
ราษีไศล ยูไนเต็ด ขอโทษดราม่าแฟนบอล ย้ำไม่ยอมรับถ้อยคำรุนแรงพาดพิงท่าเรือ-นายกสมาคมฯ
ราษีไศล ยูไนเต็ด ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและกล่าวขอโทษอย่างเป็นทางการ หลังเกิดประเด็นบนสื่อสังคมออนไลน์จากการที่แฟนบอลของทีมรายหนึ่งโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม โดยมีการพาดพิงถึง การท่าเรือ เอฟซี และนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อย่างรุนแรง สโมสรยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่ยอมรับพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมเน้นย้ำว่าการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับฟุตบอลสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ควรอยู่ภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสม และต้องไม่กลายเป็นการใส่ร้าย การใช้ถ้อยคำหยาบคาย หรือการสร้างความเกลียดชังระหว่างกลุ่มแฟนบอล
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจากเกมไทยลีกฤดูกาล 2026/27 นัดเปิดสนาม เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ซึ่ง ราษีไศล ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบ การท่าเรือ เอฟซี และมีปัญหาทางเทคนิคเกี่ยวกับระบบ VAR จนไม่สามารถใช้งานได้ ขณะที่ระหว่างการแข่งขันมีหลายจังหวะการตัดสินที่ถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์ภายหลัง อย่างไรก็ตาม สโมสรระบุว่าทั้งสองทีมต่างมีทั้งจังหวะได้และเสียประโยชน์จากการตัดสิน และยอมรับผลการแข่งขันตามวิถีฟุตบอล โดยหลังจบเกมทั้งสองฝ่ายรวมถึงกองเชียร์ยังแยกย้ายกันด้วยมิตรภาพ เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งบนเส้นทาง การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย ว่าเรื่องราวหลังเกมและพฤติกรรมบนโลกออนไลน์สามารถส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสโมสรได้ไม่แพ้สิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 90 นาทีในสนาม
ราษีไศล ยูไนเต็ด ยืนยันน้ำใจนักกีฬาต้องมาก่อนความขัดแย้ง
ใจความสำคัญช่วงต้นของแถลงการณ์จาก ราษีไศล ยูไนเต็ด คือการยืนยันจุดยืนเรื่องน้ำใจนักกีฬา สโมสรระบุว่ารู้สึกเสียใจอย่างมากต่อการวิจารณ์ที่เกินขอบเขตและการใช้ถ้อยคำหยาบคาย พร้อมมองว่าน้ำใจนักกีฬามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวงการฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นสปิริตที่เกิดขึ้นภายในสนามหรือพฤติกรรมของผู้เล่นและแฟนบอลนอกสนาม
จุดยืนดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะสโมสรเลือกแยกให้ชัดระหว่างการวิจารณ์ กับ การโจมตีบุคคลหรือองค์กร” แฟนฟุตบอลสามารถตั้งคำถามต่อการตัดสิน การทำงานของ VAR หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันได้ แต่เมื่อการแสดงความคิดเห็นเปลี่ยนไปสู่การใช้ถ้อยคำรุนแรงหรือสร้างความเกลียดชัง
ประเด็นก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องฟุตบอลอีกต่อไป โดยเฉพาะในยุคที่ข้อความบนโซเชียลมีเดียสามารถถูกเผยแพร่ไปยังคนจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว สโมสรจึงต้องออกมาแสดงจุดยืนเพื่อไม่ให้ความคิดเห็นส่วนบุคคลของแฟนบอลหนึ่งรายถูกเข้าใจว่าเป็นท่าทีของราษีไศลหรือกองเชียร์ทั้งหมด
VAR ขัดข้องเกมท่าเรือ จุดเริ่มต้นของการวิจารณ์หลังการแข่งขัน
เหตุการณ์มีจุดเริ่มต้นจากเกมวันที่ 5 กันยายน ซึ่ง ราษีไศล ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบ การท่าเรือ เอฟซี โดยระหว่างการแข่งขันเกิดปัญหาทางเทคนิคกับระบบช่วยตัดสิน VAR จนต้องยกเลิกการใช้งาน ขณะเดียวกันสโมสรยอมรับว่าในการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินมีรายละเอียดบางจังหวะที่สามารถถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์ได้ตามธรรมชาติของฟุตบอล
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของราษีไศลพยายามชี้ให้เห็นว่าผลกระทบจากการตัดสินไม่ได้เกิดกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงทีมเดียว โดยทั้งเจ้าบ้านและการท่าเรือต่างมีสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ สิ่งสำคัญกว่าคือการแข่งขันของทั้งสองทีมในสนาม
และเมื่อเกมสิ้นสุดลง ผลการแข่งขันได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่ายตามวิถีฟุตบอล จุดนี้ทำให้สโมสรไม่ได้ปฏิเสธสิทธิของแฟนบอลในการวิจารณ์ VAR หรือผู้ตัดสิน แต่กำลังเรียกร้องให้การวิจารณ์อยู่บนพื้นฐานของเหตุผลและขอบเขตที่เหมาะสม เพราะปัญหาทางเทคนิคหรือความเห็นต่างต่อการตัดสินไม่ควรถูกขยายจนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างสโมสรหรือแฟนบอล
สโมสรยืนยันการท่าเรือจากไปด้วยมิตรภาพ ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง
อีกประเด็นที่ ราษีไศล ยูไนเต็ด เน้นย้ำคือความสัมพันธ์กับ การท่าเรือ เอฟซี หลังจบการแข่งขัน โดยสโมสรระบุว่าเกมดังกล่าวจบลงด้วยมิตรภาพ และกองเชียร์ทีมเยือนแสดงน้ำใจในฐานะผู้มาเยือน ก่อนทั้งสองฝ่ายจะแยกย้ายกันด้วยไมตรี
รายละเอียดนี้มีความสำคัญต่อแถลงการณ์ เพราะช่วยแยกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสนามออกจากความขัดแย้งบนโลกออนไลน์ กล่าวคือ การแข่งขันระหว่างสองสโมสรไม่ได้จบลงด้วยปัญหาระหว่างทีม หรือเกิดการเผชิญหน้าระหว่างกองเชียร์ตามที่ความรุนแรงของข้อความออนไลน์อาจทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจได้ สโมสรจึงต้องการรักษาความสัมพันธ์ดังกล่าว
และไม่ต้องการให้พฤติกรรมของแฟนบอลเพียงรายเดียวกลายเป็นชนวนสร้างความรู้สึกด้านลบระหว่างสองกลุ่มกองเชียร์ นอกจากนี้ยังสะท้อนหลักพื้นฐานของฟุตบอลอาชีพว่า ความเป็นคู่แข่งควรสิ้นสุดลงพร้อมการแข่งขันในสนาม ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสโมสรและแฟนบอลควรดำเนินต่อไปบนพื้นฐานของการให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ราษีไศลไม่ยอมรับการพาดพิงรุนแรง ห่วงลุกลามถึงความปลอดภัยแฟนบอล
ส่วนที่มีน้ำหนักมากที่สุดของแถลงการณ์คือการที่ ราษีไศล ยูไนเต็ด ระบุว่าการโพสต์ข้อความใส่ร้าย การใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อ การท่าเรือ เอฟซี รวมถึงการพาดพิงอย่างรุนแรงถึงนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นพฤติกรรมที่สโมสรไม่สามารถยอมรับได้
เหตุผลไม่ได้อยู่เพียงเรื่องภาพลักษณ์ของสโมสรเท่านั้น ราษีไศลยังชี้ว่าการยั่วยุและสร้างความเกลียดชังบนโลกออนไลน์สามารถส่งผลกระทบต่อ ความปลอดภัยของแฟนบอลคนอื่น ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโพสต์ดังกล่าว ประเด็นนี้ถือเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ เพราะข้อความจากบุคคลหนึ่งสามารถถูกตีความว่าเป็นท่าทีของกลุ่มแฟนบอลทั้งหมด
และนำไปสู่ความขัดแย้งที่กว้างขึ้นได้ การออกแถลงการณ์อย่างรวดเร็วจึงเป็นความพยายามตัดวงจรไม่ให้เรื่องราวลุกลามจากโลกออนไลน์ไปสู่การแข่งขันนัดอื่นหรือความสัมพันธ์ระหว่างกองเชียร์ สโมสรเลือกยืนยันอย่างชัดเจนว่าพฤติกรรมส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็นสิ่งที่ทีมสนับสนุน และไม่ควรนำไปเหมารวมกับแฟนฟุตบอลชาวศรีสะเกษรายอื่น
ขอโทษนายกสมาคมฯ-แฟนท่าเรือ พร้อมเรียกร้องเจ้าตัวออกมารับผิดชอบ
ในช่วงท้ายแถลงการณ์ ราษีไศล ยูไนเต็ด กล่าวขอโทษอย่างเป็นทางการต่อ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, แฟนบอล การท่าเรือ เอฟซี รวมถึงแฟนฟุตบอลชาวศรีสะเกษที่ได้รับผลกระทบด้านภาพลักษณ์จากเหตุการณ์ พร้อมเรียกร้องให้แฟนบอลผู้โพสต์ข้อความออกมาแสดงความรับผิดชอบและกล่าวขอโทษต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นทางการ
สโมสรยังระบุด้วยว่าหวังจะไม่เกิดพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก และหากยังเกิดซ้ำก็อาจมีความจำเป็นต้องพิจารณามาตรการลงโทษในอนาคต จุดนี้ทำให้แถลงการณ์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการกล่าวขอโทษแทนแฟนบอล แต่ยังส่งสัญญาณว่าผู้โพสต์ควรรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองด้วย
อย่างไรก็ตาม สโมสรไม่ได้ระบุรายละเอียดว่ามาตรการที่อาจนำมาใช้จะเป็นรูปแบบใด ดังนั้นประเด็นสำคัญในเวลานี้จึงอยู่ที่การเรียกร้องให้เจ้าตัวออกมาขอโทษ และการยืนยันมาตรฐานพฤติกรรมที่ราษีไศลต้องการจากกลุ่มผู้สนับสนุนของสโมสรในอนาคต
ปิดดราม่าแล้วกลับสู่สนาม ราษีไศลเตรียมเยือนบีจี ปทุม
หลังออกแถลงการณ์จัดการประเด็นนอกสนาม ภารกิจต่อไปของ ราษีไศล ยูไนเต็ด คือการกลับมาโฟกัสการแข่งขัน โดยมีโปรแกรมบุกเยือน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในศึกไทยลีก ฤดูกาล 2026/27 นัดที่ 2 วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง AIS PLAY
สำหรับ “ราชาวานร” การออกแถลงการณ์ครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการขอโทษต่อเหตุการณ์หนึ่ง เพราะเป็นการกำหนดจุดยืนของสโมสรต่อพฤติกรรมแฟนบอลในพื้นที่ออนไลน์อย่างชัดเจน ฟุตบอลสามารถมีความเห็นต่าง มีการตั้งคำถามต่อผู้ตัดสิน หรือเกิดอารมณ์ร่วมจากผลการแข่งขันได้ แต่เส้นแบ่งสำคัญคือการไม่เปลี่ยนความผิดหวังให้กลายเป็นการโจมตีหรือสร้างความเกลียดชังต่อบุคคลอื่น
การที่ราษีไศลยืนยันว่าความสัมพันธ์กับการท่าเรือจบลงด้วยมิตรภาพ พร้อมออกมาขอโทษผู้ได้รับผลกระทบ จึงเป็นความพยายามพาเรื่องราวกลับเข้าสู่กรอบของฟุตบอลอีกครั้ง จากนี้สิ่งที่ทีมต้องทำคือทิ้งประเด็นนอกสนามไว้เบื้องหลัง และเตรียมรับบททดสอบครั้งต่อไปในการเยือนหนึ่งในทีมที่มีขุมกำลังแข็งแกร่งอย่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
ข่าวบอลไทยที่เกี่ยวข้อง
วิลเลียน พ็อพพ์ ปลดล็อกประตูแรก พาแบงค็อกเฉือนบีจี 3-2
ฮัดสันเปิดใจคุมทีมชาติไทย ทุกเกมเหมือนแขวนบนเส้นด้าย
ชนาธิปพร้อมทุ่มสุดตัว ตั้งเป้าพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ FIFA ASEAN Cup 2026