MongBallThai.com

เกาะกระแสบอลไทยทุกลีก พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และข่าวสารฟุตบอลไทย

ทีมชาติไทย U20 เปิดหัวคัดเอเชียสวย ศิวกรซัดดับยูเออี 1-0

ทีมชาติไทย U20 เปิดหัวคัดเอเชียสวย ศิวกรซัดดับยูเออี 1-0

ทีมชาติไทย U20 เปิดหัวคัดเอเชียสวย ศิวกรซัดดับยูเออี 1-0

ทีมชาติไทย U20 เปิดฉากภารกิจล่าตั๋วฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี 2027 รอบคัดเลือก ได้อย่างยอดเยี่ยม หลังเฉือนเอาชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี U20 ด้วยสกอร์ 1-0 ที่ชลบุรี สเตเดียม เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยประตูเดียวของการแข่งขันเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรกนาทีที่ 45+2 จากจังหวะประสานงานระหว่าง พิชญะ คงศรี กับ ศิวกร พลสรรค์ ก่อนที่แนวรุกของทีมชาติไทยจะหลุดเข้าเขตโทษและยิงด้วยเท้าขวาโค้งเสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด ส่งให้ทัพ ช้างศึกหนุ่ม ภายใต้การคุมทีมของ โค้ชโบ้ จักรพันธ์ ปั่นปี เก็บสามคะแนนสำคัญตั้งแต่เกมแรกของกลุ่ม F ได้ตามเป้าหมาย

ชัยชนะนัดนี้มีความหมายมากกว่าการเปิดหัวด้วยสามคะแนน เพราะระบบการแข่งขันรอบคัดเลือกครั้งนี้มีพื้นที่สำหรับผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายอย่างจำกัด โดยแชมป์กลุ่มทั้ง 8 กลุ่ม และรองแชมป์ที่มีผลงานดีที่สุดอีก 7 ทีม จะได้สิทธิ์ไปแข่งขัน AFC U20 Asian Cup China 2027 ร่วมกับเจ้าภาพจีน ทำให้ทุกคะแนนและผลต่างประตูได้เสียมีความสำคัญตั้งแต่แมตช์แรก การเก็บชัยเหนือยูเออีจึงทำให้ไทยสามารถเริ่มต้นเส้นทางในตำแหน่งที่ดี ก่อนเข้าสู่เกมสำคัญกับ เติร์กเมนิสถาน ซึ่งเพิ่งสร้างเซอร์ไพรส์เอาชนะ อิรัก 2-1 ในอีกคู่ของกลุ่มเดียวกัน เรื่องราวของทีมเยาวชนชุดนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญใน การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย ที่ต้องจับตามองต่อเนื่องตลอดสามเกมของรอบคัดเลือก

ทีมชาติไทย U20 จัดแนวรุกเต็มสูบ เปิดเกมกดดันยูเออีตั้งแต่ต้น

โค้ชโบ้ จักรพันธ์ ปั่นปี เลือกจัดทีมชุดแรกด้วยการให้ พิชญะ คงศรี สวมปลอกแขนกัปตันทีมและรับหน้าที่เชื่อมเกมในแดนกลาง ขณะที่แนวรุกมี พงษ์เพชร เอี่ยมสอาด, ณฐกร รัตนสุวรรณ และ ศิวกร พลสรรค์ เป็นกำลังสำคัญ โดยแนวทางตั้งแต่ช่วงต้นแสดงให้เห็นว่า ทีมชาติไทย U20 ไม่ได้ต้องการเล่นแบบรอจังหวะ แต่พยายามเปิดเกมเข้าใส่คู่แข่งและสร้างโอกาสจากการเคลื่อนที่ของผู้เล่นแนวรุก

เพียงนาทีที่ 4 ไทยก็มีโอกาสแรกจาก พงษ์เพชร เอี่ยมสอาด ที่พาบอลเข้าสู่กรอบเขตโทษก่อนยิงด้วยขวา บอลแฉลบแนวรับยูเออีแต่ยังไม่ผ่าน โจชัว เบนท์ลีย์ ผู้รักษาประตูคู่แข่ง หลังจากนั้นรูปเกมมีช่วงที่ทั้งสองฝ่ายพยายามแย่งพื้นที่แดนกลาง และไทยต้องเจอกับสถานการณ์ไม่คาดคิดในนาทีที่ 34 เมื่อ สุรเชษฐ์ กิขุนทด มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง ณภัทร ชุมปัญญา ลงสนามแทนเร็วกว่าที่วางแผนไว้

แม้ต้องเปลี่ยนตัวจากอาการบาดเจ็บ แต่รูปแบบการเล่นของไทยไม่ได้เสียสมดุลจนเห็นได้ชัด โดยทีมยังพยายามต่อบอลขึ้นหน้าและใช้การทำชิ่งระหว่างแดนกลางกับแนวรุกเพื่อเจาะพื้นที่ของยูเออี ซึ่งท้ายที่สุดแนวทางดังกล่าวก็กลายเป็นที่มาของประตูสำคัญก่อนหมดครึ่งแรก

ศิวกร พลสรรค์ จบสกอร์เฉียบขาด ส่งไทยนำช่วงทดเจ็บ

จังหวะที่เปลี่ยนเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 45+2 เมื่อ ศิวกร พลสรรค์ ทำชิ่งกับกัปตันทีม พิชญะ คงศรี ก่อนเคลื่อนตัวทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเลือกยิงด้วยเท้าขวาส่งบอลโค้งไปยังเสาไกลแบบที่ผู้รักษาประตูยูเออีไม่สามารถป้องกันได้ กลายเป็นประตูให้ ทีมชาติไทย U20 ขึ้นนำ 1-0 ก่อนเข้าสู่ช่วงพักครึ่ง

ประตูนี้สะท้อนจุดเด่นสำคัญของเกมรุกไทยในแมตช์ดังกล่าว เพราะไม่ได้เกิดจากการโยนบอลหรือความผิดพลาดของคู่แข่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการประสานงานของผู้เล่นสองคนผ่านการทำชิ่งที่รวดเร็ว ก่อนสร้างพื้นที่ให้ศิวกรหลุดเข้าไปจบสกอร์

ในเกมระดับเยาวชนที่ความกดดันสูง โดยเฉพาะนัดแรกของรอบคัดเลือก การได้ประตูในช่วงเวลาสำคัญอย่างท้ายครึ่งแรกช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ได้มาก เพราะทำให้ทีมสามารถกลับเข้าไปพักด้วยความได้เปรียบและวางแผนสำหรับครึ่งหลังโดยไม่จำเป็นต้องเร่งเปิดเกมจนเสียสมดุล

สำหรับศิวกร นี่จึงไม่ใช่เพียงประตูหนึ่งลูกในนามทีมชาติ แต่เป็นประตูที่มอบสามคะแนนแรกให้ทีมในการแข่งขันที่ทุกแต้มมีผลต่อการลุ้นผ่านเข้ารอบสุดท้ายโดยตรงขณะที่บทบาทของพิชญะก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะนอกจากรับหน้าที่กัปตันทีมและสร้างสรรค์เกมแล้ว ยังเป็นผู้เล่นที่มีส่วนโดยตรงกับประตูชัยจากจังหวะทำชิ่งเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมเข้าไปจบสกอร์

ครึ่งหลังช้างศึกมีโอกาสบวกเพิ่ม แต่ชนเสาและติดเซฟ

หลังกลับมาลงสนามในครึ่งหลัง ทีมชาติไทย U20 ไม่ได้ถอยลงไปตั้งรับเพื่อรักษาสกอร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังพยายามหาโอกาสทำประตูที่สองเพื่อปิดเกม และเกือบทำได้ในนาทีที่ 52 เมื่อ จักรพล อุปการะ จ่ายบอลมาให้ ปวริศ บุญมาเลิศ ได้โอกาสยิงด้วยเท้าขวา ทว่าบอลพุ่งไปชนเสา ทำให้ไทยพลาดโอกาสขยับหนีเป็น 2-0 อย่างน่าเสียดาย

การรักษาความกดดันต่อเนื่องหลังขึ้นนำถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะช่วยไม่ให้ยูเออีสามารถดันผู้เล่นทั้งหมดขึ้นมาบุกได้อย่างอิสระ ขณะเดียวกัน จักรพันธ์ ปั่นปี ยังปรับทีมในนาทีที่ 66 ด้วยการส่ง ภูริช ทรัพย์เห็นสว่าง และ สุรชัย บุญชารี ลงมาแทน ธัญกรณ์ แสวงสุข กับ จักรพล อุปการะ เพื่อเพิ่มความสดในช่วงเวลาที่เกมเริ่มเปิดมากขึ้น

นาทีที่ 80 ไทยมีโอกาสอีกครั้งจากการเปิดบอลของ พิชญะ คงศรี เข้าไปถึง สุรชัย บุญชารี ซึ่งได้จังหวะยิงด้วยซ้าย แต่ยังถูก โจชัว เบนท์ลีย์ เซฟเอาไว้ ทำให้สกอร์ยังคงอยู่ที่ 1-0แม้ไม่สามารถทำประตูเพิ่ม แต่สิ่งสำคัญคือไทยรักษาความได้เปรียบจนจบการแข่งขัน ไม่ปล่อยให้คู่แข่งกลับมาตีเสมอในช่วงท้าย และเก็บคลีนชีตควบคู่กับสามคะแนนแรกได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นผลการแข่งขันที่มีคุณค่าอย่างมากสำหรับทัวร์นาเมนต์ระยะสั้น

สามคะแนนแรกสำคัญ เพราะระบบคัดเลือกเปิดพื้นที่ผิดพลาดไม่มาก

การแข่งขัน AFC U20 Asian Cup China 2027 รอบคัดเลือกครั้งนี้ใช้ระบบที่ทำให้ทุกเกมมีความสำคัญสูง โดยรอบ Qualification Phase มี 31 ทีม แบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม และจะคัดเฉพาะ แชมป์กลุ่มทั้ง 8 ทีม รวมกับรองแชมป์กลุ่มที่มีผลงานดีที่สุด 7 ทีม ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายร่วมกับจีน เจ้าภาพการแข่งขันนั่นหมายความว่า ทีมชาติไทย U20 ไม่สามารถมองเพียงอันดับภายในกลุ่มของตัวเองเท่านั้น หากต้องไปลุ้นโควตารองแชมป์ ผลการแข่งขันของกลุ่มอื่น รวมถึงคะแนน ผลต่างประตูได้เสีย และรายละเอียดต่างๆ ก็อาจเข้ามามีผลโดยตรง

การเอาชนะยูเออีจึงช่วยลดแรงกดดันได้ระดับหนึ่ง เพราะอย่างน้อยไทยมีสามคะแนนอยู่ในมือก่อนเข้าสู่สองเกมที่เหลือ ขณะที่คู่แข่งที่ถูกมองว่าแข็งแกร่งอย่างอิรักกลับพลาดท่าตั้งแต่นัดแรกอย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะมองว่าชัยชนะนัดเปิดสนามทำให้เส้นทางของไทยง่ายขึ้น เพราะเติร์กเมนิสถานแสดงให้เห็นทันทีว่าพวกเขาไม่ใช่ทีมที่สามารถประเมินต่ำได้ หลังพลิกสถานการณ์เอาชนะอิรัก 2-1 และเก็บสามคะแนนเช่นเดียวกับไทยด้วยการแข่งขันเพียงสามนัดในรอบแบ่งกลุ่ม ความผิดพลาดหนึ่งเกมสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นชัยชนะเหนือยูเออีถือเป็นเพียงก้าวแรก ส่วนภารกิจที่แท้จริงยังต้องรักษามาตรฐานให้ได้ในสองเกมที่เหลือ

เติร์กเมนิสถานล้มอิรัก ทำเกมนัดสองของไทยมีความหมายทันที

ผลการแข่งขันอีกคู่ของกลุ่ม F กลายเป็นหนึ่งในผลที่น่าสนใจของวันเปิดสนาม เมื่อ เติร์กเมนิสถาน U20 เอาชนะ อิรัก U20 2-1 ทำให้หลังผ่านเกมแรก ไทยและเติร์กเมนิสถานเป็นสองทีมที่เก็บชัยชนะได้ ขณะที่ยูเออีและอิรักยังไม่มีคะแนนสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกมนัดถัดไประหว่าง ทีมชาติไทย U20 กับ เติร์กเมนิสถาน U20 มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นทันที เพราะหากฝ่ายใดเก็บสามคะแนนได้อีก จะขยับเข้าใกล้การครองตำแหน่งหัวตารางและสร้างความได้เปรียบอย่างมากก่อนถึงเกมสุดท้าย

ชัยชนะของเติร์กเมนิสถานยังเป็นคำเตือนไทยอย่างดีว่า ชื่อชั้นหรือภาพก่อนการแข่งขันไม่สามารถนำมาใช้ตัดสินคู่แข่งได้ โดยเฉพาะฟุตบอลเยาวชนที่ความแตกต่างด้านฟอร์มและพัฒนาการของนักเตะสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว

สำหรับทีมของจักรพันธ์ เกมนัดสองจึงจำเป็นต้องรักษาความรัดกุมแบบเดียวกับที่ทำได้ในการพบยูเออี แต่ขณะเดียวกันอาจต้องพยายามเพิ่มประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้าย เพราะในเกมแรกไทยมีโอกาสทำประตูเพิ่มหลายครั้ง รวมถึงลูกยิงชนเสาของ ปวริศ บุญมาเลิศหากสามารถเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้เป็นประตูได้มากขึ้น จะช่วยลดความกดดันในช่วงท้ายเกม และมีความสำคัญต่อผลต่างประตูได้เสียด้วย หากท้ายที่สุดต้องนำสถิติมาใช้ตัดสินอันดับหรือเปรียบเทียบรองแชมป์กับกลุ่มอื่น

ทีมชาติไทย U20 ดวลเติร์กเมนิสถาน 3 กันยายน ลุ้นต่อยอดชัยชนะ

โปรแกรมต่อไปของ ทีมชาติไทย U20 คือการพบกับ เติร์กเมนิสถาน U20 ในวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 19.30 น. ที่ชลบุรี สเตเดียม ก่อนปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มด้วยการพบ อิรัก U20 วันที่ 6 กันยายน เวลา 19.30 น. ณ สนามเดียวกัน โดยโปรแกรมทั้งหมดได้รับการยืนยันก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์แล้วเกมกับเติร์กเมนิสถานจึงเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของลูกทีม โค้ชโบ้ หลังคู่แข่งเพิ่งแสดงความแข็งแกร่งด้วยการเอาชนะอิรักในนัดแรก หากไทยสามารถเก็บสามคะแนนได้อีกครั้ง จะทำให้มี 6 คะแนนเต็มและสร้างสถานการณ์ที่ดีมากก่อนเข้าสู่แมตช์สุดท้าย

การถ่ายทอดสดเกมดังกล่าวมีผ่าน ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32 รวมถึงช่องทางออนไลน์ของไทยรัฐสปอร์ต และ TrueVisions Now ตามโปรแกรมที่ประกาศไว้สำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกครั้งนี้หลังผ่าน 90 นาทีแรก สิ่งที่ทีมชาติไทยชุดนี้ทำได้สำเร็จคือการจัดการแรงกดดันของเกมเปิดสนาม เก็บคลีนชีต และคว้าสามคะแนนจากคู่แข่งอย่างยูเออี แต่เส้นทางไปสู่รอบสุดท้ายยังเหลืออีกสองด่านสำคัญ

ประตูชัยของ ศิวกร พลสรรค์ ช่วยมอบจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดให้กับทีม แต่การลุ้นตั๋วไปจีนในปี 2027 จำเป็นต้องอาศัยความต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งผลการแข่งขัน และเกมกับเติร์กเมนิสถานจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ช้างศึกหนุ่ม” สามารถต่อยอดจากชัยชนะนัดแรกและขยับเข้าใกล้เป้าหมายใหญ่ได้มากเพียงใด