
เมืองทอง ยูไนเต็ด ส่งสัญญาณแรง! อัด พิจิตร 5-0 เกมลับ ปรีซีซั่น
ฤดูกาลใหม่ของฟุตบอลไทยกำลังนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ และหนึ่งในสโมสรที่แฟนบอลจับตามองมากที่สุดอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงความพร้อมอย่างต่อเนื่อง หลังลงสนามอุ่นเครื่องแบบปิดเอาชนะ พิจิตร ยูไนเต็ด 2025 ทีมจากไทยลีก 3 ไปอย่างขาดลอย 5-0 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ สนามธันเดอร์โดม สเตเดียม ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส กุนซือชาวบราซิล ผลการแข่งขันอาจเป็นเพียงเกมปรีซีซั่นที่ไม่มีคะแนนให้ลุ้น แต่รูปแบบการเล่น การหมุนเวียนนักเตะ และประสิทธิภาพในการจบสกอร์ กลับเป็นสิ่งที่แฟนบอลให้ความสนใจมากกว่า โดยเฉพาะการระเบิดฟอร์มของ ศรายุทธ อยู่สืบเชื้อ ที่ทำแฮตทริกได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึง ปกรณ์ เปรมภักดิ์ แข้งใหม่ที่ประเดิมประตูแรกกับต้นสังกัดได้ทันทีจากลูกจุดโทษ ทำให้บรรยากาศภายในทีมเต็มไปด้วยความมั่นใจก่อนเข้าสู่ศึกไทยลีก ฤดูกาล 2026/27 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
หากมองในภาพรวมของการเตรียมทีมช่วงปรีซีซั่น จะเห็นได้ว่า เมืองทอง ยูไนเต็ด ไม่ได้ให้ความสำคัญกับผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่เน้นการสร้างความเข้าใจในแท็กติก ทดลองนักเตะใหม่ และเพิ่มความฟิตของผู้เล่นทุกคน เพื่อให้พร้อมที่สุดก่อนเปิดฤดูกาล ซึ่งถือเป็นแนวทางเดียวกับหลายสโมสรชั้นนำในปัจจุบัน สำหรับแฟนบอลที่ติดตาม การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย จะเห็นว่าปรีซีซั่นกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญในการวัดศักยภาพของทีม เพราะนอกจากการสร้างความมั่นใจแล้ว ยังเป็นเวทีให้ผู้เล่นดาวรุ่งและแข้งใหม่พิสูจน์ตัวเองเพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริง ผลงานในเกมนี้จึงไม่ใช่เพียงชัยชนะ 5-0 แต่เป็นสัญญาณว่า “กิเลนผยอง” กำลังเดินมาถูกทางภายใต้กุนซือคนใหม่ และเริ่มเห็นภาพของทีมที่มีทั้งความเร็ว ความหลากหลาย และการแข่งขันภายในทีมที่เข้มข้นมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการลุ้นความสำเร็จตลอดฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง
ศรายุทธ อยู่สืบเชื้อ ระเบิดฟอร์ม แฮตทริกเรียกความมั่นใจ
ไฮไลต์สำคัญของเกมนี้หนีไม่พ้นผลงานของ ศรายุทธ อยู่สืบเชื้อ ที่จัดการเหมาคนเดียวถึง 3 ประตู กลายเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของการแข่งขันแม้จะเป็นเพียงเกมอุ่นเครื่อง แต่การจบสกอร์ได้อย่างเฉียบคมถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับกองหน้าทุกคน เพราะช่วยสร้างความมั่นใจก่อนเข้าสู่การแข่งขันจริงตลอดเกม ศรายุทธแสดงให้เห็นถึงการหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษ การเคลื่อนที่ที่ฉลาด และจังหวะจบสกอร์ที่เด็ดขาด ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เมืองทองต้องการมาตลอด
หากสามารถรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไปได้ เขาจะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญของเกมรุกในฤดูกาลใหม่นอกจากนี้ การยิงแฮตทริกยังสะท้อนให้เห็นว่า ระบบเกมรุกของโชเซ่ อัลเวส บอร์จีส เริ่มสร้างโอกาสให้กองหน้าได้มีจังหวะเข้าทำมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างยิ่ง
ปกรณ์ เปรมภักดิ์ เปิดบัญชีกับทีมใหม่ทันที
อีกหนึ่งประเด็นที่แฟนบอลพูดถึง คือการทำประตูแรกของ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ นักเตะใหม่ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมแม้จะเป็นประตูจากลูกจุดโทษ แต่สิ่งสำคัญคือการได้สัมผัสความรู้สึกของการทำประตูตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นสำหรับนักเตะที่ย้ายสโมสรใหม่ การสร้างความมั่นใจตั้งแต่เกมแรก ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้การปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมทีมเป็นไปอย่างราบรื่น
ปกรณ์แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในการรับหน้าที่ยิงจุดโทษ และไม่ปล่อยโอกาสหลุดมือหากสามารถต่อยอดผลงานในช่วงเตรียมทีมได้ต่อเนื่อง เขาจะเป็นอีกหนึ่งอาวุธสำคัญของเมืองทองในฤดูกาล 2026/27
โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส เริ่มเห็นโครงสร้างทีมชัดขึ้น
เกมนี้เมืองทองเลือกส่งผู้เล่นลงสนามถึงสองชุด เพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะหลายคนได้รับโอกาสลงเล่นชุดแรกเน้นผู้เล่นที่เป็นแกนหลักของทีม ขณะที่ชุดที่สองมีทั้งแข้งใหม่ ดาวรุ่ง และผู้เล่นที่กำลังแย่งตำแหน่งตัวจริงการหมุนเวียนนักเตะลักษณะนี้ เป็นสิ่งที่โค้ชระดับอาชีพนิยมใช้ในช่วงปรีซีซั่น เพราะต้องการประเมินศักยภาพของผู้เล่นทุกคนโชเซ่ อัลเวส บอร์จีส ยังได้เห็นความเข้าใจในแท็กติก ความฟิต และการประสานงานของลูกทีม ก่อนจะคัดเลือกทีมที่ดีที่สุดสำหรับเกมเปิดฤดูกาล สิ่งสำคัญคือ ทุกคนมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองอย่างเท่าเทียม
เกมรุกเมืองทองมีมิติมากขึ้นกว่าฤดูกาลก่อน
หากเปรียบเทียบกับช่วงท้ายฤดูกาลที่ผ่านมา เกมรุกของเมืองทองในแมตช์นี้ดูมีความหลากหลายมากขึ้นทีมสามารถเข้าทำได้ทั้งจากริมเส้น การต่อบอลตรงกลาง และจังหวะเปลี่ยนเกมเร็วการมีผู้เล่นอย่าง เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์, เจมส์ ปกรณ์ ฟอลคอเนอร์ รวมถึงดาวรุ่งหลายคน ช่วยให้เกมรุกมีความคล่องตัวขณะเดียวกัน การเติมขึ้นมาของกองกลางอย่าง ฐิติพันธ์ เขนยงาม ก็ทำให้ทีมมีอาวุธจากแถวสองเพิ่มขึ้นเมื่อแนวรุกหลายคนสามารถทำประตูได้ เมืองทองจะไม่ต้องพึ่งผู้เล่นคนใดคนหนึ่งเหมือนในอดีต
แนวรับยังรักษามาตรฐาน ไม่เสียประตู
แม้ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่เกมรุก แต่การไม่เสียประตูในเกมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจผู้เล่นอย่าง คิม ดองซู, ไมเคิล เคมป์เตอร์ และแนวรับคนอื่น ๆ สามารถควบคุมเกมรับได้ดีผู้รักษาประตูเองก็มีสมาธิตลอดทั้งเกม แม้จะไม่ได้เจองานหนักมากนักการรักษาคลีนชีตในเกมอุ่นเครื่องช่วยสร้างความมั่นใจให้แนวรับ และสะท้อนว่าระบบการเล่นเริ่มลงตัวมากขึ้นเมื่อเกมรับแข็งแรง เกมรุกก็สามารถเล่นได้อย่างมั่นใจตามไปด้วย
ชัยชนะ 5-0 คือกำลังใจ แต่บททดสอบจริงกำลังจะเริ่ม
แม้ผลการแข่งขันจะออกมาสวยงาม แต่ทุกคนในทีมทราบดีว่าการอุ่นเครื่องแตกต่างจากการแข่งขันจริงเมื่อไทยลีกเปิดฤดูกาล คู่แข่งจะมีความเข้มข้นและความกดดันมากกว่านี้หลายเท่าอย่างไรก็ตาม ชัยชนะเหนือ พิจิตร ยูไนเต็ด ถือเป็นกำลังใจสำคัญ และทำให้ทีมเห็นว่าการทำงานหนักตลอดช่วงปรีซีซั่นเริ่มออกดอกออกผลหากเมืองทองสามารถรักษาความต่อเนื่องของฟอร์มการเล่น รวมถึงพัฒนาความเข้าใจในระบบของโชเซ่ อัลเวส บอร์จีส ได้มากขึ้น “กิเลนผยอง” จะเป็นอีกหนึ่งทีมที่พร้อมกลับมาท้าทายพื้นที่หัวตารางไทยลีก และสร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลตลอดฤดูกาล 2026/27 อย่างแน่นอน
ข่าวบอลไทยที่เกี่ยวข้อง
วลพรรณ ล่ำซำ มั่นใจช้างศึกรุ่นใหม่ พร้อมลุย FIFA ASEAN Cup 2026
เนวิน ชิดชอบ กระตุ้น บุรีรัมย์ ต้องเรียนรู้ หลังเจ๊า ศรีสะเกษ 3-3
เจะฮานาฟี มามะ หวังนำประสบการณ์ทีมชาติไทย ต่อยอดกับ พีที ประจวบ