
ภานุพงศ์ วงศ์ษา เผยเบื้องหลังการซ้อมสุดเข้มที่นักเตะพลังกาญจน์ต้องเจอ
การเข้ามาคุมทัพของ ปาร์ค ฮัง ซอ อดีตกุนซือทีมชาติเวียดนาม ถือเป็นหนึ่งในดีลที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการฟุตบอลไทยมากที่สุดก่อนเปิดฤดูกาล 2026/27 เพราะไม่บ่อยนักที่โค้ชระดับเอเชีย ซึ่งเคยพาทีมชาติเวียดนามประสบความสำเร็จทั้งในอาเซียนและเวทีเอเชีย จะเลือกมาคุมสโมสรในศึกไทยลีก 2 อย่าง พลังกาญจน์ เอฟซี ล่าสุดกระแสยิ่งร้อนแรงขึ้นไปอีก เมื่อ ภานุพงศ์ วงศ์ษา อดีตกองหลังทีมชาติไทย ซึ่งปัจจุบันรับหน้าที่ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของสโมสร ออกมาเล่าประสบการณ์การทำงานร่วมกับกุนซือชาวเกาหลีใต้ พร้อมยอมรับว่าแนวทางการฝึกซ้อมของปาร์ค ฮัง ซอ มีความเข้มข้น ละเอียด และเต็มไปด้วยวินัยในทุกขั้นตอน จนเชื่อว่าจะช่วยยกระดับนักเตะไทยได้อย่างมาก หากทุกคนเปิดใจเรียนรู้และพร้อมทำงานหนัก
คำให้สัมภาษณ์ของภานุพงศ์ถูกแชร์อย่างรวดเร็วในโลกโซเชียล เพราะไม่ได้สะท้อนแค่บรรยากาศภายในทีม แต่ยังทำให้แฟนบอลเริ่มตั้งคำถามว่า ปาร์ค ฮัง ซอ จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับพลังกาญจน์ เอฟซี ได้เหมือนที่เคยทำกับทีมชาติเวียดนามหรือไม่ สำหรับผู้ที่ติดตาม การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย นี่คือประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะหากแนวคิดการทำทีมแบบเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในไทยลีก 2 ก็อาจกลายเป็นต้นแบบให้หลายสโมสรหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรฐานการฝึกซ้อม ระบบสโมสร และการพัฒนานักเตะมากกว่าการพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวเพียงอย่างเดียว
ปาร์ค ฮัง ซอ ไม่ได้เปลี่ยนแค่แท็กติก แต่เปลี่ยนวิธีคิดของทั้งทีม
สิ่งที่ภานุพงศ์ วงศ์ษา พูดถึงมากที่สุด ไม่ใช่เรื่องแท็กติกหรือระบบการเล่น แต่เป็น “มาตรฐาน” ในการทำงานของปาร์ค ฮัง ซอ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีแรกของการฝึกซ้อม ทุกโปรแกรมถูกวางแผนอย่างละเอียด มีเป้าหมายชัดเจน และนักเตะทุกคนต้องรักษาวินัยอย่างเคร่งครัด ไม่มีการปล่อยให้ซ้อมแบบสบาย ๆ หรือทำไปตามความเคยชินเหมือนที่หลายคนอาจเคยสัมผัสมาก่อน ภานุพงศ์ยอมรับว่าความละเอียดของกุนซือรายนี้ทำให้ทีมงานโค้ชชาวไทยเองยังต้องปรับตัว และเรียนรู้แนวคิดใหม่ ๆ ไปพร้อมกับนักเตะ
แนวคิดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่พลังกาญจน์ เอฟซี ประกาศตั้งแต่วันเปิดตัวกุนซือคนใหม่ว่า สโมสรไม่ได้ดึงปาร์ค ฮัง ซอ เข้ามาเพื่อคุมทีมเพียงฤดูกาลเดียว แต่ต้องการให้เขาช่วยวางรากฐานทั้งทีมชุดใหญ่ ระบบเยาวชน และมาตรฐานการทำงานของสโมสรในระยะยาว ซึ่งแตกต่างจากการแต่งตั้งโค้ชเพื่อหวังผลระยะสั้นเพียงอย่างเดียวการสร้างวัฒนธรรมการทำงานเช่นนี้อาจไม่เห็นผลในทันที แต่หากนักเตะซึมซับแนวคิดเรื่องวินัย ความรับผิดชอบ และการเล่นเป็นระบบได้สำเร็จ พลังกาญจน์ เอฟซี ก็อาจกลายเป็นหนึ่งในทีมที่มีโครงสร้างแข็งแกร่งที่สุดของไทยลีก 2 ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ทำไมโค้ชชาวเกาหลีใต้ถึงประสบความสำเร็จในอาเซียน
หากย้อนดูผลงานของปาร์ค ฮัง ซอ กับทีมชาติเวียดนาม จะพบว่าเขาไม่ได้สร้างความสำเร็จจากการมีนักเตะที่เก่งกว่าคู่แข่ง แต่เกิดจากการยกระดับทีมทั้งระบบ เขาพาเวียดนามคว้าแชมป์อาเซียน คัพ 2018, เหรียญทองซีเกมส์ 2 สมัย, รองแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และพาทีมผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือกฟุตบอลโลก รอบ 3 ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ
สิ่งที่หลายคนยอมรับตรงกันคือ ปาร์ค ฮัง ซอ มีความสามารถในการปลูกฝังความเชื่อให้กับนักเตะ เขาทำให้ผู้เล่นเชื่อว่าพวกเขาสามารถเอาชนะทีมที่เหนือกว่าได้ หากเล่นอย่างมีวินัยและทำตามแผนอย่างเคร่งครัด
นั่นคือเหตุผลที่เวียดนามสามารถต่อกรกับทีมชั้นนำของเอเชียได้อย่างสูสีในหลายแมตช์ แม้ศักยภาพเฉพาะตัวอาจไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่ง
ประสบการณ์เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การมาของปาร์ค ฮัง ซอ ถูกจับตามองอย่างมาก เพราะแฟนบอลไทยต่างอยากเห็นว่าแนวคิดแบบเดียวกันจะสามารถยกระดับสโมสรไทยได้มากเพียงใด
พลังกาญจน์ เอฟซี กำลังสร้างทีมเพื่อมากกว่าการเลื่อนชั้น
หากดูเพียงชื่อชั้นของลีก หลายคนอาจมองว่าการมาคุมทีมไทยลีก 2 ของปาร์ค ฮัง ซอ เป็นเรื่องน่าแปลกใจ แต่เมื่อฟังแนวคิดของสโมสร จะเห็นว่านี่ไม่ใช่โครงการระยะสั้นฝ่ายบริหารของพลังกาญจน์ เอฟซี ระบุชัดเจนว่า ต้องการสร้างระบบฟุตบอลที่แข็งแรง ตั้งแต่ทีมชุดใหญ่ อะคาเดมี ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้สโมสรเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เลื่อนชั้นแล้วตกลงมาใหม่ในเวลาไม่นาน การดึงโค้ชระดับปาร์ค ฮัง ซอ พร้อมทีมงานชาวเกาหลีใต้หลายตำแหน่ง จึงสะท้อนถึงความทะเยอทะยานของสโมสรอย่างชัดเจน
นอกจากเรื่องแท็กติกแล้ว สิ่งที่ทีมต้องการคือการเปลี่ยนวัฒนธรรมฟุตบอลทั้งองค์กรหากทำได้สำเร็จ พลังกาญจน์ เอฟซี อาจกลายเป็นต้นแบบของสโมสรไทยยุคใหม่ ที่ไม่ได้ลงทุนเฉพาะตัวผู้เล่น แต่ลงทุนกับองค์ความรู้และระบบการทำงานด้วย
คำพูดของภานุพงศ์ คือสัญญาณเตือนนักเตะไทย
สิ่งที่ทำให้บทสัมภาษณ์ของภานุพงศ์ได้รับความสนใจ ไม่ใช่เพราะเป็นอดีตทีมชาติไทยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะเขาเคยผ่านทั้งยุคนักเตะและยุคโค้ช จึงเห็นความแตกต่างของวิธีการทำงานได้อย่างชัดเจนการที่เขาบอกว่านักเตะไทยจะต้องเจอกับการซ้อมที่หนักขึ้น ละเอียดขึ้น และต้องมีสมาธิตลอดเวลา ไม่ใช่การวิจารณ์นักเตะไทย แต่เป็นการสะท้อนว่าฟุตบอลระดับสูงในปัจจุบันต้องการมาตรฐานที่มากกว่าเดิม
ในยุคที่ฟุตบอลอาเซียนพัฒนาอย่างรวดเร็ว หากนักเตะไทยยังยึดติดกับรูปแบบเดิม ๆ ก็อาจตามหลังคู่แข่งมากขึ้นเรื่อย ๆในทางกลับกัน หากสามารถเปิดรับแนวคิดใหม่ และปรับตัวให้เข้ากับมาตรฐานสากลได้ ก็จะเป็นผลดีทั้งต่อสโมสรและทีมชาติไทยในระยะยาว
จุดเริ่มต้นของยุคใหม่ หรือเพียงกระแสชั่วคราว
การแต่งตั้งปาร์ค ฮัง ซอ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนพลังกาญจน์ เอฟซี ถือเป็นหนึ่งในดีลที่น่าจับตามองที่สุดของวงการฟุตบอลไทยในปี 2026 เพราะไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวกุนซือ แต่เป็นการนำองค์ความรู้ระดับเอเชียเข้ามาสู่ฟุตบอลสโมสรไทย
คำพูดของภานุพงศ์ วงศ์ษา ยิ่งตอกย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามซ้อมวันนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอนาคต หากนักเตะและสโมสรสามารถรักษามาตรฐานการทำงานแบบนี้ได้อย่างต่อเนื่อง
ฤดูกาล 2026/27 จึงไม่ใช่เพียงการลุ้นว่าพลังกาญจน์ เอฟซี จะเลื่อนชั้นหรือไม่ แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่า แนวคิดการสร้างทีมแบบเกาหลีใต้ จะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในวงการฟุตบอลไทยได้จริงหรือไม่ หากคำตอบคือ “ใช่” ผลกระทบอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่สโมสรแห่งเดียว แต่อาจกลายเป็นแรงผลักดันให้หลายสโมสรในไทยหันมาลงทุนกับระบบ พัฒนาบุคลากร และยกระดับมาตรฐานฟุตบอลไทยทั้งวงการในอนาคต
ข่าวบอลไทยที่เกี่ยวข้อง
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ดวล แอสตัน วิลล่า บิ๊กแมตช์จากแชมป์ ยูโรปาลีก 4 ส.ค.นี้
ฮัดสันปวดหัว ทีมชาติไทยยังประกาศรายชื่อไม่ได้ ก่อนลุยอาเซียน คัพ 2026
ปัตตานี เอฟซี ยืม ณัฐนันท์ เบี้ยสัมฤทธิ์ จากชลบุรี เอฟซี เสริมแดนกลางลุยไทยลีก