
จันทบุรี เอฟซี เสริม 4 นักเตะ ลุยไทยลีก 2 เติมเก๋าเกมรับ-แดนกลางให้กระต่ายป่า
ความเคลื่อนไหวของ จันทบุรี เอฟซี ในตลาดนักเตะก่อนเปิดฤดูกาล 2026/27 กลายเป็นอีกหนึ่งข่าวที่แฟนบอลไทยลีก 2 ต้องจับตามอง หลังทัพ กระต่ายป่า ประกาศคว้า 4 นักเตะใหม่เข้ามาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ ได้แก่ อาแว อับดุลฮาฟิส บือราเฮง, โจ้แจ๋ว สุวิทย์ ไปพรมราช, กล้า นรเสฏฐ์ หลักทอง และ ทิว ศิรวุฒิ เก่งนอก เพื่อเสริมขุมกำลังสู้ศึก BYD SEAL 5 ลีกสอง ฤดูกาลใหม่ โดยทั้ง 4 รายมีจุดร่วมสำคัญคือผ่านประสบการณ์ฟุตบอลไทยมาแล้วหลายระดับ และมีโปรไฟล์ที่ช่วยเพิ่มความแน่นอนให้ทีมได้ทันที โดยเฉพาะพื้นที่แบ็กซ้ายและแดนกลาง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการยืนระยะในลีกรองที่แข่งกันหนักทุกสัปดาห์
การเสริมทัพครั้งนี้สะท้อนว่าจันทบุรีไม่ได้มองแค่การเพิ่มจำนวนผู้เล่น แต่กำลังเติมชิ้นส่วนใช้งานจริง ให้ทีมมีทางเลือกมากขึ้นในฤดูกาลที่การแข่งขันไทยลีก 2 มีแนวโน้มเข้มข้นกว่าเดิม หากมองภาพรวมของ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย จะเห็นว่าทีมในลีกรองเริ่มขยับตัวจริงจังขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป้าหมายของแต่ละสโมสรไม่ได้มีแค่การอยู่รอด แต่รวมถึงการสร้างทีมให้แข็งแรงพอสำหรับการลุ้นพื้นที่บนหรืออย่างน้อยต้องไม่หลุดมาตรฐานกลางฤดูกาล จันทบุรีจึงเลือกเติมผู้เล่นที่รู้จักฟุตบอลไทยดี ไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวนาน และพร้อมลงไปช่วยทีมตั้งแต่นกหวีดแรกของซีซั่นใหม่
อับดุลฮาฟิส บือราเฮง เติมประสบการณ์ฝั่งซ้ายให้แน่นขึ้น
ดีลของ อับดุลฮาฟิส บือราเฮง หรือ อาแว เป็นการเสริมที่น่าสนใจมากในมุมของเกมรับริมเส้น เพราะเขาเป็นแบ็กซ้ายวัย 31 ปีที่ผ่านประสบการณ์ในฟุตบอลไทยมาหลายสโมสร เริ่มแจ้งเกิดกับ นรา ยูไนเต็ด ก่อนถูก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ดึงตัวไปร่วมทีม จากนั้นผ่าน พีทีที ระยอง และมีส่วนกับการคว้าแชมป์ไทยลีก 2 ฤดูกาล 2018 ในยุคที่ โค้ชโจ ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น คุมทัพ ก่อนต่อยอดเส้นทางกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี, โปลิศ เทโร เอฟซี, สุโขทัย เอฟซี และล่าสุดกับ สงขลา เอฟซี
สำหรับจันทบุรี การได้แบ็กซ้ายที่ผ่านเกมมาเยอะถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะไทยลีก 2 เป็นลีกที่เกมริมเส้นมีผลต่อผลการแข่งขันสูงมาก หลายทีมใช้การโจมตีด้านข้าง การโยนบอลจากริมเส้น และการเล่นลูกตั้งเตะเป็นอาวุธหลัก แบ็กซ้ายจึงไม่ได้มีหน้าที่แค่กันปีกคู่แข่ง แต่ต้องเติมเกม ช่วยครอสบอล และรักษาสมดุลเวลาทีมเสียบอลด้วย
อับดุลฮาฟิสจึงอาจเข้ามาช่วยเพิ่มความนิ่งในฝั่งซ้ายของจันทบุรี โดยเฉพาะเกมที่ต้องเจอคู่แข่งเล่นเร็วหรือใช้ปีกต่างชาติสปีดจัด ประสบการณ์ของเขาจะเป็นประโยชน์มาก เพราะบางจังหวะในลีกรองไม่ได้วัดกันที่ความเร็วอย่างเดียว แต่วัดกันที่การยืนตำแหน่งและการอ่านเกม ซึ่งนักเตะเก๋ามักมีติดกระเป๋ามาด้วยเสมอ
สุวิทย์ ไปพรมราช อีกหนึ่งตัวเลือกแบ็กซ้ายที่เพิ่มการแข่งขันในทีม
รายที่สองคือ สุวิทย์ ไปพรมราช หรือ โจ้แจ๋ว แบ็กซ้ายวัย 29 ปี จาก ขอนแก่น ยูไนเต็ด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่มีประสบการณ์บนเส้นทางฟุตบอลไทยพอสมควร เขาแจ้งเกิดกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด จนกลายเป็นขวัญใจแฟนบอลชาวหมอแคน ก่อนออกไปหาประสบการณ์กับหลายสโมสร ทั้ง ลำพูน วอริเออร์, เชียงใหม่ เอฟซี, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, เมืองทอง ยูไนเต็ด, มหาสารคาม เอสบีที เอฟซี และ ขอนแก่น มอดินแดง ก่อนกลับไปอยู่กับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด อีกครั้งในฤดูกาลที่ผ่านมา
การที่จันทบุรีคว้าทั้งอับดุลฮาฟิสและสุวิทย์เข้ามาในตลาดรอบเดียวกัน ทำให้เห็นชัดว่าสโมสรให้ความสำคัญกับตำแหน่งแบ็กซ้ายมากเป็นพิเศษ นี่อาจเป็นการเตรียมทีมเพื่อให้มีการแข่งขันภายในตำแหน่ง หรืออาจเปิดทางให้ทีมสามารถปรับระบบได้หลากหลายมากขึ้น เช่น ใช้แบ็กซ้ายธรรมชาติในระบบแบ็กโฟร์ หรือปรับเป็นวิงแบ็กในเกมที่ต้องการบุกริมเส้นมากขึ้น
สุวิทย์อยู่ในวัยที่ยังมีพลังและประสบการณ์ผสมกันพอดี เขารู้จักทั้งเกมไทยลีก 1 และไทยลีก 2 ผ่านทีมใหญ่และทีมระดับภูมิภาคมาแล้ว จุดนี้ช่วยให้จันทบุรีมีตัวเลือกที่ไม่ต้องเริ่มเรียนรู้ฟุตบอลอาชีพใหม่ทั้งหมด หากเจ้าตัวปรับเข้ากับระบบของทีมได้เร็ว ฝั่งซ้ายของกระต่ายป่าอาจกลายเป็นพื้นที่ที่คู่แข่งเจาะได้ยากขึ้น และยังมีมิติเติมเกมรุกที่น่าสนใจเพิ่มเข้ามาด้วย
นรเสฏฐ์ หลักทอง มิดฟิลด์เก๋าที่รู้จักเกมลีกรองเป็นอย่างดี
ชื่อของ นรเสฏฐ์ หลักทอง หรือ กล้า เป็นดีลที่น่าจับตามองในแดนกลาง เพราะเขาเป็นกองกลางวัย 31 ปีจาก หนองบัว พิชญ เอฟซี และถือเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในไทยลีก 2 สูงพอสมควร เส้นทางของเขาเริ่มจาก เลย ซิตี้, อุดรธานี เอฟซี และ เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด ก่อนผ่านประสบการณ์ในรอบเพลย์ออฟไทยลีก 2 กับ สุพรรณบุรี เอฟซี ฤดูกาล 2022/23 รวมถึงอยู่กับ หนองบัว พิชญ เอฟซี ในช่วงที่ทีมผ่านทั้งไทยลีก 1 และไทยลีก 2 ตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา
แดนกลางของทีมในไทยลีก 2 ต้องการผู้เล่นแบบนี้อย่างมาก เพราะเกมของลีกรองไม่ได้เปิดพื้นที่ให้เล่นง่ายทุกนัด บางเกมต้องปะทะหนัก บางเกมต้องคุมจังหวะ บางเกมต้องเล่นบอลสอง และบางเกมต้องใช้ประสบการณ์จัดการสถานการณ์ในช่วงท้ายเกม การมีมิดฟิลด์ที่ผ่านเกมชี้ชะตาและเพลย์ออฟมาแล้วจึงช่วยเพิ่มคุณภาพเชิงจิตใจให้ทีมได้
สำหรับจันทบุรี นรเสฏฐ์อาจเป็นมากกว่าผู้เล่นหมุนเวียน เขาสามารถช่วยประคองแดนกลางในเกมที่ต้องการความนิ่ง และอาจเป็นคนเชื่อมระหว่างเกมรับกับเกมรุกในช่วงที่ทีมต้องการรักษาสมดุล หากกระต่ายป่าต้องการยกระดับจากทีมที่เล่นเป็นช่วง ๆ ไปสู่ทีมที่เก็บแต้มได้สม่ำเสมอ ผู้เล่นแดนกลางที่อ่านเกมเป็นและไม่ลนในจังหวะกดดันคือสิ่งที่สำคัญมาก
ศิรวุฒิ เก่งนอก ตัวคุมจังหวะจากตราดที่อาจเป็นคีย์แมนแดนกลาง
รายที่สี่คือ ศิรวุฒิ เก่งนอก หรือ ทิว กองกลางวัย 26 ปี จาก ตราด เอฟซี ซึ่งเป็นดีลที่น่าสนใจในเชิงแท็กติก เพราะเขาถูกพูดถึงในฐานะผู้เล่นที่มีจุดเด่นเรื่องการคุมจังหวะเกมแดนกลาง การจ่ายบอลแม่นยำ และความขยันในการวิ่งช่วยทีม โดยก่อนหน้านี้เขาเป็นเด็กปั้นของ พราม แบงค็อก ก่อนเซ็นสัญญากับ การท่าเรือ เอฟซี และถูกปล่อยให้ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ใช้งานในฤดูกาล 2023/24 ซึ่งเป็นซีซั่นที่เจ้าตัวมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ไทยลีก 2 ร่วมกับ โค้ชโจ ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น ก่อนต่อด้วยการไปเล่นให้ โปลิศ เทโร เอฟซี และ ตราด เอฟซี
ศิรวุฒิอยู่ในวัย 26 ปี ซึ่งยังเป็นช่วงที่ร่างกายพร้อมและมีพื้นที่ให้พัฒนาอีก หากเทียบกับอีกหลายดีลในข่าวนี้ เขาอาจเป็นตัวเลือกที่มีสมดุลระหว่างพลังงานและประสบการณ์มากที่สุดคนหนึ่ง เพราะผ่านทั้งทีมใหญ่และทีมในลีกรองมาแล้ว
สำหรับจันทบุรี การได้กองกลางที่คุมจังหวะได้ดีถือว่าสำคัญมาก เพราะหากทีมต้องการเล่นแบบมีระบบ ไม่ใช่โยนยาวหรือสวนกลับอย่างเดียว จำเป็นต้องมีคนที่กล้ารับบอล กล้าจ่ายบอล และรักษาจังหวะให้ทีมเดินเกมได้ต่อเนื่อง ศิรวุฒิจึงอาจเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของกระต่ายป่าฤดูกาลใหม่ ถ้าเขาปรับตัวกับเพื่อนร่วมทีมได้เร็ว แดนกลางจันทบุรีจะดูมีทรงขึ้นทันที
4 ดีลนี้บอกอะไรเกี่ยวกับแผนของจันทบุรี
เมื่อมองรวมทั้ง 4 ราย จะเห็นว่าจันทบุรีเสริมทีมแบบมีทิศทางชัดเจนมากกว่าการซื้อผู้เล่นแบบกระจัดกระจาย สโมสรเติมแบ็กซ้ายถึง 2 คน คือ อับดุลฮาฟิส และ สุวิทย์ พร้อมเติมกองกลางอีก 2 คน คือ นรเสฏฐ์ และ ศิรวุฒิ นั่นหมายความว่าทีมต้องการเพิ่มความแข็งแรงในสองพื้นที่หลัก ได้แก่ ริมเส้นฝั่งซ้าย และศูนย์กลางของเกมนี่เป็นแนวทางที่เข้าใจได้ เพราะทีมที่จะยืนระยะในไทยลีก 2 ต้องมีสมดุล เกมรับต้องไม่รั่วง่าย และแดนกลางต้องไม่ถูกคู่แข่งครอบงำ หากแบ็กซ้ายอ่อน ทีมจะโดนเจาะซ้ำทั้งเกม แต่ถ้าแดนกลางเสียเปรียบ ทีมก็จะตั้งเกมไม่ได้และต้องเล่นเกมรับมากเกินไป การเสริมสองจุดนี้จึงเหมือนการขันน็อตให้ทีมแน่นขึ้นก่อนเปิดฤดูกาล
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือทุกคนมีประสบการณ์ในฟุตบอลไทยอยู่แล้ว ไม่ใช่นักเตะที่ต้องปรับตัวกับลีกใหม่ทั้งหมด ตรงนี้ช่วยลดความเสี่ยงของตลาดนักเตะได้มาก เพราะไทยลีก 2 ต้องการผู้เล่นที่พร้อมใช้งานเร็ว ไม่ใช่รอปรับตัวครึ่งฤดูกาลแล้วค่อยเริ่มเข้าที่ ฟุตบอลลีกรองไม่มีเวลาหรูหราขนาดนั้น ถ้าสตาร์ตช้า คะแนนจะหนีไปก่อนแบบรถทัวร์ออกจากหมอชิตแล้วค่อยวิ่งตาม
โค้ชโจกับโจทย์ปั้นกระต่ายป่าให้แข็งแรงกว่าเดิม
การมีชื่อของ ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น หรือ โค้ชโจ อยู่ในบริบทของจันทบุรีฤดูกาลนี้ ทำให้ข่าวเสริมทัพมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น เพราะเขาเป็นกุนซือที่รู้จักฟุตบอลไทยลีก 2 เป็นอย่างดี และเคยมีความสำเร็จกับการพาทีมคว้าแชมป์ลีกรองมาแล้ว โดยในกลุ่มผู้เล่นใหม่บางรายก็เคยมีประสบการณ์เชื่อมโยงกับเส้นทางของโค้ชโจมาก่อน ทั้งอับดุลฮาฟิสที่เคยอยู่ในทีม พีทีที ระยอง ชุดแชมป์ T2 ปี 2018 และศิรวุฒิที่มีส่วนกับนครราชสีมาชุดแชมป์ T2 ฤดูกาล 2023/24
นี่อาจสะท้อนว่า จันทบุรีไม่ได้เลือกนักเตะจากชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว แต่เลือกผู้เล่นที่มีประสบการณ์กับเกมแบบที่โค้ชต้องการ นักเตะที่รู้ว่าการลุ้นอันดับในไทยลีก 2 ต้องใช้วินัย ความฟิต และการรับมือแรงกดดันมากแค่ไหน
โจทย์ของโค้ชโจคือการทำให้ผู้เล่นใหม่ทั้ง 4 คนเข้ากับแกนเดิมของทีมให้เร็วที่สุด เพราะการเสริมทัพจะมีค่าเมื่อระบบทีมรองรับได้ หากแบ็กซ้ายใหม่ช่วยให้เกมรับนิ่งขึ้น และกองกลางใหม่ช่วยให้ทีมคุมจังหวะได้ดีขึ้น จันทบุรีจะมีโอกาสยกระดับผลงานในฤดูกาล 2026/27 ได้จริง
จันทบุรีไม่ได้เสริมหวือหวา แต่เสริมแบบใช้งานจริง
การเปิดตัว อับดุลฮาฟิส บือราเฮง, สุวิทย์ ไปพรมราช, นรเสฏฐ์ หลักทอง และ ศิรวุฒิ เก่งนอก คือความเคลื่อนไหวที่สะท้อนว่าจันทบุรี เอฟซี กำลังเตรียมทีมสำหรับศึก BYD SEAL 5 ลีกสอง ฤดูกาล 2026/27 อย่างจริงจัง โดยเน้นผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในฟุตบอลไทยและสามารถเข้ามาเพิ่มทางเลือกให้ทีมได้ทันที
สองแบ็กซ้ายช่วยเพิ่มความแน่นและการแข่งขันภายในตำแหน่ง ส่วนสองกองกลางช่วยเพิ่มคุณภาพในการคุมจังหวะและประสบการณ์ในเกมลีกรอง ภาพรวมจึงเป็นการเสริมทัพที่อาจไม่ใช่ดีลระดับสั่นสะเทือนตลาด แต่เป็นดีลที่มีเหตุผลและตอบโจทย์การยืนระยะของทีม
สุดท้าย ผลของตลาดนักเตะจะถูกตัดสินในสนาม ไม่ใช่วันเปิดตัว หากอับดุลฮาฟิสและสุวิทย์ทำให้ฝั่งซ้ายแข็งแรงขึ้น ขณะที่นรเสฏฐ์และศิรวุฒิทำให้แดนกลางนิ่งขึ้น จันทบุรีอาจกลายเป็นทีมที่เล่นด้วยยากกว่าเดิมในฤดูกาลใหม่สำหรับแฟนบอล กระต่ายป่า ข่าวนี้จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่า สโมสรไม่ได้อยู่นิ่งในตลาดนักเตะ และกำลังเสริมทีมแบบมีทิศทางชัดเจน เหลือเพียงรอดูว่าเมื่อฤดูกาล 2026/27 เปิดฉากจริง 4 แข้งใหม่ชุดนี้จะช่วยเปลี่ยนจันทบุรีให้แข็งแรงขึ้นได้มากแค่ไหน
ข่าวบอลไทยที่เกี่ยวข้อง
ชบาแก้ว U17 ได้ลุ้นแค่ไหน วิเคราะห์เส้นทางทีมชาติไทย หลังผลจับสลากชิงแชมป์เอเชียรอบคัดเลือก
บอสฟานแจงชัด ปัดซื้อกิจการโปลิศ เทโร แต่ทำไมข่าวนี้ถึงถูกจับตาทั้งวงการฟุตบอลไทย
หนองบัว พิชญ ได้ กิตติพงศ์ ภูแถวเชือกเฝ้าเสา กับภารกิจพาทีมคืนไทยลีก 1