MongBallThai.com

เกาะกระแสบอลไทยทุกลีก พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และข่าวสารฟุตบอลไทย

อนาวิน จูจีน โฟกัสช่วยชาติตระการเต็มที่ เผยอาจเป็นปีสุดท้ายก่อนแขวนสตั๊ด

อนาวิน จูจีน โฟกัสช่วยชาติตระการเต็มที่ เผยอาจเป็นปีสุดท้ายก่อนแขวนสตั๊ด

อนาวิน จูจีน โฟกัสช่วยชาติตระการเต็มที่ เผยอาจเป็นปีสุดท้ายก่อนแขวนสตั๊ด

อนาวิน จูจีน ดาวเตะมากประสบการณ์วัย 39 ปีของ ชาติตระการ ซิตี้ เปิดใจถึงความพร้อมก่อนเข้าสู่ศึก BYD DOLPHIN LEAGUE 3 ฤดูกาล 2026/27 โดยยอมรับว่าฤดูกาลนี้อาจเป็นปีสุดท้ายของตัวเองบนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ หลังผ่านการค้าแข้งมาอย่างยาวนานหลายปี อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยืนยันชัดเจนว่ายังไม่ได้ต้องการมองไปไกลถึงวันอำลาในเวลานี้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการโฟกัสกับฟุตบอล ทำหน้าที่ให้เต็มที่ และพยายามสร้างผลงานที่ดีที่สุดให้กับคีรีพิฆาตในฤดูกาลใหม่ โดยอนาวินยังมองในแง่บวกถึงพัฒนาการของทีมจากช่วงปรีซีซั่น ทั้งการเสริมผู้เล่นที่มีคุณภาพเข้ามาเพิ่มเติม การรักษาแกนหลักจากฤดูกาลที่ผ่านมา รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้นักเตะท้องถิ่นและผู้เล่นเยาวชนได้มีโอกาสก้าวขึ้นมาสัมผัสฟุตบอลระดับอาชีพมากขึ้น

ฤดูกาล 2026/27 จะเป็นปีที่สองของ อนาวิน จูจีน กับ ชาติตระการ ซิตี้ หลังเจ้าตัวย้ายมาร่วมทีมในฤดูกาล 2025/26 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่วงสำคัญของเส้นทางค้าแข้งสำหรับอดีตผู้เล่นที่ผ่านฟุตบอลระดับสูงของประเทศไทยมาแล้วมากมาย การเลือกเดินหน้าต่อกับสโมสรในไทยลีก 3 ไม่ได้มีความหมายเพียงเรื่องการลงสนาม แต่ยังรวมถึงบทบาทในการถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับนักเตะรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้เล่นจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามที่สโมสรพยายามผลักดันขึ้นมา ก่อนเข้าสู่ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย ในฤดูกาลใหม่ ซึ่ง ชาติตระการ ซิตี้ ได้รับการยืนยันให้เป็นหนึ่งใน 12 ทีมของไทยลีก 3 โซนภาคเหนืออย่างเป็นทางการ

อนาวิน จูจีน เตรียมเข้าสู่ปีที่สองกับชาติตระการ ซิตี้

สำหรับ อนาวิน จูจีน การอยู่กับ ชาติตระการ ซิตี้ ในฤดูกาล 2026/27 ถือเป็นปีที่สองของเจ้าตัวกับสโมสร หลังย้ายมาร่วมทัพคีรีพิฆาต ตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่มฤดูกาล 2025/26 โดยในเวลานั้น ชาติตระการคว้าตัวแข้งประสบการณ์สูงจาก หนองบัว พิชญ เอฟซี เข้ามาช่วยเพิ่มคุณภาพให้กับทีมในศึกไทยลีก 3 โซนภาคเหนือ

การตัดสินใจอยู่กับทีมต่ออีกหนึ่งฤดูกาลสะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่องระหว่างนักเตะกับสโมสร เพราะอนาวินผ่านช่วงเวลาทั้งการฝึกซ้อม การแข่งขัน และการทำงานร่วมกับผู้เล่นภายในทีมมาแล้วตลอดหนึ่งปี ทำให้สามารถมองเห็นพัฒนาการของทีมได้ชัดเจนกว่าผู้เล่นที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่

เจ้าตัวยอมรับว่าช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมามีหลายอย่างดีขึ้น ทั้งคุณภาพของผู้เล่นใหม่ที่ถูกเสริมเข้ามา รวมถึงการรักษาผู้เล่นเดิมเอาไว้เพื่อสร้างความต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับสโมสรในระดับไทยลีก 3 เพราะความเข้าใจระหว่างผู้เล่นสามารถสร้างความแตกต่างได้ โดยเฉพาะในลีกที่แต่ละทีมมีขุมกำลังและทรัพยากรแตกต่างกันอย่างมาก

มองทีมพัฒนาขึ้นหลังเสริมทั้งแข้งใหม่และแกนหลักเดิม

หนึ่งในประเด็นที่ อนาวิน จูจีน กล่าวถึงอย่างชัดเจนคือพัฒนาการของ ชาติตระการ ซิตี้ เมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อน โดยเจ้าตัวมองว่าทีมมีความพร้อมที่ดีขึ้นจากช่วงปรีซีซั่น หลังสโมสรสามารถนำผู้เล่นที่มีคุณภาพเข้ามาเสริมทัพ ขณะเดียวกันก็ยังคงมีนักเตะชุดเดิมเป็นแกนสำคัญของทีม

การผสมผสานระหว่างผู้เล่นใหม่กับผู้เล่นเก่าเป็นรายละเอียดที่มีความสำคัญต่อทีมระดับไทยลีก 3 เพราะหากเปลี่ยนขุมกำลังมากเกินไป ทีมอาจต้องใช้เวลาสร้างความเข้าใจใหม่ทั้งหมด แต่ในทางกลับกัน หากไม่มีการเพิ่มการแข่งขันภายในทีมเลย ก็อาจทำให้มาตรฐานไม่ขยับขึ้นตามเป้าหมาย

ชาติตระการจึงพยายามเดินอยู่ตรงกลางระหว่างสองแนวทาง ด้วยการรักษากลุ่มผู้เล่นที่เข้าใจระบบไว้ พร้อมเติมนักเตะใหม่ที่สามารถเพิ่มทางเลือกให้กับทีม ซึ่งอนาวินมองว่าแนวทางดังกล่าวทำให้ทีมมีพัฒนาการในทางที่ดีสำหรับนักเตะวัย 39 ปี การได้เห็นทีมมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งขึ้นยังช่วยลดภาระที่ต้องพึ่งพาผู้เล่นประสบการณ์สูงเพียงไม่กี่คน และเปิดโอกาสให้ทุกตำแหน่งเกิดการแข่งขันมากขึ้นก่อนฤดูกาลจริงจะเริ่มต้น

ชาติตระการเดินหน้าผลักดันนักเตะท้องถิ่นสู่ฟุตบอลอาชีพ

อีกหนึ่งแนวทางที่ อนาวิน จูจีน ให้ความสำคัญคือการผลักดันนักเตะท้องถิ่นและผู้เล่นจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ โดยเจ้าตัวระบุว่าสโมสรมีการทำ MOU กับมหาวิทยาลัย เพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะรุ่นใหม่ได้เข้ามาสัมผัสฟุตบอลระดับอาชีพและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการแข่งขันจริง

สำหรับทีมในไทยลีก 3 การมีแหล่งผู้เล่นจากพื้นที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการสร้างความยั่งยืน เพราะนอกจากช่วยให้สโมสรมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้ทีมสามารถสร้างความเชื่อมโยงกับชุมชนและสถาบันการศึกษาในพื้นที่ได้มากกว่าเดิมในมุมของอนาวิน นักเตะอายุน้อยเหล่านี้ไม่ได้ต้องการเพียงโอกาสลงสนาม แต่ยังต้องการผู้เล่นประสบการณ์สูงคอยช่วยให้คำแนะนำ ทั้งเรื่องการฝึกซ้อม การเตรียมร่างกาย และการรับมือกับความกดดันในฟุตบอลอาชีพ

บทบาทของอนาวินจึงมีความหมายมากกว่าการเป็นผู้เล่นในสนามเพียงอย่างเดียว เพราะจากประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดอาชีพ เจ้าตัวสามารถกลายเป็นอีกหนึ่งต้นแบบให้ผู้เล่นรุ่นใหม่ภายในทีมได้เรียนรู้ และช่วยให้การผลักดันเยาวชนของชาติตระการมีความต่อเนื่องมากขึ้น

อนาวิน จูจีน ยอมรับฤดูกาลนี้อาจเป็นปีสุดท้าย

ประเด็นสำคัญที่สุดจากการเปิดใจครั้งนี้คือการที่ อนาวิน จูจีน ยอมรับว่า ฤดูกาล 2026/27 อาจเป็นปีสุดท้ายของตัวเองบนเส้นทางค้าแข้ง หลังปัจจุบันมีอายุ 39 ปี และผ่านการแข่งขันฟุตบอลอาชีพมาอย่างยาวนานอย่างไรก็ตาม เจ้าตัวไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเลิกเล่นทันทีเมื่อจบฤดูกาล แต่ใช้คำว่าอาจจะเป็นปีสุดท้าย ซึ่งหมายความว่าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งสภาพร่างกาย ความพร้อม และสถานการณ์หลังจากจบซีซั่น

สิ่งที่อนาวินต้องการให้ความสำคัญในเวลานี้จึงไม่ใช่การนับถอยหลังสู่วันแขวนสตั๊ด แต่เป็นการทำหน้าที่ในฤดูกาลปัจจุบันให้ดีที่สุด เจ้าตัวยืนยันว่าต้องการโฟกัสกับฟุตบอลอย่างเต็มที่ และหวังสร้างผลงานที่ดีให้กับ ชาติตระการ ซิตี้ ก่อนตัดสินอนาคตอีกครั้ง

ทัศนคติดังกล่าวสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของนักเตะที่เลือกให้ความสำคัญกับงานตรงหน้ามากกว่าความรู้สึกเกี่ยวกับช่วงปลายอาชีพ และทำให้ฤดูกาลนี้มีความพิเศษมากขึ้น เพราะทุกเกมอาจกลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญของเส้นทางค้าแข้งที่กำลังเดินมาถึงช่วงสุดท้าย

ประสบการณ์ของอนาวินยังมีคุณค่ากับทีมไทยลีก 3

แม้ อนาวิน จูจีน จะอยู่ในช่วงปลายของเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ แต่ประสบการณ์ของเจ้าตัวยังคงมีคุณค่ากับทีมอย่าง ชาติตระการ ซิตี้ โดยเฉพาะเมื่อทีมมีผู้เล่นดาวรุ่งและนักเตะท้องถิ่นจำนวนหนึ่งที่กำลังพยายามก้าวขึ้นมาพิสูจน์ตัวเองก่อนย้ายมาอยู่กับคีรีพิฆาต อนาวินผ่านการค้าแข้งกับ หนองบัว พิชญ เอฟซี และก่อนหน้านั้นเคยสัมผัสฟุตบอลไทยในหลายระดับ ทำให้มีประสบการณ์ทั้งเกมที่ต้องเผชิญแรงกดดันสูงและช่วงเวลาที่ต้องแข่งขันเพื่อรักษาตำแหน่งของตัวเอง

ในฤดูกาล 2025/26 เจ้าตัวยังมีส่วนร่วมกับทีมอย่างต่อเนื่อง โดยมีชื่อปรากฏในข่าวการแข่งขันของ ชาติตระการ ซิตี้ ระหว่างฤดูกาล ซึ่งสะท้อนว่าไม่ได้ถูกดึงเข้ามาเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ทีมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบทบาทกับการแข่งขันจริงการมีนักเตะมากประสบการณ์อยู่ร่วมกับผู้เล่นอายุน้อยจึงช่วยสร้างสมดุลภายในทีมได้ดี เพราะดาวรุ่งสามารถเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ขณะที่นักเตะซีเนียร์ก็สามารถช่วยควบคุมจังหวะและสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมในช่วงที่การแข่งขันมีความกดดันมากขึ้น

ชาติตระการ ซิตี้ เตรียมสู้ศึกไทยลีก 3 โซนเหนือฤดูกาลใหม่

ภารกิจหลักของ อนาวิน จูจีน ในฤดูกาลนี้คือการช่วย ชาติตระการ ซิตี้ ต่อสู้ในศึก BYD DOLPHIN LEAGUE 3 โซนภาคเหนือ ซึ่ง FA Thailand ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าฤดูกาล 2026/27 มีทั้งหมด 12 สโมสร ประกอบด้วย เชียงใหม่ เอฟซี, พิจิตร ยูไนเต็ด 2025, เขลางค์ ยูไนเต็ด, นอร์ทเทิร์น นครแม่สอด ยูไนเต็ด, แม่โจ้ ยูไนเต็ด, พิษณุโลก เอฟซี, เชียงราย ทีเอสซี เอฟซี, ชาติตระการ ซิตี้, สิงห์ เชียงราย ซิตี้, กำแพงเพชร เอฟซี, มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลำปาง และ ปากน้ำโพ เอฟซี

จากข้อมูลต้นฉบับ โปรแกรมนัดแรกของคีรีพิฆาต ถูกวางให้บุกไปเยือน กำแพงเพชร เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. ที่สนามกีฬาชากังราว (ริมปิง) ซึ่งจะเป็นบททดสอบแรกของทีมหลังผ่านช่วงเตรียมความพร้อมมาตลอดปรีซีซั่น

สำหรับอนาวิน เกมเปิดฤดูกาลจึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของหนึ่งในปีที่มีความหมายมากที่สุดในอาชีพ เพราะหากนี่คือฤดูกาลสุดท้ายจริง ทุกนัดที่ได้ลงสนามย่อมมีคุณค่าแตกต่างจากเดิม อย่างไรก็ตาม เป้าหมายในปัจจุบันยังคงชัดเจน คือการช่วยชาติตระการสร้างผลงานให้ดีที่สุด พร้อมใช้ประสบการณ์ที่มีสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมและนักเตะรุ่นใหม่ ก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจอีกครั้งว่าเส้นทางฟุตบอลอาชีพจะเดินต่อไปหรือปิดฉากลงหลังจบฤดูกาล 2026/27