
แพร่ ยูไนเต็ด เปิดตัว 2 แข้งใหม่ พร้อมต่อสัญญา 3 ตัวหลัก ฤดูกาล 2026/27
ความเคลื่อนไหวของ แพร่ ยูไนเต็ด ในช่วงตลาดนักเตะก่อนเปิดฤดูกาล 2026/27 กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่แฟนบอลไทยลีก 2 ต้องจับตามอง หลังทัพ “ม้าคะนองศึก” เดินหน้าเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว 2 นักเตะใหม่อย่าง นิพิฐพนธ์ หาดจันทร์ และ เคนโตะ นางาซากิ เข้ามาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ พร้อมขยายสัญญากับ 3 ผู้เล่นเดิม ได้แก่ อำนาจ ภมรประเสริฐ, อาทิตย์ ภีระบรรณ และ ทาคุ อิโตะ ให้อยู่ช่วยทีมต่อในศึก BYD SEAL 5 ลีกสอง ฤดูกาลใหม่ การขยับครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าแพร่ไม่ได้มองแค่การซื้อผู้เล่นใหม่เพื่อสร้างกระแส แต่กำลังวางโครงสร้างทีมด้วยการเติมจุดที่ขาด และรักษาผู้เล่นที่เข้าใจสโมสรเอาไว้พร้อมกัน
ตลาดนักเตะไทยลีก 2 ฤดูกาลนี้เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ หลายทีมเดินหน้าเสริมทัพแบบไม่มีใครยอมใคร แต่สิ่งที่ทำให้แพร่ ยูไนเต็ด น่าสนใจคือการเลือกเดินเกมแบบผสมของใหม่กับของเดิม ไม่ใช่เปลี่ยนทั้งทีมจนแฟนบอลต้องเปิดไลน์อัปแล้วถามว่าใครเป็นใคร หากมองในภาพรวมของ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย ดีลลักษณะนี้สะท้อนว่าทีมในลีกรองเริ่มให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องมากขึ้น เพราะการลุ้นเลื่อนชั้นไม่ได้วัดกันแค่ชื่อชั้นของนักเตะใหม่ แต่ต้องอาศัยระบบทีม ความเข้าใจร่วมกัน และขุมกำลังที่ลึกพอจะยืนระยะตลอดฤดูกาล
นิพิฐพนธ์ หาดจันทร์ หอกใหม่ร่างใหญ่ที่เพิ่มมิติแดนหน้า
หนึ่งในดีลใหม่ที่น่าจับตามองของแพร่ ยูไนเต็ด คือการคว้าตัว นิพิฐพนธ์ หาดจันทร์ ศูนย์หน้าวัย 24 ปี เจ้าของส่วนสูง 191 เซนติเมตร เข้ามาเพิ่มทางเลือกในแดนหน้า โดยเจ้าตัวเริ่มต้นค้าแข้งกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ก่อนถูกส่งไปเก็บประสบการณ์กับ นครศรี ยูไนเต็ด, ร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด และล่าสุดกับ พัทยา ยูไนเต็ด ในรูปแบบยืมตัว ก่อนจะย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของทัพม้าคะนองศึก
การได้กองหน้าร่างสูงเข้ามา ถือเป็นการเสริมที่มีเหตุผลในเชิงแท็กติก เพราะไทยลีก 2 เป็นลีกที่มีเกมปะทะสูง ลูกกลางอากาศ ลูกตั้งเตะ และจังหวะเปิดจากริมเส้นมีผลต่อผลการแข่งขันอย่างมาก นิพิฐพนธ์จึงอาจเข้ามาช่วยเพิ่มทางเลือกในกรอบเขตโทษ ทั้งการพักบอล การชนกับกองหลังคู่แข่ง และการเป็นเป้าหมายในจังหวะครอสบอล
สำหรับแพร่ ยูไนเต็ด การมีศูนย์หน้าประเภทนี้ช่วยให้ทีมไม่จำเป็นต้องเล่นเกมรุกแบบเดียวตลอด 90 นาที หากเกมไหนต่อบอลภาคพื้นดินไม่ได้ผล การโยนบอลเข้าใส่พื้นที่อันตราย หรือใช้กองหน้าร่างใหญ่คอยเก็บบอลให้เพื่อนเติมขึ้นมา ก็อาจเป็นอาวุธสำคัญ โดยเฉพาะเกมที่ต้องเจอคู่แข่งตั้งรับลึกแบบรถบัสจอดสองชั้นจนแทบต้องขอใบอนุญาตขนส่ง
เคนโตะ นางาซากิ ประสบการณ์ไทยลีก 2 ที่แพร่ต้องการ
อีกหนึ่งแข้งใหม่คือ เคนโตะ นางาซากิ ผู้เล่นชาวญี่ปุ่นที่ผ่านประสบการณ์ค้าแข้งมาหลายลีก โดยเคยเล่นกับ ชิซูโอกะ ซังเกียว ในญี่ปุ่น, อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ สิงคโปร์ ก่อนเดินทางเข้ามาค้าแข้งในประเทศไทยกับหลายสโมสร ไม่ว่าจะเป็น ไทยฮอนด้า เอฟซี, เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด, อุทัยธานี เอฟซี, หนองบัว พิชญ เอฟซี และ นครศรี ยูไนเต็ด ก่อนล่าสุดย้ายมาร่วมทีมแพร่ ยูไนเต็ด
จุดน่าสนใจของเคนโตะคือการคุ้นเคยกับฟุตบอลไทยมาแล้วพอสมควร ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบของนักเตะต่างชาติที่ย้ายทีมภายในลีก เพราะไม่ต้องเริ่มปรับตัวใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องสภาพอากาศ สไตล์การเล่น สนามแข่งขัน และความเข้มข้นของลีกรองไทยที่มักมีรายละเอียดเฉพาะตัวสูงมาก
ในมุมของแพร่ การดึงผู้เล่นที่ผ่านหลายสโมสรในไทยเข้ามา อาจช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการปรับตัว และเพิ่มคุณภาพในจังหวะริมเส้นหรือเกมรุกตามบทบาทที่ทีมวางไว้ นักเตะญี่ปุ่นมักมีจุดเด่นเรื่องวินัย ความเข้าใจแท็กติก และการเล่นเป็นระบบ หากเคนโตะสามารถผสมประสบการณ์เหล่านั้นเข้ากับแนวทางของทีมได้เร็ว เขาอาจกลายเป็นตัวเลือกสำคัญที่ช่วยให้เกมรุกของแพร่มีมิติหลากหลายกว่าเดิม
ต่อสัญญา 3 แข้งเก่า สัญญาณว่าทีมไม่เริ่มใหม่จากศูนย์
นอกจากการเปิดตัวนักเตะใหม่ แพร่ ยูไนเต็ด ยังเลือกต่อสัญญากับ 3 ผู้เล่นเดิมอย่าง อำนาจ ภมรประเสริฐ, อาทิตย์ ภีระบรรณ และ ทาคุ อิโตะ ซึ่งถือเป็นการรักษาความต่อเนื่องของขุมกำลังเอาไว้ โดยอำนาจย้ายมาจาก แม่โจ้ ยูไนเต็ด ในช่วงเลกที่ 2 ของฤดูกาลที่ผ่านมา และลงเล่นให้แพร่ ยูไนเต็ด 10 เกม ทำได้ 1 แอสซิสต์
การต่อสัญญาอำนาจอาจไม่ได้เป็นดีลที่เสียงดังที่สุดในตลาด แต่มีความหมายต่อการสร้างทีม เพราะผู้เล่นที่เข้ามาในช่วงเลกสองและได้รับโอกาสต่อเนื่อง มักเป็นคนที่ทีมงานเห็นบางอย่างในแง่ความเหมาะสมกับระบบ ไม่ว่าจะเป็นวินัย ความเข้าใจเกม หรือความสามารถในการเพิ่มความลึกให้ทีม
สำหรับทีมที่ต้องการลุ้นพื้นที่บนของไทยลีก 2 การมีขุมกำลังหมุนเวียนเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะฤดูกาลยาวนานและเต็มไปด้วยเกมกดดัน หากทีมมีเพียงตัวจริงที่แข็ง แต่ตัวสำรองทดแทนไม่ได้ โอกาสสะดุดช่วงกลางถึงท้ายฤดูกาลมีสูง การเก็บผู้เล่นเดิมที่เริ่มเข้าใจทีมไว้ จึงช่วยให้แพร่ไม่ต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่วันแรกของปรีซีซั่น
อาทิตย์ ภีระบรรณ จรวดทางเรียบที่ยังเป็นส่วนสำคัญของม้าคะนองศึก
หนึ่งในผู้เล่นที่แฟนบอลแพร่คุ้นเคยดีคือ อาทิตย์ ภีระบรรณ ซึ่งได้รับการต่อสัญญาอยู่กับทีมต่อไป หลังย้ายกลับมาร่วมทีมเป็นหนที่ 2 เมื่อปี 2024 โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวลงเล่นให้แพร่ ยูไนเต็ด รวมแล้ว 92 เกม ยิง 15 ประตู และทำ 10 แอสซิสต์ ส่วนผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมา ลงเล่นในลีก 22 เกม ทำได้ 2 แอสซิสต์
ตัวเลขรวมของอาทิตย์สะท้อนว่าเขาไม่ใช่ผู้เล่นขาจร แต่เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีความผูกพันและมีบทบาทกับทีมมาพอสมควร การรักษาผู้เล่นประเภทนี้ไว้ช่วยให้สโมสรมีแกนที่เข้าใจบรรยากาศของทีม เข้าใจแฟนบอล และรู้ดีว่าการเล่นให้แพร่ ยูไนเต็ด ต้องใช้ความทุ่มเทมากแค่ไหน
ในไทยลีก 2 ผู้เล่นริมเส้นที่มีความเร็วและประสบการณ์ยังมีความสำคัญเสมอ เพราะหลายเกมต้องอาศัยจังหวะฉีกแนวรับคู่แข่ง หรือการสร้างความแตกต่างจากด้านข้าง การมีอาทิตย์อยู่ต่อจึงทำให้แพร่มีตัวเลือกที่รู้ระบบและพร้อมเป็นอาวุธในเกมที่ต้องการความเร็วเพิ่มขึ้น ยิ่งถ้าเจ้าตัวเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้เต็มที่ เขาอาจกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ช่วยปลุกเกมรุกของทีมได้ในช่วงเวลาสำคัญ
ทาคุ อิโตะ ตัวเก๋าญี่ปุ่นที่ยังมีตัวเลขน่าเชื่อถือ
อีกหนึ่งผู้เล่นที่แพร่ ยูไนเต็ด เลือกต่อสัญญาคือ ทาคุ อิโตะ ริมเส้นชาวญี่ปุ่นที่ย้ายกลับมาร่วมทีมเป็นหนที่ 2 เมื่อปี 2025 โดยเจ้าตัวลงเล่นให้แพร่ ยูไนเต็ด รวมแล้ว 115 เกม ยิง 25 ประตู และทำ 18 แอสซิสต์ ส่วนผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมา ลงเล่นในลีก 28 เกม ยิง 5 ประตู และทำ 2 แอสซิสต์
ตัวเลขของทาคุถือว่าน่าสนใจมาก เพราะเขาเป็นผู้เล่นต่างชาติที่มีประสบการณ์กับทีมสูง และยังคงมีส่วนร่วมกับประตูอย่างต่อเนื่อง การยิง 5 ประตูจากตำแหน่งริมเส้นในฤดูกาลที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าเขายังมีบทบาทในพื้นที่สุดท้าย ไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นที่อยู่ต่อเพราะความคุ้นเคยเท่านั้น
การมีทาคุอยู่ต่อยังช่วยเพิ่มความต่อเนื่องให้เกมรุกของแพร่ เพราะผู้เล่นต่างชาติที่เข้าใจสโมสรและผ่านเกมไทยลีก 2 มาอย่างยาวนาน สามารถช่วยทีมได้ทั้งในสนามและห้องแต่งตัว โดยเฉพาะในช่วงที่ทีมมีผู้เล่นใหม่เข้ามา การมีตัวเก๋าที่รู้จังหวะลีกและสไตล์ของทีมจะช่วยให้นักเตะใหม่ปรับตัวเร็วขึ้น
พูดง่าย ๆ ทาคุคือของเก่าที่ไม่ได้เก่าแบบฝุ่นจับ แต่เป็นของเก่าที่เปิดใช้แล้วยังยิง ยังจ่าย และยังมีประโยชน์กับทีมชัดเจน
แพร่กำลังสร้างทีมแบบสมดุล ไม่ใช่เสริมเพื่อเอากระแส
ภาพรวมของความเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้เห็นว่าแพร่ ยูไนเต็ด กำลังสร้างทีมแบบมีสมดุล ระหว่างการเติมผู้เล่นใหม่ที่ตอบโจทย์ตำแหน่ง และการรักษาผู้เล่นเดิมที่มีประสบการณ์กับทีมไว้ ไม่ใช่ตลาดที่เน้นเปิดตัวเยอะเพื่อเรียกเสียงฮือฮา แต่เป็นการเติมชิ้นส่วนที่น่าจะช่วยให้ทีมมีโครงสร้างแข็งแรงขึ้น
นิพิฐพนธ์เข้ามาเพิ่มมิติแดนหน้าด้วยรูปร่างสูงใหญ่ เคนโตะเข้ามาเพิ่มประสบการณ์และทางเลือกในเกมรุก ส่วนอำนาจ, อาทิตย์ และทาคุ คือกลุ่มผู้เล่นเดิมที่ช่วยให้ทีมไม่ขาดความต่อเนื่อง การเสริมแบบนี้เหมาะกับทีมที่ต้องการยืนระยะในไทยลีก 2 เพราะลีกนี้ไม่ได้ชนะกันด้วยชื่อชั้นอย่างเดียว แต่ต้องมีทีมเวิร์ก ขุมกำลังลึก และความสม่ำเสมอ
สิ่งที่แฟนบอลแพร่คาดหวังหลังจากนี้คือ การเสริมทัพเพิ่มเติมในตำแหน่งที่ยังจำเป็น และการจัดระบบทีมให้ลงตัวก่อนเปิดฤดูกาล หากแพร่สามารถทำให้นักเตะใหม่เข้ากับแกนเดิมได้เร็ว ทีมมีโอกาสกลับมาเป็นหนึ่งในทีมที่สร้างปัญหาให้คู่แข่งได้ตลอดฤดูกาล
ไทยลีก 2 ฤดูกาลใหม่ แพ้ไม่ได้ตั้งแต่ตลาดนักเตะ
ฤดูกาล 2026/27 ของ BYD SEAL 5 ลีกสอง มีแนวโน้มแข่งขันสูงมาก หลายสโมสรเริ่มขยับตัวเร็ว ทั้งทีมที่ต้องการลุ้นเลื่อนชั้น ทีมที่เพิ่งพลาดเป้าหมายจากฤดูกาลก่อน และทีมที่กำลังสร้างโปรเจกต์ใหม่ การเตรียมทีมในตลาดนักเตะจึงกลายเป็นสนามแข่งขันแรกก่อนสนามจริง
แพร่ ยูไนเต็ด เองรู้ดีว่าหากต้องการอยู่ในกลุ่มลุ้นพื้นที่สำคัญ ทีมต้องมีความพร้อมตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น เพราะไทยลีก 2 เป็นลีกที่การออกสตาร์ตมีผลต่อความมั่นใจอย่างมาก หากเริ่มดี ทีมจะเล่นด้วยแรงส่ง แต่หากสะดุดตั้งแต่ต้น แรงกดดันจะเพิ่มขึ้นทันทีแบบไม่ต้องรอถึงเลกสอง
การเสริม 2 ผู้เล่นใหม่และต่อสัญญา 3 ราย จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการวางหมากฤดูกาลใหม่ สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ ทีมจะปิดจุดอ่อนเดิมได้มากแค่ไหน แนวรุกจะเฉียบคมขึ้นหรือไม่ และผู้เล่นเก่ากับใหม่จะประสานงานกันได้เร็วเพียงใด เพราะตลาดนักเตะชนะใจแฟนบอลได้ แต่สนามจริงเท่านั้นที่จะตัดสินว่าดีลเหล่านี้คุ้มค่าหรือไม่
แพร่ขยับเงียบแต่มีแผน ก่อนลุยฤดูกาลใหม่
การเปิดตัว นิพิฐพนธ์ หาดจันทร์ และ เคนโตะ นางาซากิ พร้อมต่อสัญญา อำนาจ ภมรประเสริฐ, อาทิตย์ ภีระบรรณ และ ทาคุ อิโตะ คือความเคลื่อนไหวที่สะท้อนว่า แพร่ ยูไนเต็ด กำลังเตรียมทีมอย่างจริงจังสำหรับศึก BYD SEAL 5 ลีกสอง ฤดูกาล 2026/27นี่ไม่ใช่ดีลเดียวที่เปลี่ยนหน้าทีมทั้งหมด แต่เป็นการขยับที่ช่วยเพิ่มทั้งคุณภาพ ความลึก และความต่อเนื่องของขุมกำลัง นิพิฐพนธ์เข้ามาเพิ่มทางเลือกแดนหน้า เคนโตะเข้ามาเติมประสบการณ์ในเกมรุก ส่วนอำนาจ, อาทิตย์ และทาคุ คือกลุ่มผู้เล่นที่ช่วยรักษาแกนเดิมของทีมไว้
สำหรับแฟนบอลม้าคะนองศึก ข่าวนี้จึงไม่ใช่แค่การประกาศรายชื่อผู้เล่น 5 คน แต่เป็นสัญญาณว่าทีมกำลังวางแผนเพื่อฤดูกาลใหม่อย่างเป็นระบบ หากแพร่สามารถต่อยอดจากการเสริมทัพครั้งนี้ และทำให้ผู้เล่นทั้งหมดเข้ากับแท็กติกได้เร็ว ฤดูกาล 2026/27 อาจเป็นอีกปีที่แพร่ ยูไนเต็ด กลับมาเป็นทีมที่น่าจับตามองในไทยลีก 2
สุดท้าย ตลาดนักเตะยังไม่จบ และคำตอบในสนามยังไม่เริ่ม แต่การขยับครั้งนี้ทำให้เห็นอย่างน้อยหนึ่งอย่างชัดเจนว่า แพร่ ยูไนเต็ด ไม่ได้ยืนดูคู่แข่งเสริมทัพเฉย ๆ แต่กำลังเดินเกมของตัวเองแบบมีชั้นเชิง และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูกาลที่แฟนบอลเมืองแพร่มีสิทธิ์ลุ้นสนุกอีกครั้ง
ข่าวบอลไทยที่เกี่ยวข้อง
ชบาแก้ว U17 ได้ลุ้นแค่ไหน วิเคราะห์เส้นทางทีมชาติไทย หลังผลจับสลากชิงแชมป์เอเชียรอบคัดเลือก
บอสฟานแจงชัด ปัดซื้อกิจการโปลิศ เทโร แต่ทำไมข่าวนี้ถึงถูกจับตาทั้งวงการฟุตบอลไทย
หนองบัว พิชญ ได้ กิตติพงศ์ ภูแถวเชือกเฝ้าเสา กับภารกิจพาทีมคืนไทยลีก 1