดสินใจอนาคตของตัวเองภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกัน
ภูวรักษ์ คำสิงห์ ปิดฉากฟุตบอลอาชีพหลังหมดสัญญากับขอนแก่น
ภูวรักษ์ คำสิงห์ เปิดเผยผ่าน Kamsing Family Channel ว่า ฤดูกาลที่ผ่านมาเจ้าตัวเล่นให้กับ ขอนแก่น เอฟซี ก่อนที่ปัจจุบันจะไม่มีต้นสังกัด และตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เดินหน้ากับอาชีพนักฟุตบอลต่อไป โดยยืนยันด้วยตัวเองว่าเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพแล้ว หลังพิจารณาถึงทั้งสภาพชีวิต รายได้ และความต้องการของตัวเองในระยะยาว
แม้จะมีสโมสรติดต่อเข้ามาหลายทีมหลังหมดสัญญา แต่ภูวรักษ์เลือกปฏิเสธ เพราะมองว่าตัวเองเดินมาถึงจุดที่รู้สึกเหนื่อยกับเส้นทางดังกล่าว และไม่ต้องการกลับเข้าสู่วงจรเดิมอีกครั้ง การตัดสินใจจึงไม่ได้เกิดจากการไม่มีทีมต้องการตัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเลือกด้วยตัวเองว่าจะเปลี่ยนเส้นทางอาชีพอย่างจริงจัง
เจ้าตัวยังเล่าว่าก่อนหน้านี้เคยหยุดเล่นฟุตบอลไปแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนตัดสินใจกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งกับ นรา ยูไนเต็ด เพราะในช่วงแรกยังรู้สึกสนุกกับการเล่นฟุตบอล แต่เมื่อภาระชีวิตเปลี่ยนไปและต้องช่วยดูแลครอบครัว ความสำคัญของเรื่องรายได้ก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
สุดท้ายความรักในฟุตบอลจึงต้องถูกชั่งน้ำหนักกับความเป็นจริงของชีวิต และสำหรับนักเตะวัย 19 ปีรายนี้ คำตอบในเวลานี้คือการเลือกเส้นทางที่สามารถสร้างความมั่นคงให้ตัวเองและครอบครัวได้มากกว่า
จากความฝันในวัยเด็ก สู่การยอมรับเส้นทางฟุตบอลอาจไม่ตอบโจทย์ชีวิต
ก่อนหน้านี้ ภูวรักษ์ คำสิงห์ เคยพูดอย่างชัดเจนถึงความตั้งใจที่จะพิสูจน์ตัวเองในฐานะนักฟุตบอล โดยไม่ต้องการให้คนรู้จักเพียงเพราะเป็นลูกชายของ สมรักษ์ คำสิงห์ พร้อมเปิดเผยว่าในอดีตเคยผ่านการคัดเลือกฟุตบอลเยาวชน ทั้งกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เมืองทอง ยูไนเต็ด รวมถึงเคยมีประสบการณ์กับทีมชาติระดับเยาวชน
ในเวลานั้นเจ้าตัวยังแสดงความมุ่งมั่นว่าจะพยายามเดินในเส้นทางฟุตบอลให้เต็มที่จนกว่าจะไม่มีทีมให้เล่น ซึ่งสะท้อนว่าความฝันในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพไม่ได้เกิดขึ้นชั่วคราว แต่เป็นสิ่งที่ลงทุนทั้งเวลาและแรงกายมาตั้งแต่วัยเด็ก
ภูวรักษ์ยังเคยมีภาพของนักฟุตบอลระดับโลกอย่าง ซน ฮึง-มิน และ ลิโอเนล เมสซี เป็นแรงบันดาลใจ และเคยวาดฝันถึงการก้าวไปเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียง อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ฟุตบอลอาชีพจริง เจ้าตัวพบว่าช่องว่างระหว่างความฝันกับความเป็นจริงมีรายละเอียดมากกว่าฝีเท้าเพียงอย่างเดียว
การได้รับสัญญาไม่ได้หมายความว่าจะมีรายได้สูงทันที ขณะที่เส้นทางสู่สโมสรระดับบนต้องแข่งขันกับนักเตะจำนวนมาก และไม่มีหลักประกันว่าจะไปถึงจุดที่ต้องการได้เมื่อใดดังนั้น การประกาศเลิกเล่นครั้งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนมุมมองจากวัยเด็กที่เคยมองฟุตบอลเป็นปลายทางสูงสุด ไปสู่การประเมินชีวิตด้วยเงื่อนไขที่เป็นจริงมากขึ้นเมื่อเริ่มมีภาระและความรับผิดชอบต่อครอบครัว
รายได้ฟุตบอลกับอินฟลูเอนเซอร์คือเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจ
ประเด็นที่ ภูวรักษ์ คำสิงห์ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาที่สุดคือเรื่องรายได้ โดยเจ้าตัวเปรียบเทียบว่าการเล่นฟุตบอลต้องฝึกซ้อมและแข่งขันท่ามกลางสภาพอากาศ ทั้งแดดและฝนตลอดเดือน แต่ได้รับค่าตอบแทนประมาณเดือนละ 8,000 บาท ขณะที่การทำงานในฐานะอินฟลูเอนเซอร์สามารถสร้างรายได้ระดับหกหลักได้
ตัวเลขดังกล่าวเป็นประสบการณ์เฉพาะของภูวรักษ์ และไม่สามารถนำไปใช้แทนภาพรวมของรายได้นักฟุตบอลไทยทั้งหมด เพราะค่าตอบแทนของนักเตะแต่ละคนแตกต่างกันตามลีก สโมสร สัญญา ประสบการณ์ และสถานะภายในทีม อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้าตัวแล้ว ความแตกต่างระหว่างรายได้จากสองอาชีพมากเพียงพอที่จะทำให้ต้องกลับมาพิจารณาอนาคตอย่างจริงจัง
ภูวรักษ์มองไปไกลถึงกรณีที่ตัวเองยังเล่นฟุตบอลต่อจนถึงอายุประมาณ 30 ปี และตั้งคำถามว่าจะสามารถมีรายได้มากเพียงพอสำหรับดูแลครอบครัวได้หรือไม่ ก่อนตัดสินใจปรึกษาทั้งนักฟุตบอลรุ่นพี่และผู้เกี่ยวข้องกับสโมสรหลายคน
หลังจากได้รับความคิดเห็นจากคนรอบตัวและประเมินสถานการณ์ด้วยตัวเอง เจ้าตัวจึงเลือกเส้นทางที่มองว่ามีความมั่นคงทางการเงินมากกว่า แม้จะต้องยุติอาชีพที่เคยเป็นความฝันก็ตาม
การตัดสินใจดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จในอาชีพฟุตบอลไม่ได้ถูกประเมินด้วยชื่อเสียงหรือความฝันเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับผู้เล่นจำนวนหนึ่ง รายได้และความสามารถในการดูแลชีวิตประจำวันย่อมเป็นเงื่อนไขสำคัญไม่แพ้กัน
เส้นทางจากนรา ยูไนเต็ด สู่อุทัยธานี ก่อนเล่นให้ขอนแก่น เอฟซี
เส้นทางฟุตบอลอาชีพของ ภูวรักษ์ คำสิงห์ เริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้นเมื่อเจ้าตัวได้รับโอกาสจาก นรา ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2024/25 ซึ่งต้นฉบับระบุว่าเป็นสัญญาฟุตบอลอาชีพครั้งแรก ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเลกสองของฤดูกาลเดียวกัน ด้วยการย้ายไปอยู่กับ อุทัยธานี เอฟซีช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ภูวรักษ์เคยให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดตัวกับ อุทัยธานี ถึงความตั้งใจในการเอาดีกับฟุตบอล และต้องการให้คนมองตัวเองจากผลงานในชื่อภูวรักษ์ คำสิงห์ มากกว่าภาพของการเป็นลูกชายคนดัง
จากนั้นในฤดูกาล 2025/26 เจ้าตัวถูกส่งไปเล่นให้กับ ขอนแก่น เอฟซี ซึ่งกำลังแข่งขันในไทยลีก 3 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทีมมีช่วงหนึ่งของฤดูกาลที่กำลังลุ้นพื้นที่รอบแชมเปี้ยนส์ลีก และหลังผ่าน 17 นัดเคยรั้งอันดับ 3 ของตารางจากผลงานชนะ 9 เสมอ 6 และแพ้ 2
แม้เส้นทางดังกล่าวจะกินเวลาไม่กี่ฤดูกาล แต่ก็ทำให้ภูวรักษ์ได้สัมผัสฟุตบอลอาชีพทั้งในบริบทของทีมระดับไทยลีก 3 และการเข้าไปอยู่กับสโมสรในระดับสูงกว่า ก่อนท้ายที่สุดจะหมดสัญญาและตัดสินใจไม่รับข้อเสนอใหม่จุดสิ้นสุดของเส้นทางจึงเกิดขึ้นเร็วกว่าที่หลายคนคาด เพราะเจ้าตัวยังมีอายุเพียง 19 ปี แต่เป็นการตัดสินใจหลังจากผ่านประสบการณ์จริงในระบบฟุตบอลอาชีพมาแล้วระดับหนึ่ง
แม้หลายทีมติดต่อมา แต่ภูวรักษ์เลือกปฏิเสธเพื่อดูแลครอบครัว
อีกหนึ่งรายละเอียดสำคัญคือ ภูวรักษ์ คำสิงห์ ยืนยันว่าไม่ได้เลิกเล่นเพราะไม่มีทีมสนใจ โดยเจ้าตัวระบุว่าหลังจากไม่มีต้นสังกัดยังมีหลายสโมสรติดต่อเข้ามา แต่เลือกปฏิเสธข้อเสนอเหล่านั้นด้วยตัวเอง เพราะรู้สึกว่าอยากหยุดเส้นทางฟุตบอลไว้เพียงเท่านี้
ปัจจัยสำคัญคือเรื่องครอบครัว โดยภูวรักษ์เล่าว่าเมื่อสมาชิกในครอบครัวมีภารกิจด้านการศึกษา เจ้าตัวต้องเข้ามารับผิดชอบงานและช่วยดูแลพ่อแม่มากขึ้น ทำให้การเลือกอาชีพที่มีรายได้สูงกว่าและสามารถจัดการเวลาของตัวเองได้กลายเป็นเรื่องสำคัญ
สำหรับอาชีพนักฟุตบอล การย้ายไปร่วมสโมสรหนึ่งอาจหมายถึงการต้องเดินทางหรือใช้ชีวิตห่างจากครอบครัว รวมถึงต้องปฏิบัติตามตารางฝึกซ้อมและการแข่งขันอย่างเคร่งครัด ขณะที่ผลตอบแทนจะแตกต่างกันมากตามระดับของทีมและรายละเอียดในสัญญาเมื่อภูวรักษ์มีอีกเส้นทางที่สามารถสร้างรายได้มากกว่าอยู่แล้ว การตัดสินใจเลือกงานอินฟลูเอนเซอร์จึงเป็นสิ่งที่เจ้าตัวมองว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ชีวิตในเวลานี้
อย่างไรก็ตาม การปฏิเสธทีมที่ติดต่อมาไม่ได้หมายความว่าประตูฟุตบอลจะต้องปิดตายตลอดชีวิต เพราะด้วยวัยเพียง 19 ปี อนาคตยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ในสถานะปัจจุบัน ภูวรักษ์ยืนยันอย่างชัดเจนว่าเลือกยุติการเป็นนักฟุตบอลอาชีพแล้ว
ปิดบทหนึ่งในวัย 19 ปี ก่อนเริ่มเส้นทางใหม่ในโลกออนไลน์
การประกาศแขวนสตั๊ดของ ภูวรักษ์ คำสิงห์ แตกต่างจากนักฟุตบอลส่วนใหญ่ตรงที่เกิดขึ้นในช่วงอายุที่ผู้เล่นจำนวนมากเพิ่งกำลังเริ่มต้นสร้างตัวเองในระดับอาชีพ แต่สำหรับเจ้าตัว การได้สัมผัสฟุตบอลจริงและเห็นเงื่อนไขที่ต้องเผชิญทำให้ตัดสินใจได้เร็วว่าต้องการใช้ชีวิตในทิศทางใด
ภูวรักษ์ไม่ได้ปฏิเสธว่าฟุตบอลเคยเป็นความฝัน และไม่ได้ลดคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองเคยทุ่มเท แต่เลือกมองจากสถานการณ์ปัจจุบันว่าการทำงานในโลกออนไลน์ให้ผลตอบแทนและตอบโจทย์ความรับผิดชอบต่อครอบครัวมากกว่า โดย Kamsing Family Channel ที่เจ้าตัวมีส่วนร่วมก็มีฐานผู้ติดตามจำนวนมากอยู่แล้ว ทำให้การเปลี่ยนเส้นทางไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์
เรื่องราวครั้งนี้จึงอาจถูกมองได้หลายมุม ทั้งในฐานะการจากลาของดาวรุ่งที่ครั้งหนึ่งเคยตั้งใจจะพิสูจน์ตัวเองในฟุตบอล หรือเป็นการตัดสินใจของคนวัย 19 ปีที่เลือกอนาคตด้านการเงินและครอบครัวจากทางเลือกที่ตัวเองมีอยู่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ ภูวรักษ์เป็นผู้ตัดสินใจด้วยตัวเองหลังผ่านการปรึกษาคนในวงการและประเมินสถานการณ์แล้ว ไม่ได้รอจนไม่มีโอกาสในฟุตบอลอีกต่อไป เพราะเจ้าตัวยืนยันว่ามีทีมให้ความสนใจอยู่
จากเด็กที่เคยฝันอยากก้าวไปเป็นนักฟุตบอลระดับโลก สู่วันที่ประกาศปิดฉากอาชีพตั้งแต่อายุ 19 ปี เส้นทางของ ภูวรักษ์ คำสิงห์ อาจสั้นกว่าที่เคยวางไว้ แต่เจ้าตัวกำลังเลือกเริ่มต้นบทใหม่บนเส้นทางที่เชื่อว่าจะสามารถสร้างอนาคตให้ตัวเองและครอบครัวได้ดีกว่า
ข่าวบอลไทยที่เกี่ยวข้อง
กฤษกร กระสายเงิน วางปรัชญา บางกอก เอฟซี ต้องดุดันและไม่ยอมแพ้
ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น คืนถิ่นจันทบุรี ลั่นขอพากระต่ายป่าสู้สุดใจ
นักเตะมูลค่าสูงสุด ไทยลีก คคนะยืนหนึ่ง 13 ล้านบาท