MongBallThai.com

เกาะกระแสบอลไทยทุกลีก พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และข่าวสารฟุตบอลไทย

บูรพา ยูไนเต็ด ตั้ง โค้ชต้น ล่าตั๋วไทยลีก 2

บูรพา ยูไนเต็ด ตั้ง โค้ชต้น ล่าตั๋วไทยลีก 2

บูรพา ยูไนเต็ด เอาจริง ตั้ง โค้ชต้น ล่าตั๋วไทยลีก 2 พร้อมสร้างทีมใหญ่แห่งภาคตะวันออก

ตลาดนักเตะของศึกไทยลีก 3 ฤดูกาล 2026/27 กำลังคึกคักอย่างต่อเนื่อง แต่หนึ่งในข่าวที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือการที่ บูรพา ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้ง “โค้ชต้น” สุกฤษฎิ์ โยธี เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนว่าสโมสรไม่ได้ต้องการเป็นเพียงทีมที่แข่งขันในลีกภูมิภาค แต่ตั้งเป้าลุ้นเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 อย่างจริงจัง การมาของกุนซือที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน “โค้ชจอมเลื่อนชั้น” ของวงการฟุตบอลไทย ทำให้กระแสของบูรพา ยูไนเต็ด ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียล และถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามองที่สุดของไทยลีก 3 ในฤดูกาลใหม่

ยิ่งเมื่อพิจารณาร่วมกับการเสริมทัพก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นการยืมตัว อดิศักดิ์ ไกรษร จาก ชลบุรี เอฟซี รวมถึงการเปิดตัวนักเตะใหม่หลายราย จะเห็นว่าสโมสรแห่งนี้กำลังลงทุนทั้งในส่วนของผู้เล่นและทีมงานสตาฟฟ์อย่างเป็นระบบ สำหรับแฟนบอลที่ติดตาม การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย การเปลี่ยนแปลงของบูรพา ยูไนเต็ด อาจกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดของฤดูกาล 2026/27 เพราะหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน “เสือชีตาห์” อาจไม่ได้เป็นเพียงทีมลุ้นพื้นที่หัวตาราง แต่มีศักยภาพมากพอที่จะก้าวขึ้นไปสู่ไทยลีก 2 ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

บูรพาเลือก โค้ชต้น เพราะต้องการผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเลื่อนชั้น

การแต่งตั้ง สุกฤษฎิ์ โยธี ไม่ใช่การเลือกกุนซือจากชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเลือกจากผลงานที่พิสูจน์มาแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมาเส้นทางการคุมทีมของ โค้ชต้น ถือว่าน่าสนใจอย่างมากเขาเริ่มต้นจากการเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของ หนองบัว พิชญ เอฟซี ระหว่างปี 2015-2019 ก่อนก้าวขึ้นมาคุม หนองหาน ยูไนเต็ด (อุดร ยูไนเต็ด) และพาทีมคว้าแชมป์พร้อมเลื่อนชั้นจากไทยแลนด์ อเมเจอร์ลีกได้ทันทีจากนั้นในฤดูกาล 2020/21 เขาพาอุดร ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยลีก 3 โซนอีสาน และผ่านเข้าสู่รอบแชมเปียนส์ลีกความสำเร็จยังไม่หยุดเพียงเท่านั้นปี 2022 เขาเข้ารับงานกับ ลำปาง เอฟซี ในไทยลีก 2 และสร้างประวัติศาสตร์ พาทีมเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก เป็นครั้งแรกของสโมสร

ต่อมาในฤดูกาล 2023/24 เขากลับไปคุม หนองบัว พิชญ เอฟซี และพาทีมกลับขึ้นลีกสูงสุดได้อีกครั้ง ก่อนที่ฤดูกาลล่าสุด 2025/26 จะพาทีมจบอันดับ 4 ของไทยลีก 2 พร้อมผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นผลงานเหล่านี้ทำให้หลายคนเรียกเขาว่า กุนซือจอมเลื่อนชั้นและนั่นคือเหตุผลสำคัญที่บอร์ดบริหารของบูรพา ยูไนเต็ด ตัดสินใจมอบภารกิจสำคัญให้กับเขา

บูรพาไม่ได้เปลี่ยนแค่โค้ช แต่กำลังเปลี่ยนแนวคิดของทั้งสโมสร

หากมองเฉพาะข่าวการแต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอน หลายคนอาจมองว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงตามปกติของสโมสรฟุตบอล แต่เมื่อพิจารณาความเคลื่อนไหวของบูรพา ยูไนเต็ด ตลอดช่วงตลาดนักเตะ จะเห็นว่านี่คือการวางแผนครั้งใหญ่ของสโมสรอย่างแท้จริงก่อนหน้านี้ บูรพา ยูไนเต็ด เพิ่งสร้างกระแสด้วยการคว้าตัว อดิศักดิ์ ไกรษร อดีตกองหน้าทีมชาติไทยจาก ชลบุรี เอฟซี มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของไทยลีก 3 เพราะไม่บ่อยนักที่นักเตะระดับทีมชาติจะเลือกลงมาเล่นในลีกภูมิภาค เมื่อบวกกับการแต่งตั้ง โค้ชต้น ที่ขึ้นชื่อเรื่องการพาทีมเลื่อนชั้น ยิ่งทำให้ภาพของบูรพา ยูไนเต็ด ชัดเจนขึ้นว่า สโมสรไม่ได้สร้างทีมเพื่อแข่งขันแบบปีต่อปี แต่กำลังสร้างโครงสร้างที่พร้อมสำหรับการก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงกว่า

สิ่งที่น่าสนใจคือ การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นทั้งในส่วนของนักเตะ ทีมงานสตาฟฟ์ และการบริหารจัดการ ซึ่งแตกต่างจากหลายทีมในไทยลีก 3 ที่มักเน้นเสริมผู้เล่นเพียงอย่างเดียวนี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายฝ่ายเริ่มจับตาว่า บูรพา ยูไนเต็ด อาจเป็นโปรเจกต์ระยะยาว ที่มีเป้าหมายไกลกว่าการแข่งขันในไทยลีก 3 เพียงฤดูกาลเดียว

ไทยลีก 3 โซนตะวันออก กำลังจะเดือดกว่าทุกปี

การเข้ามาของโค้ชต้นไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับบูรพา ยูไนเต็ด แต่ยังทำให้การแข่งขันในไทยลีก 3 โซนภาคตะวันออกเข้มข้นขึ้นทันทีฤดูกาลที่ผ่านมา บูรพา ยูไนเต็ด จบอันดับ 2 ของโซนภาคตะวันออก และแสดงให้เห็นว่าทีมมีศักยภาพในการลุ้นพื้นที่ระดับบนอยู่แล้ว การเสริมโค้ชที่มีประสบการณ์เรื่องการเลื่อนชั้น จึงเหมือนเป็นการเติมชิ้นส่วนสุดท้ายของจิ๊กซอว์ขณะเดียวกัน หลายสโมสรในโซนเดียวกันก็เดินหน้าเสริมทัพอย่างหนักเช่นกันนั่นหมายความว่า ทุกเกมจะมีความสำคัญมากกว่าเดิม

ทีมที่ต้องการเลื่อนชั้นจะไม่สามารถพลาดแต้มง่าย ๆ ได้อีกต่อไปสำหรับโค้ชต้น ความท้าทายครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเขาไม่ได้รับช่วงต่อจากทีมที่มีโครงสร้างพร้อมสมบูรณ์แบบ แต่ต้องสร้างทีมที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ให้กลายเป็นทีมที่มีเอกลักษณ์และพร้อมแข่งขันตลอดฤดูกาลประสบการณ์จากการคุมหลายสโมสรอาจช่วยให้เขารู้ว่าควรเริ่มต้นจากตรงไหน แต่สุดท้าย ทุกอย่างจะถูกตัดสินจากผลงานในสนาม

ปัจจัยที่ทำให้บูรพา ยูไนเต็ด มีลุ้นสร้างเซอร์ไพรส์

หากวิเคราะห์องค์ประกอบของทีมในเวลานี้ จะพบว่าบูรพา ยูไนเต็ด มีหลายจุดที่น่าสนใจอันดับแรกคือ ประสบการณ์ของหัวหน้าผู้ฝึกสอนโค้ชต้นเคยผ่านแรงกดดันในการลุ้นเลื่อนชั้นมาแล้วหลายครั้ง ทำให้รู้วิธีบริหารทีมในช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาลอันดับต่อมาคือ ขุมกำลังที่มีความสมดุลมากขึ้นการมีอดิศักดิ์ ไกรษร ช่วยเพิ่มประสบการณ์ในแนวรุก ขณะที่ผู้เล่นเดิมของทีมหลายคนก็ผ่านการแข่งขันไทยลีก 3 มาแล้วทั้งฤดูกาลนอกจากนี้ สโมสรยังมีแรงสนับสนุนจากแฟนบอลในพื้นที่จังหวัดชลบุรีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังรีแบรนด์และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของทีม ทำให้บรรยากาศรอบสโมสรมีความคึกคักกว่าหลายฤดูกาลที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังต้องพิสูจน์คือ

  • การปรับตัวของนักเตะใหม่
  • ความลงตัวของระบบการเล่น
  • ความสม่ำเสมอตลอดฤดูกาล

หากทั้งสามปัจจัยเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน บูรพา ยูไนเต็ด ก็มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในทีมลุ้นเลื่อนชั้นได้จริง

มากกว่าการแต่งตั้งโค้ช แต่คือการประกาศเป้าหมายของสโมสร

การแต่งตั้ง “โค้ชต้น” สุกฤษฎิ์ โยธี จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวหัวหน้าผู้ฝึกสอนธรรมดา แต่เป็นการประกาศให้ทั้งวงการฟุตบอลไทยรับรู้ว่า บูรพา ยูไนเต็ด กำลังยกระดับความทะเยอทะยานของสโมสรเมื่อรวมกับการเสริมทัพที่น่าสนใจ การดึงนักเตะประสบการณ์สูงเข้ามา และการวางแผนสร้างทีมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ เสือชีตาห์ กลายเป็นอีกหนึ่งทีมที่ถูกจับตามองมากที่สุดก่อนเปิดฤดูกาลไทยลีก 3 ฤดูกาล 2026/27แน่นอนว่าเส้นทางสู่ไทยลีก 2 จะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องแข่งขันกับหลายสโมสรที่มีเป้าหมายเดียวกัน แต่จากสิ่งที่บูรพา ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้กำลังสร้างทีมเพื่อหวังเพียงจบอันดับดีในลีก

พวกเขากำลังสร้างสโมสรที่พร้อมเติบโตในระยะยาวและหาก “โค้ชต้น” สามารถนำประสบการณ์ด้านการเลื่อนชั้นมาถ่ายทอดสู่ทีมได้เหมือนที่เคยทำกับหลายสโมสรในอดีต ฤดูกาล 2026/27 อาจกลายเป็นปีที่แฟนบอลได้เห็นการแจ้งเกิดของบูรพา ยูไนเต็ด ในฐานะหนึ่งในมหาอำนาจใหม่ของฟุตบอลภาคตะวันออก และเป็นผู้ท้าชิงตั๋วเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 อย่างเต็มตัว