
กฤษกร กระสายเงิน วางปรัชญา บางกอก เอฟซี ต้องดุดันและไม่ยอมแพ้
กฤษกร กระสายเงิน หัวหน้าผู้ฝึกสอน บางกอก เอฟซี เปิดเผยความพร้อมของทัพกระทิงเพลิง ก่อนเข้าสู่การแข่งขัน BYD DOLPHIN LEAGUE III ฤดูกาล 2026/27 โซนภาคตะวันตก โดยยอมรับว่าสภาพทีมในเวลานี้ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเต็มร้อย เนื่องจากยังมีนักเตะได้รับบาดเจ็บจากการปะทะระหว่างการเตรียมทีมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยังไม่สามารถใช้งานขุมกำลังแบบเต็มสควอดได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โค้ชโดนัท รู้สึกพอใจมากที่สุดไม่ใช่เรื่องจำนวนผู้เล่นหรือความสมบูรณ์ทางแท็กติก แต่คือการที่นักเตะเริ่มเข้าใจแนวคิดและตัวตนที่เขาต้องการสร้างให้กับบางกอกมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งความกระหายในชัยชนะ การเล่นเพื่อทีม ความเข้มข้นในการแข่งขัน ความดุดัน และการไม่ยอมแพ้ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสนาม
สำหรับ กฤษกร กระสายเงิน การกลับมาคุม บางกอก เอฟซี เป็นคำรบสองไม่ได้เป็นเพียงการกลับมารับงานกับสโมสรเก่า แต่ยังเป็นการกลับมาพร้อมภารกิจที่คุ้นเคย นั่นคือการสร้างทีมให้พร้อมแข่งขันเพื่อเป้าหมายเลื่อนชั้น หลังเจ้าตัวเคยพา กระทิงเพลิง ประสบความสำเร็จอย่างมากในฤดูกาล 2023/24 ด้วยการคว้าแชมป์ไทยลีก 3 ทั้งระดับโซนและรอบประเทศ ก่อนเลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีก 2 ได้สำเร็จ และยังได้รับรางวัลหัวหน้าผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมไทยลีก 3 จาก FA Thailand อีกด้วย การกลับมาครั้งนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าติดตามใน การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย เพราะเป้าหมายของสโมสรไม่ได้อยู่แค่การทำผลงานให้ดีขึ้น แต่คือการกลับสู่ไทยลีก 2 ให้ได้อีกครั้ง
กฤษกร กระสายเงิน ยอมรับบางกอกยังไม่เต็มร้อยเรื่องขุมกำลัง
หนึ่งในประเด็นที่ กฤษกร กระสายเงิน เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาก่อนเริ่มฤดูกาล คือเรื่องความพร้อมของขุมกำลังที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ เพราะตลอดช่วงเตรียมทีมมีนักเตะได้รับบาดเจ็บอยู่เรื่อยๆ โดยส่วนใหญ่เกิดจากจังหวะปะทะระหว่างการฝึกซ้อมหรือเกมอุ่นเครื่อง ทำให้บางกอกยังไม่สามารถรวมผู้เล่นทุกคนเข้ามาทำงานพร้อมกันแบบเต็มสควอดได้
สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ทีมงานต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากช่วงปรีซีซั่นเป็นเวลาสำคัญสำหรับการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้เล่น หากมีนักเตะหมุนเวียนเข้าออกจากการฝึกซ้อมเพราะอาการบาดเจ็บ ก็ย่อมส่งผลต่อความต่อเนื่องในการวางแท็กติกและการทดลองชุดผู้เล่นอย่างไรก็ตาม โค้ชโดนัทไม่ได้แสดงความกังวลจนเกินไป เพราะมองว่าความพร้อมของทีมไม่ได้ถูกตัดสินจากจำนวนผู้เล่นเพียงอย่างเดียว สิ่งที่สำคัญกว่าคือความเข้าใจในหลักการเล่นร่วมกัน ซึ่งกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่เจ้าตัวต้องการ
สำหรับทีมที่กำลังเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ในไทยลีก 3 การรักษาความสมดุลระหว่างการเร่งเตรียมทีมกับการดูแลสภาพร่างกายถือเป็นโจทย์สำคัญ เพราะโปรแกรมการแข่งขันมีความเข้มข้นและการเสียผู้เล่นตัวหลักในช่วงต้นฤดูกาลอาจส่งผลต่อแต้มได้ทันทีดังนั้นแม้บางกอกจะยังไม่เต็มร้อยในแง่จำนวนผู้เล่น แต่สิ่งที่กุนซือพยายามสร้างคือพื้นฐานทางความคิดที่สามารถทำให้ทีมเดินหน้าต่อได้ แม้ต้องมีการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นระหว่างทาง
ปรัชญาหลักคือความกระหาย เล่นเป็นทีม และฟุตบอลเข้มข้น
สิ่งที่ กฤษกร กระสายเงิน ให้ความสำคัญมากกว่าระบบหรือแท็กติก คือทัศนคติของนักเตะ โดยเจ้าตัวระบุชัดว่าต้องการเห็นความกระหายในชัยชนะ การเล่นเพื่อทีม และการเล่นฟุตบอลด้วยความเข้มข้นในทุกสถานการณ์แนวคิดนี้สะท้อนภาพบางกอกในยุคที่โค้ชโดนัทเคยคุมทีมก่อนหน้านี้ได้อย่างชัดเจน โดยในฤดูกาล 2023/24 ทีมเคยทำผลงานโดดเด่นอย่างมากในไทยลีก 3 และสามารถรักษาความต่อเนื่องของผลงานได้ตลอดทั้งฤดูกาล ก่อนคว้าแชมป์ระดับโซนและแชมป์ประเทศในท้ายที่สุด
หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนคาแรกเตอร์ดังกล่าวคือช่วงฤดูกาล 2023/24 ที่บางกอกเคยทำสถิติชนะในลีก 10 นัดติดต่อกัน และยังไม่แพ้ใครหลังผ่าน 11 นัดแรก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทีมในยุคนั้นมีทั้งความสม่ำเสมอและความแข็งแกร่งทางด้านจิตใจการกลับมาครั้งนี้ โค้ชโดนัทจึงพยายามสร้างพื้นฐานเดิมขึ้นมาใหม่ โดยไม่ได้ต้องการเพียงทีมที่สามารถครองบอลหรือเล่นตามระบบได้เท่านั้น แต่ต้องเป็นทีมที่มีพลัง มีความเชื่อมั่น และพร้อมเล่นด้วยความเข้มข้นตลอด 90 นาที
สำหรับการแข่งขันในไทยลีก 3 คุณสมบัติเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะหลายเกมอาจไม่ได้ตัดสินด้วยรายละเอียดเชิงเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการรับมือกับการปะทะ เกมที่มีจังหวะต่อเนื่อง และความสามารถในการรักษาสมาธิเมื่อสถานการณ์ไม่เป็นใจด้วย
คาแรกเตอร์ดุดันและไม่ยอมแพ้สำคัญกว่าแท็กติก
ประโยคสำคัญจาก กฤษกร กระสายเงิน คือการมองว่าคาแรกเตอร์ของทีมมีความสำคัญยิ่งกว่าแท็กติก ซึ่งเป็นแนวคิดที่เจ้าตัวพยายามปลูกฝังให้กับนักเตะ บางกอก เอฟซี ตลอดช่วงปรีซีซั่นในมุมของโค้ชโดนัท ทีมที่มีระบบการเล่นดีแต่ขาดความกระหายหรือยอมแพ้ง่ายอาจไม่สามารถไปถึงเป้าหมายได้ ในทางกลับกัน หากนักเตะมีความเชื่อมั่นและพร้อมต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย ทีมก็ยังสามารถแก้ไขสถานการณ์ในสนามและพัฒนารายละเอียดด้านแท็กติกต่อไปได้
คำว่า ดุดัน ในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึงการเล่นรุนแรง แต่คือการเล่นแบบมีพลัง เข้าสู่เกมอย่างจริงจัง กล้าปะทะ กล้าไล่บอล และไม่ปล่อยให้คู่แข่งสามารถเล่นฟุตบอลตามจังหวะของตัวเองได้ง่ายส่วนการ ไม่ยอมแพ้ เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่กุนซือต้องการให้กลายเป็นตัวตนประจำทีม เพราะตลอดหนึ่งฤดูกาลจะมีหลายเกมที่บางกอกอาจตกเป็นฝ่ายตามหลัง หรือเผชิญสถานการณ์ที่แผนการเล่นไม่เป็นไปตามต้องการ
หากนักเตะมีความเชื่อมั่นและยังคงเล่นตามหลักการของทีม โอกาสในการกลับเข้าสู่เกมก็ยังคงมีอยู่นี่คือเหตุผลที่กฤษกรระบุว่าปัจจุบันตัวเองมีความสุขกับพัฒนาการของทีม เพราะแม้ขุมกำลังจะยังไม่ครบ แต่สิ่งที่มองเห็นได้ชัดขึ้นทุกวันคือผู้เล่นเริ่มมีความคิดแบบเดียวกัน และเข้าใจมากขึ้นว่าการสวมเสื้อ บางกอก เอฟซี ในฤดูกาลนี้ต้องแสดงคาแรกเตอร์แบบใดออกมา
ความสำเร็จปี 2023/24 กลายเป็นต้นแบบของภารกิจรอบใหม่
การกลับมาคุมทีมของ กฤษกร กระสายเงิน ย่อมถูกเชื่อมโยงกับความสำเร็จในฤดูกาล 2023/24 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะครั้งนั้นเจ้าตัวสามารถพา บางกอก เอฟซี สร้างหนึ่งในฤดูกาลที่น่าจดจำที่สุดของสโมสรบางกอกคว้าแชมป์ไทยลีก 3 โซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนผ่านเข้าสู่รอบระดับประเทศและคว้าแชมป์ประเทศไทย ด้วยการเอาชนะ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-2 ในรอบชิงชนะเลิศ ส่งผลให้ทีมได้เลื่อนชั้นกลับสู่ไทยลีก 2 เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
ผลงานดังกล่าวยังส่งให้ กฤษกร ได้รับรางวัล Thai League 3 Coach of the Year ประจำฤดูกาล 2023/24 จาก FA Thailand ยืนยันถึงคุณภาพการทำทีมในช่วงเวลานั้นอย่างไรก็ตาม การกลับมาในฤดูกาล 2026/27 ไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้สูตรเดิมแล้วจะได้ผลลัพธ์เหมือนเดิมทันที เพราะทั้งผู้เล่น คู่แข่ง โครงสร้างลีก และบริบทของการแข่งขันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
สิ่งที่สามารถนำกลับมาใช้ได้คือแนวคิดพื้นฐาน โดยเฉพาะเรื่องความเข้มข้น วินัย และการสร้างทีมที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน ซึ่งเคยเป็นส่วนสำคัญต่อความสำเร็จครั้งก่อนความท้าทายของโค้ชโดนัทจึงอยู่ที่การสร้าง “บางกอกเวอร์ชันใหม่” ที่ยังคงตัวตนของฟุตบอลในแบบที่เขาเชื่อ แต่สามารถปรับให้เข้ากับสถานการณ์ของฤดูกาลนี้และพาทีมแข่งขันเพื่อเป้าหมายเลื่อนชั้นได้อีกครั้ง
เป้าหมายใหญ่คือกลับไทยลีก 2 แต่ต้องเดินไปทีละเกม
เป้าหมายของ กฤษกร กระสายเงิน และ บางกอก เอฟซี ในฤดูกาลนี้ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน คือการพยายามกลับขึ้นไปแข่งขันในไทยลีก 2 อีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางที่ทั้งกุนซือและสโมสรต่างมีประสบการณ์ร่วมกันมาแล้วแต่แม้โค้ชโดนัทจะรู้วิธีพาทีมผ่านกระบวนการเลื่อนชั้นจากผลงานในอดีต เขาก็ยอมรับผ่านน้ำเสียงและแนวคิดว่าภารกิจครั้งนี้ไม่มีทางง่าย เพราะการแข่งขันไทยลีก 3 ต้องผ่านทั้งรอบโซนและขั้นตอนการแข่งขันเพื่อชิงพื้นที่เลื่อนชั้น ซึ่งต้องอาศัยความสม่ำเสมอในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่กุนซือพยายามเน้นจึงไม่ใช่เพียงคำว่า “เลื่อนชั้น” แต่เป็นกระบวนการสร้างทีมที่สามารถรับมือกับเกมยากๆ ได้ความกระหายชัยชนะ การเล่นเป็นทีม ความดุดัน และการไม่ยอมแพ้จึงถูกมองเป็นคุณสมบัติที่จะช่วยให้บางกอกเดินผ่านช่วงเวลาที่ผลการแข่งขันไม่เป็นใจขณะเดียวกัน ความสำเร็จในอดีตอาจกลายเป็นทั้งแรงบันดาลใจและแรงกดดัน เพราะแฟนบอลย่อมจำได้ว่ากุนซือรายนี้เคยพาทีมขึ้นไปถึงจุดใดมาแล้ว
แต่สิ่งที่สำคัญคือไม่ควรเปรียบเทียบทุกอย่างกับปี 2023/24 เพราะทีมชุดใหม่จำเป็นต้องสร้างเรื่องราวของตัวเอง และพิสูจน์คุณภาพผ่านผลงานในสนามตั้งแต่นัดแรกไปจนถึงช่วงปลายฤดูกาลหากทีมสามารถรักษาคาแรกเตอร์ตามที่กฤษกรต้องการได้ต่อเนื่อง เป้าหมายกลับสู่ไทยลีก 2 ก็จะไม่ใช่เพียงความฝัน แต่มีโอกาสกลายเป็นภารกิจที่จับต้องได้มากขึ้นตามลำดับ
กฤษกร กระสายเงิน ชวนแฟนบอลร่วมสร้างพลัง ก่อนประเดิมเยือนเพชรบุรี
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ กฤษกร กระสายเงิน ให้ความสำคัญคือแฟนบอล โดยเจ้าตัวเรียกร้องให้แฟน “กระทิงเพลิง” เข้ามาสนับสนุนทีมให้มากที่สุดตลอดฤดูกาล พร้อมเชิญชวนให้พาครอบครัวและเพื่อนฝูงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศการแข่งขันสำหรับโค้ชโดนัท แฟนบอลไม่ได้เป็นเพียงคนดูอยู่ข้างสนาม แต่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวสโมสร และสามารถสร้างพลังเพิ่มเติมให้กับนักเตะ โดยเฉพาะในเกมที่ทีมต้องการแรงผลักดันเพื่อเปลี่ยนสถานการณ์เจ้าตัวยืนยันว่าทีมมี “เป้าหมายใหญ่” และรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าไม่ง่าย จึงต้องการแรงสนับสนุนจากทุกฝ่าย ขณะที่สิ่งที่ทีมงานและนักเตะสามารถตอบแทนได้คือการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในทุกเกม
ภารกิจอย่างเป็นทางการจะเริ่มต้นในวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 15.30 น. เมื่อ บางกอก เอฟซี ต้องออกไปเยือน เพชรบุรี พีบีอาร์ยู เอฟซี ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี หรือ จุลานนท์กีฬาสถาน ในเกมแรกของ BYD DOLPHIN LEAGUE III ฤดูกาล 2026/27 โซนภาคตะวันตก ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวได้รับการประกาศโดยไทยลีกแล้ว
นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของบทพิสูจน์รอบใหม่ ว่าทีมที่ยังไม่เต็มร้อยเรื่องสภาพผู้เล่น แต่เริ่มมีความกระหาย ความดุดัน และความเชื่อมั่นตามปรัชญาของกุนซือ จะสามารถเปลี่ยนคุณสมบัติเหล่านั้นให้กลายเป็นผลงานจริงได้มากเพียงใดสำหรับบางกอก เอฟซี เป้าหมายสุดท้ายอาจอยู่ที่การกลับไทยลีก 2 แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจากการสร้างทีมที่พร้อมสู้ในทุกนัด และนั่นคือสิ่งที่กฤษกรกำลังพยายามวางรากฐานให้เกิดขึ้นอีกครั้ง
ข่าวบอลไทยที่เกี่ยวข้อง
ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น คืนถิ่นจันทบุรี ลั่นขอพากระต่ายป่าสู้สุดใจ
นักเตะมูลค่าสูงสุด ไทยลีก คคนะยืนหนึ่ง 13 ล้านบาท
ปาร์ค ฮัง ซอ ตั้งเป้าพา พลังกาญจน์ เลื่อนชั้น ย้ำใครตามการซ้อมไม่ทันอยู่ยาก