
ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น คืนถิ่นจันทบุรี ลั่นขอพากระต่ายป่าสู้สุดใจ
ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของ จันทบุรี เอฟซี เปิดใจถึงการกลับมารับใช้ทัพ “กระต่ายป่า” อีกครั้งในฤดูกาล 2026/27 หลังเคยมีความผูกพันกับสโมสรในฐานะนักเตะและกัปตันทีมเมื่อ 16 ปีก่อน โดยเจ้าตัวเผยว่าในสมัยยังค้าแข้งเคยพูดเอาไว้ว่าสักวันหนึ่งจะกลับมายังจันทบุรีในฐานะเฮดโค้ช และในที่สุดจังหวะเวลาที่เหมาะสมก็มาถึงจริง แม้จะไม่สามารถให้คำสัญญาว่าทีมจะประสบความสำเร็จทันทีในฤดูกาลใหม่ แต่สิ่งที่ โค้ชโจ กล้ายืนยันกับแฟนบอลคือ ไม่ว่าทีมจะต้องเผชิญสถานการณ์ยากลำบากเพียงใด เขาพร้อมปลุกเร้าให้นักเตะทุกคนต่อสู้จนถึงที่สุด เพื่อให้สมกับเสียงเชียร์และแรงสนับสนุนที่สโมสรได้รับ
การกลับมาของ ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น จึงมีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอน เพราะนี่คือการกลับมายังสโมสรที่เจ้าตัวเคยมีบทบาทสำคัญในสนาม โดย จันทบุรี เอฟซี ประกาศแต่งตั้งกุนซือวัย 47 ปีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 และยืนยันว่าเป็นการกลับมารับใช้ทีมอีกครั้งในรอบ 16 ปี หลังเคยเล่นให้สโมสรในฤดูกาล 2010 ก่อนหน้านี้เจ้าตัวยังเคยเปิดเผยว่ามีหลายสโมสรให้ความสนใจ แต่เลือกใช้เวลาพิจารณาทีมที่มีแนวคิดและเป้าหมายสอดคล้องกับตัวเอง ก่อนตัดสินใจตอบรับงานที่จันทบุรี เรื่องราวดังกล่าวจึงเป็นอีกหนึ่งมิติที่น่าสนใจของ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย เพราะบางครั้งความผูกพันระหว่างบุคลากรกับสโมสรสามารถกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญได้ไม่แพ้เรื่องแท็กติกหรือคุณภาพของนักเตะ
ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น กลับมาตามคำพูดที่เคยให้ไว้เมื่อ 16 ปีก่อน
จุดที่ทำให้การรับงานครั้งนี้ของ ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น มีความพิเศษ คือเจ้าตัวไม่ได้เป็นบุคคลหน้าใหม่สำหรับ จันทบุรี เอฟซี เพราะเคยลงสนามรับใช้ทีมในฐานะนักเตะ และยังเคยรับหน้าที่กัปตันทีมมาก่อนในฤดูกาล 2010 ก่อนเส้นทางฟุตบอลจะพาออกไปทำงานกับหลายสโมสรตลอดช่วงเวลาหลังจากนั้น
โค้ชโจ เปิดเผยว่า สมัยยังค้าแข้งอยู่กับจันทบุรี เคยพูดเอาไว้ว่าสักวันหนึ่งจะกลับมาที่นี่อีกครั้งในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน ซึ่งในเวลานั้นอาจเป็นเพียงความตั้งใจของนักฟุตบอลคนหนึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปถึง 16 ปี ความตั้งใจดังกล่าวกลับเกิดขึ้นจริงจันทบุรีประกาศแต่งตั้งเขาเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน โดยข้อมูลจากการเปิดตัวระบุชัดว่านี่คือการกลับมารับใช้ทีมลูกหนังของจังหวัดอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน
ความผูกพันในอดีตจึงช่วยให้กุนซือรายนี้เข้าใจบริบทของสโมสรในอีกระดับหนึ่ง ทั้งความคาดหวังของแฟนบอล เอกลักษณ์ของทีม และความหมายของการลงเล่นในนามตัวแทนจังหวัดอย่างไรก็ตาม การกลับมาในวันนี้มีบทบาทแตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง จากคนที่เคยสวมปลอกแขนและลงไปต่อสู้ในสนาม กลายเป็นคนที่ต้องยืนอยู่ข้างสนาม วางแผน ตัดสินใจ และรับผิดชอบต่อผลงานโดยรวมของทีมตลอดฤดูกาล
หลายครั้งเคยได้รับการติดต่อ แต่ครั้งนี้คือจังหวะที่ลงตัว
ก่อนจะกลับมาร่วมงานกับ จันทบุรี เอฟซี ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น เปิดเผยว่าเคยได้รับการติดต่อจาก สมพล พะเนียงทอง ประธานสโมสร มาแล้วในหลายช่วงเวลา แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีจังหวะที่เหมาะสมเพียงพอให้ทั้งสองฝ่ายสามารถร่วมงานกันได้จริงหลังจากแยกทางกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ว่าใช้เวลาพักอยู่บ้านระยะหนึ่ง และมีหลายสโมสรแสดงความสนใจ แต่ไม่ได้รีบตอบรับทันที เพราะต้องการเลือกทีมที่มีคอนเซ็ปต์การทำงานและเป้าหมายสอดคล้องกับแนวคิดของตัวเอง
รายละเอียดนี้สะท้อนว่าการตอบรับ จันทบุรี ไม่ได้เกิดจากเพียงความผูกพันในอดีต แต่ยังต้องมีองค์ประกอบด้านฟุตบอลเข้ามารองรับด้วย หากแนวทางของฝ่ายบริหารและหัวหน้าผู้ฝึกสอนไม่ตรงกัน การทำงานระยะยาวก็อาจเกิดปัญหาได้ง่ายเมื่อทุกอย่างมาถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม การกลับมาจึงเกิดขึ้นโดยมีทั้งความสัมพันธ์เดิมและเป้าหมายใหม่เป็นพื้นฐาน
สำหรับจันทบุรี การได้กุนซือที่รู้จักบรรยากาศของสโมสรอยู่แล้วถือเป็นข้อได้เปรียบในแง่การสร้างความเชื่อมโยงกับแฟนบอล ขณะที่สำหรับโค้ชโจ นี่คือโอกาสพิสูจน์ตัวเองในอีกบทบาทหนึ่งกับทีมที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตค้าแข้งของเขามาก่อน
ไม่รับปากความสำเร็จ แต่กล้าสัญญาว่าจันทบุรีจะสู้จนสุดทาง
หนึ่งในประโยคที่สะท้อนแนวคิดของ ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น ได้ชัดที่สุด คือการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่สามารถรับปากได้ว่า จันทบุรี เอฟซี จะประสบความสำเร็จในฤดูกาล 2026/27 เพราะฟุตบอลมีปัจจัยจำนวนมากที่ไม่มีใครสามารถควบคุมได้ทั้งหมดสิ่งที่เจ้าตัวเลือกสัญญาแทนคือเรื่องของ “ทัศนคติในการต่อสู้” โดยไม่ว่าสโมสรจะต้องเผชิญสถานการณ์แบบใด เขาพร้อมทำหน้าที่ปลุกเร้าให้นักเตะของ “กระต่ายป่า” สู้จนถึงที่สุด เพื่อให้สมกับแรงสนับสนุนจากแฟนบอล
แนวคิดดังกล่าวอาจดูเรียบง่าย แต่ในฟุตบอลลีกที่ต้องเล่นต่อเนื่องตลอดหลายเดือน ความสามารถในการรักษาสภาพจิตใจของทีมมีความสำคัญอย่างมาก เพราะทุกสโมสรย่อมต้องผ่านทั้งช่วงฟอร์มดี ช่วงพลาดแต้ม อาการบาดเจ็บ และเกมที่สถานการณ์ไม่เป็นใจหัวหน้าผู้ฝึกสอนจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงเลือกตัวจริงหรือวางแท็กติก แต่ต้องทำให้ผู้เล่นยังคงเชื่อมั่นและพร้อมต่อสู้ในวันที่ผลการแข่งขันไม่เป็นไปตามแผนด้วย
สำหรับแฟนบอลจันทบุรี สิ่งที่ต้องการเห็นอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่อันดับบนตาราง แต่รวมถึงภาพของทีมที่ทุ่มเทในสนามและไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่โค้ชโจประกาศอย่างชัดเจนว่าจะพยายามสร้างให้เกิดขึ้นตลอดฤดูกาลนี้
เป้าหมายและแพชชั่นของสโมสรคือเหตุผลสำคัญที่เลือกกลับมา
ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น ระบุว่า จันทบุรี เอฟซี เป็นสโมสรที่มีทั้งเป้าหมายและแพชชั่น ซึ่งเป็นสององค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เจ้าตัวเลือกกลับมารับงาน หลังจากก่อนหน้านี้เคยยืนยันว่าต้องการทำงานกับทีมที่มีแนวคิดตรงกับตัวเองการมีเป้าหมายชัดเจนไม่ได้หมายความว่าสโมสรจำเป็นต้องประกาศว่าจะคว้าแชมป์หรือเลื่อนชั้นทันทีเสมอไป แต่หมายถึงทุกฝ่ายต้องรู้ว่ากำลังสร้างทีมไปในทิศทางใด และแต่ละฤดูกาลต้องการพัฒนาจากจุดเดิมอย่างไร
จันทบุรีอยู่ในไทยลีก 2 ซึ่งเป็นการแข่งขันที่มีความสูสีและเต็มไปด้วยทีมที่มีประสบการณ์ การรักษามาตรฐานตลอดฤดูกาลจึงไม่ใช่เรื่องง่าย และจำเป็นต้องมีทั้งโครงสร้างทีม ขุมกำลัง รวมถึงความเข้าใจระหว่างฝ่ายบริหารกับทีมงานผู้ฝึกสอนการเลือกโค้ชที่มีประสบการณ์ฟุตบอลไทยอย่างธีระศักดิ์เข้ามาทำงาน จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสร้างความต่อเนื่องให้ทีมก่อนฤดูกาลใหม่
ขณะเดียวกัน ความรู้สึกผูกพันกับพื้นที่ก็สามารถช่วยเพิ่มแรงผลักดันให้เจ้าตัวได้ เพราะครั้งนี้ไม่ได้เป็นการเข้าไปทำงานกับสโมสรที่ไม่มีประวัติร่วมกัน แต่เป็นการกลับมายังสถานที่ที่เคยมีความทรงจำในฐานะนักเตะเมื่อความเป็นมืออาชีพและความผูกพันส่วนตัวมารวมกัน ความคาดหวังจึงอยู่ที่ว่าโค้ชโจจะสามารถเปลี่ยนพลังเหล่านั้นให้กลายเป็นทีมที่มีบุคลิกชัดเจนในสนามได้มากเพียงใด
จากอดีตกัปตันทีม สู่คนที่ต้องสร้างตัวตนใหม่ให้กระต่ายป่า
การเปลี่ยนสถานะจากอดีตกัปตันทีมมาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทำให้ ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น ต้องรับผิดชอบในมิติที่แตกต่างจากเมื่อ 16 ปีก่อนอย่างมาก เพราะในฐานะนักเตะ สิ่งสำคัญคือการทำหน้าที่ของตัวเองในสนาม แต่ในบทบาทเฮดโค้ช ทุกองค์ประกอบตั้งแต่การเตรียมทีมไปจนถึงผลการแข่งขันจะถูกมองผ่านการตัดสินใจของเขาประสบการณ์ที่ผ่านมาจากการทำงานกับหลายสโมสรในฟุตบอลไทยช่วยให้เจ้าตัวมีต้นทุนมากกว่าสมัยเริ่มต้นเส้นทางโค้ช และสิ่งเหล่านั้นจะถูกนำมาใช้กับทีมที่มีความหมายเป็นพิเศษในชีวิตฟุตบอลของตัวเอง
โจทย์สำคัญของจันทบุรีในฤดูกาลนี้คือการสร้างความสม่ำเสมอ เพราะไทยลีก 2 มักมีความแตกต่างของคะแนนระหว่างหลายทีมไม่มาก การเสียแต้มเพียงไม่กี่เกมติดต่อกันสามารถทำให้อันดับเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วนอกจากนี้ยังต้องสร้างรูปแบบการเล่นที่แฟนบอลสามารถรู้สึกได้ว่าทีมมีทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความดุดัน การเล่นเป็นระบบ หรือความมุ่งมั่นในการไล่ตามเกม ซึ่งจากคำประกาศของกุนซือรายนี้ เรื่อง หัวใจในการต่อสู” น่าจะเป็นหนึ่งในภาพที่ต้องการให้ทีมแสดงออกชัดที่สุด
ดังนั้นการกลับมาของอดีตกัปตันทีมจึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงด้านความรู้สึก แต่กำลังจะถูกวัดจากความสามารถในการพาจันทบุรีสร้างผลงานให้มีเสถียรภาพตลอดฤดูกาลใหม่
เปิดบทพิสูจน์แรกในบ้านพบ ขอนแก่น ยูไนเต็ด 5 กันยายน
บทพิสูจน์อย่างเป็นทางการของ ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น กับ จันทบุรี เอฟซี จะเริ่มต้นทันทีในศึก BYD SEAL 5 League Two ฤดูกาล 2026/27 นัดแรก เมื่อกระต่ายป่า เตรียมเปิดบ้านต้อนรับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. ณ สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี โดยโปรแกรมการแข่งขันที่เผยแพร่ล่าสุดยืนยันวัน เวลา และสนามตรงกันเกมดังกล่าวมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะขอนแก่นเป็นหนึ่งในอดีตต้นสังกัดของโค้ชโจ ทำให้แมตช์แรกหลังกลับมารับงานจันทบุรีมีเรื่องราวเชื่อมโยงกับเส้นทางการทำงานของเจ้าตัวทันที
ขณะเดียวกัน การเริ่มฤดูกาลด้วยเกมในบ้านถือเป็นโอกาสให้แฟนบอลจันทบุรีได้แสดงพลังสนับสนุนทีมตั้งแต่นัดแรก ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่กุนซือรายนี้พูดถึงอยู่ตลอดว่าอยากเห็นนักเตะต่อสู้ให้สมกับเสียงเชียร์ไทยลีก 1 และไทยลีก 2 ฤดูกาล 2026/27 เริ่มการแข่งขันในช่วงต้นเดือนกันยายน และ AIS ยืนยันว่าการแข่งขันไทยลีก 2 สามารถรับชมผ่าน AIS PLAY ได้
จากคำพูดที่เคยให้ไว้สมัยเป็นกัปตันทีม จนถึงวันที่กลับมายืนข้างสนามในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน เส้นทางของโค้ชโจกับ จันทบุรี เอฟซี ได้วนกลับมาบรรจบกันอีกครั้ง และตั้งแต่วันที่ 5 กันยายนเป็นต้นไป สิ่งที่จะถูกจับตามองไม่ใช่เพียงเรื่องราวในอดีต แต่คือผลงานของ “กระต่ายป่า” ว่าจะสามารถแสดงหัวใจนักสู้ได้สมกับคำมั่นของกุนซือคนใหม่มากเพียงใด
ข่าวบอลไทยที่เกี่ยวข้อง
กฤษกร กระสายเงิน วางปรัชญา บางกอก เอฟซี ต้องดุดันและไม่ยอมแพ้
นักเตะมูลค่าสูงสุด ไทยลีก คคนะยืนหนึ่ง 13 ล้านบาท
ปาร์ค ฮัง ซอ ตั้งเป้าพา พลังกาญจน์ เลื่อนชั้น ย้ำใครตามการซ้อมไม่ทันอยู่ยาก