MongBallThai.com

เกาะกระแสบอลไทยทุกลีก พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และข่าวสารฟุตบอลไทย

ปาร์ค ฮัง ซอ เกือบไม่รับงาน พลังกาญจน์ ก่อนความจริงใจครอบครัวประธานเปลี่ยนใจ

ปาร์ค ฮัง ซอ เกือบไม่รับงาน พลังกาญจน์ ก่อนความจริงใจครอบครัวประธานเปลี่ยนใจ

ปาร์ค ฮัง ซอ เกือบไม่รับงาน พลังกาญจน์ ก่อนความจริงใจครอบครัวประธานเปลี่ยนใจ

ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือมากประสบการณ์ชาวเกาหลีใต้ กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่ได้รับความสนใจมากที่สุดก่อนเปิดศึกไทยลีก 2 ฤดูกาล 2026/27 หลังตัดสินใจเข้ามารับหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอน พลังกาญจน์ เอฟซี เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ล่าสุด น้องเฌอแตม ลูกสาวของประธานสโมสร ได้เปิดเผยเบื้องหลังการเจรจาที่ทำให้ดีลสำคัญครั้งนี้เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวมีส่วนอย่างมากในการประชุมครั้งแรกที่ประเทศเกาหลีใต้ เพราะกำลังศึกษาอยู่ที่เกาหลีและสามารถสื่อสารภาษาเกาหลีได้ จึงทำหน้าที่คล้ายตัวกลางระหว่างครอบครัวกับอดีตกุนซือทีมชาติเวียดนาม ก่อนที่ความสัมพันธ์จากการพูดคุยครั้งแรกจะค่อยๆ พัฒนาไปสู่ความไว้วางใจ และท้ายที่สุดกลายเป็นการตัดสินใจรับงานกับทัพม้าเหล็ก

เรื่องราวของ ปาร์ค ฮัง ซอ กับ พลังกาญจน์ เอฟซี จึงมีรายละเอียดมากกว่าการเปิดโต๊ะเจรจาระหว่างสโมสรกับกุนซือชื่อดัง เพราะจากคำบอกเล่าของ “น้องเฌอแตม” เจ้าตัวมองว่าช่วงแรกกุนซือชาวเกาหลีใต้อาจไม่ได้มีความตั้งใจอย่างชัดเจนว่าจะรับงานในประเทศไทย แต่ความจริงใจที่สัมผัสได้จากครอบครัวและการพูดคุยอย่างใกล้ชิดมีส่วนทำให้ท่าทีเปลี่ยนไป ก่อนสโมสรประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 พร้อมทีมงานสตาฟฟ์ชุดใหม่ ดีลนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญของ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย เพราะเป็นการนำกุนซือที่เคยสร้างชื่ออย่างมากในฟุตบอลอาเซียนเข้ามาทำงานกับสโมสรไทยโดยตรง

ปาร์ค ฮัง ซอ เริ่มต้นดีลจากการพูดคุยที่ประเทศเกาหลีใต้

จุดเริ่มต้นของดีล ปาร์ค ฮัง ซอ เกิดขึ้นจากการพบกันที่ประเทศเกาหลีใต้ โดย “น้องเฌอแตม” เปิดเผยผ่าน Main Stand ว่า เนื่องจากตัวเองกำลังศึกษาอยู่ที่เกาหลีและสามารถพูดภาษาเกาหลีได้ จึงได้เข้าร่วมการประชุมครั้งแรกและมีบทบาทในการช่วยสื่อสารระหว่างทั้งสองฝ่าย

รายละเอียดนี้มีความสำคัญ เพราะการเจรจากับโค้ชต่างชาติไม่ได้มีเพียงเรื่องสัญญาหรือเป้าหมายในสนาม แต่ยังมีเรื่องภาษา วัฒนธรรม และความเข้าใจระหว่างบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การมีคนในครอบครัวที่สามารถสื่อสารภาษาเดียวกับกุนซือได้โดยตรงจึงช่วยลดระยะห่างและทำให้การพูดคุยเป็นธรรมชาติมากขึ้น

น้องเฌอแตม ยังเล่าว่า ปาร์คให้ความเอ็นดูและดูแลเธอเป็นอย่างดีตั้งแต่การพบกันครั้งแรก ซึ่งทำให้บรรยากาศของการเจรจาไม่ได้เป็นเพียงการประชุมทางธุรกิจเท่านั้น แต่ค่อยๆ เกิดความสัมพันธ์ในลักษณะที่เป็นกันเองมากขึ้นเมื่อการเจรจาดำเนินต่อไป ความรู้สึกไว้วางใจจึงกลายเป็นอีกปัจจัยที่เข้ามามีบทบาท ก่อนที่สโมสรจะสามารถปิดดีลหนึ่งในกุนซือชื่อดังของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ามาทำงานกับทีมได้สำเร็จ

ความจริงใจของครอบครัวมีส่วนทำให้กุนซือเกาหลีเปลี่ยนใจ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญจากคำบอกเล่าคือ ในช่วงแรก ปาร์ค ฮัง ซอ อาจไม่ได้มีความต้องการที่จะรับงานกับ พลังกาญจน์ เอฟซี มากนัก แต่หลังจากได้พบและพูดคุยกับครอบครัวของฝ่ายบริหาร ท่าทีของเจ้าตัวก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปน้องเฌอแตม มองว่า ปาร์คสามารถสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ครอบครัวมีต่อการสร้างทีม และความสัมพันธ์จากการประชุมครั้งแรกก็ทำให้กุนซือชาวเกาหลีใต้เอ็นดูสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจเปิดรับโอกาสในการมาทำงานที่ประเทศไทย

แม้รายละเอียดเรื่องเงื่อนไขทางการเงินหรือสัญญาจะไม่ได้ถูกเปิดเผย แต่สิ่งที่ถูกเน้นจากบทสัมภาษณ์คือ “ความสัมพันธ์” ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่บางครั้งมีน้ำหนักไม่แพ้ข้อเสนอด้านอื่น โดยเฉพาะกับกุนซือที่ผ่านงานระดับทีมชาติมาแล้วและไม่ได้จำเป็นต้องรีบรับงานทุกข้อเสนอที่เข้ามา

ท้ายที่สุด พลังกาญจน์สามารถประกาศแต่งตั้ง ปาร์ค อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยสโมสรระบุว่าทีมงานชุดใหม่นี้ไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อคุมทีมหนึ่งฤดูกาล แต่ต้องการร่วมวางรากฐานฟุตบอลของจังหวัดให้เติบโตอย่างยั่งยืน

จากภาพกุนซือสุดดุ สู่ตัวจริงที่อบอุ่นเหมือนคนในครอบครัว

ภาพจำของ ปาร์ค ฮัง ซอ ในสายตาแฟนฟุตบอลไทยจำนวนมากมาจากช่วงที่เจ้าตัวทำหน้าที่กุนซือทีมชาติเวียดนาม ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับทีมชาติไทยหลายครั้ง และมักแสดงคาแรกเตอร์ที่เข้มข้นอยู่ข้างสนามน้องเฌอแตม เองก็ยอมรับว่า ก่อนจะได้พบกันจริง เธอมองปาร์คว่าเป็นคนที่มีบุคลิกค่อนข้างน่ากลัว ดูดุดัน และมีความก้าวร้าวในแง่ของอารมณ์การแข่งขัน เนื่องจากสิ่งที่เห็นผ่านหน้าจอส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเกมระดับทีมชาติที่มีแรงกดดันสูง

แต่เมื่อได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ภาพที่พบกลับแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน เพราะเธอมองว่าปาร์คเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดี เป็นกันเอง มีน้ำใจนักกีฬา และปฏิบัติต่อคนรอบข้างในลักษณะเหมือนสมาชิกในครอบครัว

ความแตกต่างระหว่างบุคลิกข้างสนามกับชีวิตจริงอาจไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับโค้ชฟุตบอล เพราะระหว่างการแข่งขัน กุนซือจำเป็นต้องแสดงความเข้มข้นเพื่อกระตุ้นนักเตะและรับมือแรงกดดัน แต่เมื่อออกจากสนาม บรรยากาศการทำงานและความสัมพันธ์กับคนในทีมสามารถเป็นอีกบุคลิกหนึ่งได้เรื่องนี้จึงช่วยเปิดอีกมุมของกุนซือที่แฟนฟุตบอลไทยคุ้นเคยจากฐานะ คู่แข่ง ในอดีต ก่อนปัจจุบันจะกลายมาเป็นหนึ่งในบุคลากรของฟุตบอลสโมสรไทยอย่างเต็มตัว

พลังกาญจน์ไม่ได้ดึงปาร์คมาเพียงเพื่อสร้างกระแส

การแต่งตั้ง ปาร์ค ฮัง ซอ ไม่ได้ถูกนำเสนอจากสโมสรว่าเป็นเพียงดีลเพื่อสร้างชื่อเสียงหรือกระแสทางการตลาด เพราะ พลังกาญจน์ เอฟซี ประกาศตั้งแต่วันเปิดตัวว่าเป้าหมายของทีมงานชุดใหม่คือการสร้างวินัย สร้างมาตรฐาน และพัฒนานักฟุตบอลรุ่นใหม่ของกาญจนบุรีในระยะยาว

สโมสรยังเผยในเวลาต่อมาว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ รีเซ็ต โครงสร้างทีม หลังฝ่ายบริหารประเมินว่าฤดูกาลก่อนมีหลายด้านที่ต้องแก้ไข จึงต้องการเริ่มต้นระบบใหม่มากกว่าการเปลี่ยนเพียงตัวหัวหน้าผู้ฝึกสอนนอกจากนี้ยังมีการปรับขุมกำลังครั้งใหญ่ในช่วงปรีซีซั่น โดยมีรายงานว่าสโมสรเตรียมเปิดตัวนักเตะใหม่จำนวนมากถึง 25 ราย พร้อมให้ทีมงานของปาร์คเข้ามาดูแลการเตรียมทีม

ภาพรวมดังกล่าวทำให้ดีลนี้มีความหมายมากกว่าการนำอดีตกุนซือทีมชาติเวียดนามเข้ามานั่งข้างสนาม เพราะฝ่ายบริหารพยายามใช้ประสบการณ์และแนวทางการทำงานแบบเกาหลีเข้ามาช่วยยกระดับมาตรฐานในหลายส่วนความคาดหวังจึงไม่ได้จำกัดเพียงการชนะในแต่ละนัด แต่รวมถึงการสร้างระบบที่สามารถต่อยอดไปสู่ความแข็งแกร่งของสโมสรในอนาคตด้วย

ปาร์ค ฮัง ซอ เริ่มงานจริงพร้อมเป้าหมายพาทีมกลับลีกสูงสุด

หลังการประกาศแต่งตั้ง ปาร์ค ฮัง ซอ ในเดือนพฤษภาคม สโมสรต้องรอให้กุนซือชาวเกาหลีใต้จัดการภารกิจก่อนเดินทางมาทำงานในประเทศไทยอย่างเต็มตัว โดยเจ้าตัวเดินทางมาถึงไทยในเดือนกรกฎาคม และเริ่มลงคุมการฝึกซ้อมของ พลังกาญจน์ ในช่วงปรีซีซั่นสิ่งที่น่าสนใจคือเป้าหมายการแข่งขันถูกวางไว้ค่อนข้างชัด โดยรายงานในช่วงเปิดตัวระบุว่า พลังกาญจน์ต้องการกลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดของไทยให้ได้ หลังต้องกลับมาลงแข่งขันในไทยลีก 2 ฤดูกาล 2026/27

นั่นทำให้ปาร์คต้องเจอกับแรงกดดันตั้งแต่ฤดูกาลแรก เพราะไทยลีก 2 เป็นการแข่งขันที่มีความสูสีสูง และเส้นทางการเลื่อนชั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของโค้ชหรือคุณภาพนักเตะเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรักษาผลงานตลอดทั้งฤดูกาล

การเสริมผู้เล่นจำนวนมากยิ่งทำให้ทีมงานต้องใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจระหว่างนักเตะใหม่ และทำให้ทุกคนเรียนรู้ระบบของกุนซือให้เร็วที่สุดดังนั้นช่วงปรีซีซั่นจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากปาร์คต้องปรับตัวกับฟุตบอลไทยแล้ว ผู้เล่นเองก็ต้องปรับตัวเข้ากับวิธีการทำงานของโค้ชที่มีมาตรฐานและประสบการณ์ระดับทีมชาติมาอย่างยาวนานเช่นกัน

เปิดภารกิจไทยลีก 2 ด้วยเกมเยือนพีที สตูล 6 กันยายน

บทพิสูจน์อย่างเป็นทางการของ ปาร์ค ฮัง ซอ กับ พลังกาญจน์ เอฟซี จะเริ่มต้นในศึก BYD SEAL 5 League Two ฤดูกาล 2026/27 โดยเกมแรกต้องออกไปเยือน พีที สตูล เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลการออกสตาร์ตด้วยเกมเยือนถือเป็นบททดสอบที่น่าสนใจ เพราะนอกจากสภาพสนามและบรรยากาศกองเชียร์เจ้าถิ่นแล้ว พลังกาญจน์ยังต้องพิสูจน์ว่าการปรับทีมครั้งใหญ่ในช่วงปิดฤดูกาลสามารถเปลี่ยนมาเป็นผลงานจริงได้เร็วเพียงใด

สำหรับปาร์ค เกมดังกล่าวยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางใหม่ในประเทศไทย หลังเจ้าตัวเคยมีชื่อเสียงอย่างมากจากการคุมทีมชาติเวียดนาม แต่ครั้งนี้ต้องรับมือกับฟุตบอลระดับสโมสรที่มีรูปแบบการแข่งขันแตกต่างออกไป ทั้งเรื่องการบริหารนักเตะตลอดฤดูกาล ตลาดซื้อขาย และการหมุนเวียนขุมกำลังจากจุดเริ่มต้นในการประชุมที่เกาหลีใต้ ซึ่ง น้องเฌอแตม มีส่วนช่วยในการสื่อสาร จนถึงวันที่กุนซือรายนี้ตัดสินใจเดินทางเข้ามารับงานในไทย ดีลระหว่าง ปาร์ค ฮัง ซอ กับ พลังกาญจน์ เอฟซี จึงมีเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์และความไว้วางใจ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเสียงนกหวีดฤดูกาลใหม่ดังขึ้น สิ่งที่จะตัดสินความสำเร็จของดีลนี้จะไม่ใช่เพียงเรื่องราวเบื้องหลังอีกต่อไป แต่คือผลงานในสนาม และภารกิจพาม้าเหล็ก กลับสู่ลีกสูงสุดตามเป้าหมายที่สโมสรวางเอาไว้