MongBallThai.com

เกาะกระแสบอลไทยทุกลีก พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และข่าวสารฟุตบอลไทย

ต่อพิฆาตฝากอนาคตไว้ในมือคนเดิม ลุยไทยลีก 2026/27 พร้อมเปิดเส้นทางยอดกุนซือลูกหนังไทย

ต่อพิฆาตฝากอนาคตไว้ในมือคนเดิม ลุยไทยลีก 2026/27 พร้อมเปิดเส้นทางยอดกุนซือลูกหนังไทย

พีที ประจวบ ต่อสัญญา โค้ชเตี้ย ลุยไทยลีก 2026/27

ท่ามกลางกระแสความเคลื่อนไหวของตลาดนักเตะและการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเฮดโค้ชหลายสโมสรในช่วงปิดฤดูกาล 2026 ข่าวที่สร้างความชื่นใจให้แฟนบอล “ต่อพิฆาต” ไม่น้อยคือการที่ พีที ประจวบ เอฟซี ประกาศบรรลุข้อตกลงต่อสัญญากับ “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ ให้อยู่คุมทีมต่อไปในฤดูกาล 2026/27 อย่างเป็นทางการ พร้อมเงื่อนไขขยายสัญญาเพิ่มเติมอีก 1 ปี การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของสโมสรที่มีต่อผลงานของกุนซือวัย 58 ปี หลังสามารถพาทีมจบอันดับ 6 ไทยลีก ฤดูกาล 2025/26 และทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ นับเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ดีที่สุดของสโมสรในรอบหลายปี และทำให้ชื่อของ พีที ประจวบ เอฟซี กลายเป็นทีมที่หลายสโมสรต้องให้ความเคารพมากขึ้นบนเวทีลีกสูงสุดไทย

ความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการวางแท็กติกในสนามเท่านั้น แต่ยังมาจากการสร้างวัฒนธรรมทีม ความเป็นครอบครัว และการพัฒนานักเตะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของโค้ชเตี้ยมาตลอดเส้นทางอาชีพการคุมทีม หลายฝ่ายมองว่าการต่อสัญญาครั้งนี้คือการส่งสัญญาณชัดเจนว่าพีที ประจวบ เอฟซี ต้องการสร้างความต่อเนื่องและยกระดับทีมให้ก้าวขึ้นไปลุ้นพื้นที่หัวตารางอย่างจริงจังในฤดูกาลใหม่ สำหรับแฟนบอลที่ต้องการติดตามภาพรวมของฟุตบอลไทย ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย ไปจนถึงการแข่งขันระดับเอเชีย สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพรวมของการพัฒนาฟุตบอลไทยในยุคปัจจุบันได้อย่างครบถ้วน

พีที ประจวบ ตอบแทนผลงานด้วยสัญญาฉบับใหม่

การประกาศต่อสัญญาของโค้ชเตี้ยเกิดขึ้นหลังจากสโมสรประเมินผลงานตลอดฤดูกาลที่ผ่านมาโดยผลงานอันดับ 6 ในไทยลีก และรองแชมป์ช้าง เอฟเอ คัพ ถือเป็นผลงานที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับทีมที่มีงบประมาณไม่สูงเท่าสโมสรระดับหัวตาราง

บอร์ดบริหารจึงตัดสินใจมอบความไว้วางใจให้กุนซือรายนี้เดินหน้าสร้างทีมต่อไปในฤดูกาลหน้าพร้อมเงื่อนไขออปชันขยายสัญญาเพิ่มอีก 1 ปี หากผลงานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ผลงานที่ทำให้สโมสรเลือกเดินต่อ

นับตั้งแต่เข้ามารับงานในถิ่นสามอ่าว สเตเดียม เมื่อเดือนมกราคม 2024โค้ชเตี้ยพาทีมลงแข่งขันไปแล้ว 88 นัด เก็บชัยชนะ 36 นัด เสมอ 26 นัด และแพ้ 26 นัดตัวเลขดังกล่าวอาจไม่หวือหวาเท่าทีมหัวตาราง แต่สะท้อนถึงความสม่ำเสมอในการพัฒนาทีมได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะการเปลี่ยนประจวบจากทีมที่ต้องลุ้นหนีตกชั้น ให้กลายเป็นทีมที่สามารถต่อกรกับทุกสโมสรในไทยลีกได้อย่างสูสี

ประวัติ โค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ

จากตำนานกองกลางสู่ยอดกุนซือไทย

สะสม พบประเสริฐ เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2510ในยุคนักฟุตบอล เขาคือหนึ่งในกองกลางระดับตำนานของวงการลูกหนังไทยเคยค้าแข้งกับสโมสรธนาคารกสิกรไทย และ บีอีซี เทโรศาสนรวมถึงติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ในช่วงปลายทศวรรษ 1990ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน แข็งแกร่ง และมีความเป็นผู้นำสูง ทำให้เขาเป็นที่จดจำของแฟนบอลไทยมาจนถึงปัจจุบัน

ศึกษาวิชาโค้ชจากเยอรมนี

หลังแขวนสตั๊ด โค้ชเตี้ยไม่ได้หายไปจากวงการฟุตบอลแต่เลือกเดินหน้าเรียนรู้ศาสตร์การฝึกสอนอย่างจริงจังโดยเดินทางไปศึกษาหลักสูตร UEFA A License ที่ประเทศเยอรมนีก่อนกลับมาทำงานด้านฟุตบอลทั้งในฐานะนักวิเคราะห์เกม ผู้ฝึกสอนเยาวชน และกุนซืออาชีพในเวลาต่อมา

เส้นทางการคุมทีมที่ยาวนานกว่า 20 ปี

โค้ชเตี้ยเริ่มต้นงานโค้ชกับทีมชาติไทยชุดเยาวชนก่อนขยับขึ้นมาคุมทีมสโมสรอาชีพหลายแห่ง

ไม่ว่าจะเป็น

  • บีอีซี เทโรศาสน
  • ชลบุรี เอฟซี
  • พัทยา ยูไนเต็ด
  • ศรีราชา เอฟซี
  • บางกอกกล๊าส เอฟซี
  • เชียงใหม่ เอฟซี
  • แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี
  • ตราด เอฟซี
  • ชลบุรี เอฟซี (รอบสอง)
  • พีที ประจวบ เอฟซี

แต่ละสโมสรล้วนมีร่องรอยความสำเร็จและการพัฒนาทีมที่ชัดเจน จนทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในโค้ชชาวไทยที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคนหนึ่งของยุคปัจจุบัน

ชื่อเสียงจากการปลุกทีมเล็กให้สู้ทีมใหญ่

สิ่งที่ทำให้โค้ชเตี้ยแตกต่างจากโค้ชหลายคน คือความสามารถในการสร้างทีมจากทรัพยากรที่มีจำกัดไม่จำเป็นต้องใช้นักเตะระดับซูเปอร์สตาร์แต่สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของนักเตะออกมาได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขามักถูกยกให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในการคุมทีมระดับกลางของไทยลีกให้สามารถต่อกรกับทีมงบประมาณสูงได้อย่างสูสี

ทำไมแฟนประจวบถึงรักโค้ชเตี้ย

นอกจากผลงานในสนามโค้ชเตี้ยยังเป็นคนที่เข้าถึงแฟนบอลได้ง่ายมีบุคลิกตรงไปตรงมากล้าแสดงความคิดเห็นและปกป้องลูกทีมเสมอทำให้ได้รับความเคารพทั้งจากนักเตะ แฟนบอล และสื่อมวลชนหลายคนมองว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงโค้ชแต่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของยุคใหม่ของพีที ประจวบ เอฟซี

เป้าหมายฤดูกาล 2026/27

หลังได้รับสัญญาฉบับใหม่เป้าหมายของประจวบในฤดูกาลหน้าถูกยกระดับขึ้นอย่างชัดเจนจากเดิมที่หวังเพียงอยู่รอดในลีกปัจจุบันสโมสรเริ่มมองไปถึงพื้นที่หัวตารางรวมถึงโอกาสในการลุ้นแชมป์ฟุตบอลถ้วยอีกครั้งโดยเฉพาะหลังสร้างผลงานรองแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ในฤดูกาลล่าสุด

ตลาดนักเตะคือบททดสอบต่อไป

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของโค้ชเตี้ยคือการเสริมทัพ เนื่องจากหลายสโมสรในไทยลีกกำลังเดินหน้าเสริมทีมอย่างหนักทั้ง

  • บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  • การท่าเรือ เอฟซี
  • บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
  • ราชบุรี เอฟซี

ดังนั้นประจวบจำเป็นต้องรักษาแกนหลักของทีมเอาไว้พร้อมเพิ่มนักเตะคุณภาพเข้ามาเติมเต็มในจุดที่ยังขาด

ฤดูกาลใหม่กับความคาดหวังที่มากกว่าเดิม

การจบอันดับ 6 และรองแชมป์เอฟเอ คัพ ทำให้มาตรฐานของสโมสรสูงขึ้นฤดูกาล 2026/27 จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าโค้ชเตี้ยจะสามารถพาทีมก้าวไปอีกระดับได้หรือไม่แต่จากผลงานที่ผ่านมาแฟนบอลจำนวนมากยังเชื่อมั่นว่ากุนซือรายนี้คือคนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการนำพาสโมสรเดินหน้าต่อไป

บทสรุป

การต่อสัญญาของโค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ ไม่ใช่แค่การรักษาหัวหน้าผู้ฝึกสอนไว้กับทีมอีกหนึ่งฤดูกาล แต่เป็นการยืนยันว่าพีที ประจวบ เอฟซี ต้องการสร้างความต่อเนื่องจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมา หลังพาทีมจบอันดับ 6 ไทยลีก และรองแชมป์ช้าง เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2025/26 ได้อย่างยอดเยี่ยม จากอดีตนักเตะทีมชาติไทย สู่กุนซือที่ผ่านการคุมทีมมาแล้วมากมายในวงการฟุตบอลไทย วันนี้โค้ชเตี้ยยังคงพิสูจน์ให้เห็นว่า ประสบการณ์ ความเข้าใจฟุตบอล และความสามารถในการบริหารทีม คือคุณสมบัติที่ทำให้เขายังคงได้รับความไว้วางใจจากทุกสโมสรที่ร่วมงาน และสำหรับแฟนบอล ต่อพิฆาต ข่าวดีครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความหวังครั้งใหม่ในการไล่ล่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในฤดูกาล 2026/27

ข่าวบอลไทยที่คุณอาจพลาด