MongBallThai.com

เกาะกระแสบอลไทยทุกลีก พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และข่าวสารฟุตบอลไทย

ทีมชาติไทย U23 แบโผ 23 แข้งลุยเอเชียนเกมส์ 2026 โค้ชวังนำทัพชนญี่ปุ่น

ทีมชาติไทย U23 แบโผ 23 แข้งลุยเอเชียนเกมส์ 2026 โค้ชวังนำทัพชนญี่ปุ่น

ทีมชาติไทย U23 แบโผ 23 แข้งลุยเอเชียนเกมส์ 2026 โค้ชวังนำทัพชนญี่ปุ่น

ทีมชาติไทย U23 ประกาศรายชื่อ 23 นักฟุตบอลชุดทำการแข่งขันฟุตบอลชายในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 หรือ Asian Games 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยทัพช้างศึก U23 ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของโค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอน ซึ่งเลือกผู้เล่นจากหลายสโมสรทั้งในไทยลีก 1, ไทยลีก 2, ไทยลีก 3 รวมถึงนักเตะที่ค้าแข้งในประเทศญี่ปุ่นเข้ามาอยู่ในทีมชุดนี้ โดยการแข่งขันฟุตบอลชายมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม 2569 และประเทศไทยถูกจับให้อยู่ในกลุ่ม A ร่วมกับเจ้าภาพ ญี่ปุ่น, คีร์กีซสถาน และฮ่องกง ถือเป็นกลุ่มที่มีทั้งทีมแข็งแกร่งและคู่แข่งที่ต้องระมัดระวังตลอดทั้งสามนัด

การประกาศรายชื่อครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงสำคัญของ ทีมชาติไทย U23 หลังมีการเตรียมทีมต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงต้นปี รวมถึงการเก็บตัวและลงเล่นเกมอุ่นเครื่องในช่วงฟีฟ่าเดย์เดือนมิถุนายน เพื่อทดลองนักเตะและระบบก่อนเข้าสู่รายการใหญ่ที่ญี่ปุ่น โดยรายชื่อสุดท้ายมีทั้งแกนหลักที่ผ่านการเล่นระดับ U23 มาแล้ว เช่น ชนภัช บัวพันธ์, สิทธา บุญหล้า, ธนกฤต โชติเมืองปัก, ยศกร บูรพา และ ธนาวุฒิ โพธิ์ชัย ผสมกับผู้เล่นจากหลายระดับลีก การเดินทางครั้งนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย เพราะเอเชียนเกมส์เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเตะรุ่นใหม่ได้เจอกับคู่แข่งระดับทวีป และอาจเป็นบันไดสำคัญสู่ทีมชาติไทยชุดใหญ่ในอนาคต

ทีมชาติไทย U23 เลือก 23 แข้งจากหลายลีก ผสมทั้งประสบการณ์และพลังหนุ่ม

รายชื่อ 23 คนของ ทีมชาติไทย U23 ชุดนี้สะท้อนแนวทางการเลือกนักเตะที่กระจายตัวจากหลายสโมสร โดยตำแหน่งผู้รักษาประตูมี 3 คน ได้แก่ ศรวัสย์ โพธิ์สมัน จากปัตตานี เอฟซี, ชมพัฒน์ บุญเลิศ จากอุทัยธานี เอฟซี และ ศิรัสวุฒิ วงศ์เรือนคำ จากสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ซึ่งแต่ละคนต่างมีประสบการณ์กับฟุตบอลระดับสโมสรแตกต่างกัน และจะต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งตำแหน่งมือหนึ่งในทัวร์นาเมนต์นี้

ส่วนกองหลังมีทั้งหมด 9 คน ประกอบด้วย อรรถพล แสงทอง นครปฐม ยูไนเต็ด, วีชั่น อินอร่าม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด, พิชิตชัย เศียรกระโทก อยุธยา ยูไนเต็ด, ชนภัช บัวพันธ์ และ ชานนท์ ทำมา จากบีจี ปทุม ยูไนเต็ด, นาธาน เจมส์ มหาสารคาม ซีซี เอฟซี, ธีร์กวิน จันทร์ศรี เมืองทอง ยูไนเต็ด, อูแซมมา เทียงคาม และ พลเอก มณีกร จากพีที ประจวบ เอฟซี

ขณะที่แดนกลางมี กฤตภัค แสงสวัสดิ์ เมืองทอง ยูไนเต็ด, ปฎิภาณชัย โพธิ์เทพ ระยอง เอฟซี, สิทธา บุญหล้า การท่าเรือ เอฟซี, ธนกฤต โชติเมืองปัก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ปริพรรห์ วงษา ราษีไศล ยูไนเต็ด, สิรภพ วันดี นรา เอฟซี และ ชวัลวิทย์ แซ่เล้า พราม แบงค็อก

ด้านแนวรุกมี 4 คน ได้แก่ ยศกร บูรพา ชลบุรี เอฟซี, เจะฮานาฟี มามะ พีที ประจวบ เอฟซี, ธนาวุฒิ โพธิ์ชัย เอสซี ซางามิฮาระ และ วรวุฒิ น้อยศรี เชียงใหม่ ยูไนเต็ด โดยรายชื่อทั้งหมดได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการจากสมาคมฯ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569

โค้ชวังยึดแกนจากชุดเดิม ผสมผู้เล่นที่พัฒนาขึ้นจากเกมระดับสโมสร

หนึ่งในจุดที่น่าสนใจของการเลือกทีมครั้งนี้ คือการที่ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ยังคงใช้ผู้เล่นหลายคนที่ผ่านการทำงานกับทีมชาติไทย U23 มาก่อน ไม่ว่าจะเป็น ชนภัช บัวพันธ์, ชานนท์ ทำมา, สิทธา บุญหล้า, ธนกฤต โชติเมืองปัก, ยศกร บูรพา และ ธนาวุฒิ โพธิ์ชัย ซึ่งช่วยให้ทีมไม่ต้องเริ่มต้นสร้างความเข้าใจกันใหม่ทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ ทีมชาติไทย U23 มีการเตรียมทีมในช่วงฟีฟ่าเดย์เดือนมิถุนายน โดยสมาคมฯ ระบุชัดว่าเกมอุ่นเครื่องเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของแผนเตรียมความพร้อมสำหรับเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น และโค้ชวัง ก็ได้ทดลองผู้เล่นหลายรายก่อนตัดตัวเหลือ 23 คนสุดท้าย

หนึ่งในเกมที่ช่วยให้ทีมงานเห็นภาพชัดขึ้นคือเกมอุ่นเครื่องกับ ยูเออี U23 เมื่อเดือนมิถุนายน แม้ไทยจะแพ้ 2-5 แต่เกมดังกล่าวทำให้ทีมได้เห็นปัญหาทั้งด้านเกมรับและการควบคุมจังหวะเมื่อเจอกับคู่แข่งที่มีความแข็งแกร่ง ขณะที่ผู้เล่นอย่าง ธนกฤต, ยศกร, สิรภพ และ ธนาวุฒิ ต่างได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนั้น

ดังนั้นรายชื่อสุดท้ายที่ประกาศออกมาจึงไม่ใช่เพียงการเลือกจากชื่อเสียงของผู้เล่นในระดับสโมสร แต่ยังมีพื้นฐานจากการติดตามและทดลองใช้งานในช่วงที่ผ่านมาความได้เปรียบสำคัญของทีมชุดนี้คือหลายคนเคยผ่านเกมระดับทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีมาแล้ว ทำให้มีความคุ้นเคยกับระบบและความต้องการของกุนซือ แต่สิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อคือสามารถยกระดับผลงานให้เหมาะกับความเข้มข้นของเอเชียนเกมส์ได้มากเพียงใด

ยศกร-ธนาวุฒิ-ธนกฤต กลายเป็นแกนสำคัญของเกมรุกช้างศึก U23

เมื่อพิจารณารายชื่อของ ทีมชาติไทย U23 ชุดเอเชียนเกมส์ 2026 กลุ่มนักเตะในแนวรุกและแดนกลางถือเป็นจุดที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะ ยศกร บูรพา, ธนาวุฒิ โพธิ์ชัย และ ธนกฤต โชติเมืองปัก ซึ่งผ่านการรับใช้ทีมชาติในระดับเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง และมีประสบการณ์จากฟุตบอลระดับสโมสรแตกต่างกัน

ยศกรเป็นกองหน้าที่ถูกใช้งานกับทีมชาติไทย U23 ต่อเนื่อง และเคยมีส่วนสำคัญกับทีมในรายการระดับเอเชีย ขณะที่ธนาวุฒิเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่มีประสบการณ์จากฟุตบอลญี่ปุ่นกับ เอสซี ซางามิฮาระ ซึ่งน่าจะช่วยเรื่องความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและรูปแบบฟุตบอลของเจ้าภาพได้ในระดับหนึ่ง

ส่วนธนกฤตจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นผู้เล่นแดนกลางที่สามารถช่วยเชื่อมเกมและเพิ่มความหลากหลายในการขึ้นเกมรุก โดยเจ้าตัวถูกใช้งานในเกมอุ่นเครื่องกับยูเออี U23 เมื่อเดือนมิถุนายนร่วมกับยศกรและธนาวุฒิ สะท้อนว่ากลุ่มนักเตะชุดนี้อยู่ในแผนการเตรียมทีมของโค้ชวังมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมี เจะฮานาฟี มามะ จากพีที ประจวบ เอฟซี ซึ่งเคยทำประตูให้ทีมชาติไทย U23 ในเกมอุ่นเครื่องกับยูเออี รวมถึง วรวุฒิ น้อยศรี จากเชียงใหม่ ยูไนเต็ด ที่เข้ามาเติมทางเลือกในแดนหน้า

การมีแนวรุกหลายสไตล์จึงเป็นประโยชน์ต่อทีม เพราะการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มสามนัดอาจต้องเจอสถานการณ์แตกต่างกัน บางเกมไทยอาจต้องเป็นฝ่ายครองบอล ขณะที่บางเกมโดยเฉพาะกับญี่ปุ่น อาจต้องเน้นความรวดเร็วในการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกมากขึ้น

กลุ่ม A มีญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ ส่วนคีร์กีซสถานและฮ่องกงห้ามประมาท

ผลการแบ่งกลุ่มทำให้ ทีมชาติไทย U23 อยู่ในกลุ่ม A ร่วมกับ ญี่ปุ่น, คีร์กีซสถาน และฮ่องกง โดยรูปแบบการแข่งขันในรอบแรกใช้ระบบพบกันหมด ก่อนนำแชมป์กลุ่มและรองแชมป์กลุ่มผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ตามข้อมูลที่สมาคมฯ ประกาศญี่ปุ่นย่อมถูกมองเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มจากทั้งคุณภาพระบบเยาวชนและความได้เปรียบในฐานะเจ้าภาพ ขณะที่การเล่นในประเทศญี่ปุ่นยังหมายความว่าพวกเขาจะคุ้นเคยกับสนาม สภาพอากาศ และสภาพแวดล้อมมากกว่าทุกทีม

อย่างไรก็ตาม ไทยไม่สามารถมองเพียงเกมกับเจ้าภาพเท่านั้น เพราะสองนัดแรกกับคีร์กีซสถานและฮ่องกงอาจมีความสำคัญอย่างมากต่อการวางสถานการณ์ก่อนถึงเกมสุดท้ายการแข่งขันแบบกลุ่มที่มีเพียงสามเกมทำให้ทุกคะแนนมีค่า หากไทยสามารถเก็บผลการแข่งขันที่ดีได้ตั้งแต่สองนัดแรก จะช่วยลดแรงกดดันก่อนเจอญี่ปุ่น แต่หากสะดุดตั้งแต่เกมเปิดสนาม สถานการณ์ก็อาจเปลี่ยนทันที

ดังนั้นเป้าหมายเบื้องต้นของทีมควรอยู่ที่การจัดการทีละเกม โดยเฉพาะนัดแรกกับคีร์กีซสถานซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของทัวร์นาเมนต์การมีผู้เล่นที่ผ่านประสบการณ์ระดับทีมชาติมาแล้วหลายคนอาจช่วยให้ไทยรับมือกับแรงกดดันได้ดีขึ้น แต่สุดท้ายแล้วความสม่ำเสมอในรายละเอียด เช่น การเสียบอลง่าย การป้องกันลูกสวนกลับ และประสิทธิภาพการจบสกอร์ จะเป็นตัวตัดสินว่าไทยสามารถแย่งพื้นที่สองอันดับแรกได้หรือไม่

ทีมชาติไทย U23 รายงานตัว 7 กันยายน ก่อนบินญี่ปุ่น 13 กันยายน

ตามแผนที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศ นักฟุตบอล ทีมชาติไทย U23 ทั้ง 23 คนจะเข้ารายงานตัวที่โรงแรมธารา พาร์ค รีโซเทล จังหวัดปทุมธานี ในวันที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. ก่อนเข้าสู่โปรแกรมฝึกซ้อมที่ BGTC ระหว่างช่วงเตรียมทีม

ทีมจะเก็บตัวและฝึกซ้อมต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 12 กันยายน ก่อนออกเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 13 กันยายน 2569 เพื่อปรับตัวก่อนการแข่งขันนัดแรกเพียงไม่กี่วัน ซึ่งช่วงเวลานี้ถือว่าสำคัญอย่างมากสำหรับการจัดรายละเอียดขั้นสุดท้าย ทั้งเรื่องแท็กติก สภาพร่างกาย และการเลือกชุดผู้เล่นตัวจริงสำหรับเกมแรก

ในทางปฏิบัติ ความท้าทายของการเก็บตัวทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 23 ปีคือผู้เล่นแต่ละคนเดินทางมาจากสโมสรที่มีโปรแกรมและระดับความฟิตไม่เท่ากัน ทีมงานจึงต้องพยายามทำให้ทุกคนเข้าสู่สภาพพร้อมแข่งขันในเวลาใกล้เคียงกันที่สุด

นอกจากนี้ การมีผู้เล่นมาจากหลายสโมสรยังหมายความว่าช่วงเก็บตัวต้องใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจเรื่องจังหวะการเล่นให้ตรงกัน โดยเฉพาะการประสานงานระหว่างกองหลัง แดนกลาง และแนวรุกข้อได้เปรียบคือผู้เล่นหลายคนเคยร่วมงานกับโค้ชวังมาก่อน ทำให้ไม่ต้องเริ่มเรียนรู้แนวทางใหม่ทั้งหมด และสามารถใช้เวลาที่มีไปกับรายละเอียดเฉพาะคู่แข่งมากขึ้น

หลังเดินทางถึงญี่ปุ่น ทีมจะมีเวลาเตรียมตัวก่อนเกมกับคีร์กีซสถาน ซึ่งจะเป็นบททดสอบแรกว่าการเก็บตัวช่วงสุดท้ายสามารถทำให้ผู้เล่นเข้าสู่จังหวะการแข่งขันได้เร็วเพียงใด

เช็กโปรแกรมทีมชาติไทย U23 เอเชียนเกมส์ 2026 ครบทั้ง 3 นัด

โปรแกรมรอบแบ่งกลุ่มของ ทีมชาติไทย U23 จะเริ่มต้นในวันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย พบกับ คีร์กีซสถาน ที่โตโยต้า สเตเดียม ประเทศญี่ปุ่น ก่อนลงเล่นเกมที่สองวันที่ 20 กันยายน เวลา 14.00 น. พบ ฮ่องกง และปิดท้ายเกมรอบแบ่งกลุ่มวันที่ 23 กันยายน เวลา 17.30 น. พบ ญี่ปุ่น เจ้าภาพ ณ สนามเดียวกันทั้งหมด

ทั้งสามเกมจะถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ขณะที่ข้อมูลต้นทางยังระบุช่องทาง AIS PLAY สำหรับการรับชมการแข่งขัน ทำให้แฟนบอลไทยสามารถติดตามภารกิจของช้างศึก U23 ได้ตลอดรอบแบ่งกลุ่มตารางแข่งขันถือว่าน่าสนใจ เพราะไทยเริ่มจากคีร์กีซสถาน ต่อด้วยฮ่องกง และจึงไปเจอญี่ปุ่นในนัดสุดท้าย หากสามารถเก็บแต้มได้ดีจากสองเกมแรก จะช่วยให้สถานการณ์ก่อนนัดสุดท้ายอยู่ในมือมากขึ้น

แต่ในทางกลับกัน ไทยไม่สามารถเก็บแรงหรือมองข้ามคู่แข่งเพื่อรอเกมกับญี่ปุ่นได้ เพราะทุกแต้มอาจเป็นตัวตัดสินอันดับในกลุ่มเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ยังเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักเตะหลายคนในการพิสูจน์ตัวเองต่อทีมชาติชุดใหญ่ โดยผู้เล่นอย่าง ยศกร, ชนภัช, สิทธา, ธนกฤต และธนาวุฒิ ต่างอยู่ในช่วงวัยที่สามารถต่อยอดไปสู่ระดับสูงขึ้นได้ หากสร้างผลงานโดดเด่นในรายการนี้

ภารกิจของ “โค้ชวัง” และลูกทีมจึงไม่ได้มีเพียงการผ่านรอบแบ่งกลุ่ม แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าฟุตบอลไทยรุ่นใหม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งระดับเอเชียได้มากน้อยเพียงใด โดยคำตอบแรกจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 16 กันยายน เมื่อช้างศึก U23 ลงสนามพบคีร์กีซสถานในเกมเปิดทัวร์นาเมนต์