MongBallThai.com

เกาะกระแสบอลไทยทุกลีก พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และข่าวสารฟุตบอลไทย

นายกเกียร์ วางเป้าประจวบจบเลขตัวเดียว ลั่นทุกแต้มในบ้านต้องตอบแทนแฟนบอล

นายกเกียร์ วางเป้าประจวบจบเลขตัวเดียว ลั่นทุกแต้มในบ้านต้องตอบแทนแฟนบอล

นายกเกียร์ วางเป้าประจวบจบเลขตัวเดียว ลั่นทุกแต้มในบ้านต้องตอบแทนแฟนบอล

พีที ประจวบ เอฟซี เตรียมเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 ฤดูกาล 2026/27 ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน หลัง นายกเกียร์ ทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ ประธานสโมสร เปิดเผยถึงทิศทางของทีมก่อนเปิดฤดูกาล โดยไม่ได้ตั้งเป้าหมายสูงจนสร้างแรงกดดันให้กับนักเตะ แต่ต้องการเห็นต่อพิฆาต จบฤดูกาลด้วยอันดับเลขตัวเดียวแบบสวยงาม พร้อมยืนยันว่าทุกเกมในลีกมีความสำคัญและทีมจะไม่ประมาทคู่แข่งรายใด โดยเฉพาะการแข่งขันในบ้านที่สโมสรต้องการทำผลงานอย่างเต็มที่เพื่อตอบแทนแฟนบอล การประกาศเป้าหมายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากฤดูกาล 2025/26 พีที ประจวบ เอฟซี ทำผลงานได้อย่างน่าพอใจด้วยการจบอันดับ 6 ของตาราง ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานสำคัญก่อนเข้าสู่ซีซั่นใหม่ และทำให้ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงการรักษาสถานะบนลีกสูงสุด แต่คือการรักษาความสม่ำเสมอและพยายามยืนอยู่ในกลุ่มบนของตารางให้ได้ต่อเนื่อง

ก่อนการแข่งขันจริงจะเริ่มขึ้นในเดือนกันยายน ต่อพิฆาต ใช้ช่วงปรีซีซั่นสำหรับทดลองผู้เล่นและระบบอย่างเต็มที่ โดย ทรงเกียรติ ยืนยันว่าทีมพยายามเปิดโอกาสให้นักเตะทุกคนได้สัมผัสเกม เพื่อให้ทีมงานสามารถประเมินความพร้อมก่อนเข้าสู่โปรแกรมแข่งขันที่ทุกคะแนนมีความหมาย แนวทางดังกล่าวเป็นอีกส่วนหนึ่งของการเตรียมทีมสำหรับ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย ซึ่งฤดูกาล 2026/27 จะเป็นอีกปีที่การแข่งขันบนลีกสูงสุดมีความเข้มข้น เมื่อทั้งทีมใหญ่ ทีมระดับกลาง และสโมสรที่เพิ่งขึ้นชั้นต่างเสริมทัพเพื่อเป้าหมายของตัวเอง ขณะที่ พีที ประจวบ มีโจทย์สำคัญคือการต่อยอดอันดับ 6 จากซีซั่นก่อน โดยเกมแรกของฤดูกาลจะต้องออกไปเยือน ระยอง เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 19.30 น. ที่สนาม WHA ระยอง สเตเดียม

ทรงเกียรติย้ำปรีซีซั่นต้องให้ทุกคนมีเกม เพื่อหาส่วนผสมที่ลงตัว

หนึ่งในประเด็นที่ ทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ ให้ความสำคัญก่อนฤดูกาลใหม่ คือการใช้เกมอุ่นเครื่องเป็นพื้นที่สำหรับทดสอบความพร้อมของผู้เล่นทั้งหมด มากกว่าการให้ความสำคัญกับผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว เพราะเป้าหมายของช่วงปรีซีซั่นคือการทำให้ทีมงานได้เห็นศักยภาพและความเหมาะสมของนักเตะแต่ละรายเมื่อถูกนำไปใช้งานในสถานการณ์จริง

ประธานสโมสร พีที ประจวบ เปิดเผยผ่าน กระซิบข่าวบอลไทยว่าเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมา ทีมได้ทดลองใช้นักเตะทุกคน รวมถึงทดลองระบบการเล่นและเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ลงสนามอย่างทั่วถึง เนื่องจากต้องการให้นักเตะมีเกมการแข่งขันก่อนเริ่มฤดูกาลจริงแนวทางดังกล่าวมีความสำคัญสำหรับทีมที่กำลังเข้าสู่ซีซั่นใหม่ เพราะการแข่งขันไทยลีกไม่ได้วัดกันเฉพาะคุณภาพของผู้เล่น 11 คนแรกเท่านั้น แต่ขุมกำลังสำรองและความสามารถในการปรับระบบระหว่างฤดูกาลสามารถกลายเป็นตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเจอกับโปรแกรมต่อเนื่อง อาการบาดเจ็บ หรือการติดโทษแบน

การทำให้ผู้เล่นทุกคนมีความพร้อมจึงช่วยเพิ่มทางเลือกให้ทีมงานสตาฟฟ์โค้ช และยังสร้างการแข่งขันภายในทีมไปพร้อมกัน เมื่อทุกคนรู้ว่าตัวเองมีโอกาสได้รับพื้นที่ในสนามหากสามารถแสดงผลงานได้ดีพอ

เป้าหมายไม่หวือหวา แต่ต้อง จบเลขตัวเดียวแบบสวยๆ

สำหรับเป้าหมายในฤดูกาล 2026/27 ทรงเกียรติไม่ได้ประกาศว่าจะต้องพา พีที ประจวบ ไปถึงตำแหน่งแชมป์ หรือกำหนดอันดับที่สร้างความกดดันให้กับทีม แต่เลือกตั้งโจทย์ที่ชัดเจนและสอดคล้องกับสถานการณ์ของสโมสร นั่นคือการจบฤดูกาลด้วยอันดับเลขตัวเดียวนายกเกียร์ ระบุว่า เป้าหมายของทีมในปีนี้ไม่ได้สูงมาก โดยต้องการเพียงการจบอันดับเลขตัวเดียว แบบสวยๆพร้อมมองว่าความกดดันในฤดูกาลนี้ไม่ได้มากจนเกินไป เพราะสโมสรไม่ได้กำหนดเป้าหมายที่สูงเกินความเป็นจริง

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากผลงานฤดูกาล 2025/26 ซึ่ง พีที ประจวบ จบถึงอันดับ 6 เป้าหมายดังกล่าวก็ไม่ได้หมายความว่าทีมจะสามารถเล่นโดยปราศจากแรงกดดัน เพราะสิ่งที่ยากไม่แพ้การสร้างผลงานที่ดี คือการรักษามาตรฐานนั้นเอาไว้ในฤดูกาลต่อมาการจบอันดับเลขตัวเดียวหมายความว่า ประจวบจำเป็นต้องรักษาระยะห่างจากกลุ่มท้ายตารางให้ได้ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล พร้อมเก็บคะแนนอย่างต่อเนื่องจากทีมที่มีเป้าหมายใกล้เคียงกัน หากทำได้ โอกาสที่จะสร้างฤดูกาลที่มั่นคงและขยับเข้าใกล้พื้นที่หัวตารางก็จะเปิดกว้างมากขึ้นตามไปด้วย

อันดับ 6 ฤดูกาลก่อน กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ ต่อพิฆาต

ผลงานอันดับ 6 ในไทยลีก 1 ฤดูกาล 2025/26 ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ พีที ประจวบ เข้าสู่ซีซั่นใหม่ด้วยความมั่นใจ เพราะการยืนอยู่ในกลุ่มบนของตารางแสดงให้เห็นว่าทีมสามารถแข่งขันกับคู่แข่งระดับลีกสูงสุดได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งฤดูกาลแต่ในอีกด้านหนึ่ง อันดับดังกล่าวก็เพิ่มความคาดหวังโดยอัตโนมัติ เพราะเมื่อทีมเคยแสดงให้เห็นว่าสามารถจบในอันดับ 6 ได้แล้ว การถอยลงไปอยู่ใกล้พื้นที่ท้ายตารางย่อมถูกมองว่าเป็นผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานเดิม

ดังนั้นคำว่า เลขตัวเดียวแบบสวยๆ ของ ทรงเกียรติ จึงน่าสนใจ เพราะไม่ได้ล็อกตัวเลขว่าต้องเป็นอันดับ 5, 6 หรือ 7 แต่เปิดพื้นที่ให้ทีมทำงานโดยไม่ต้องแบกเป้าหมายที่ตายตัว ขณะเดียวกันก็ยังมีมาตรฐานขั้นต่ำที่ชัดเจนว่าทีมต้องการอยู่ในครึ่งบนของตารางหรืออย่างน้อยไม่หลุดออกจากกลุ่มเลขตัวเดียว

สำหรับการแข่งขันระยะยาว วิธีคิดลักษณะนี้อาจช่วยลดแรงกดดันภายในทีมได้ เพราะแทนที่จะต้องไล่ตามตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งตั้งแต่ต้น นักเตะสามารถโฟกัสกับการแข่งขันทีละเกมและสะสมคะแนนไปเรื่อยๆ ก่อนประเมินสถานการณ์อีกครั้งเมื่อฤดูกาลเดินทางเข้าสู่ช่วงสำคัญ

ทุกเกมมีค่า และเกมในบ้านต้องทำให้แฟนบอลมีความสุข

อีกหนึ่งข้อความสำคัญจากประธานสโมสรคือทัศนคติที่มีต่อการแข่งขันทุกนัด โดย ทรงเกียรติ ยืนยันว่าเกมไทยลีก 1 ทุกเกม มีค่าและมีความหมาย ทำให้ พีที ประจวบ จะไม่ประมาทคู่แข่งไม่ว่าจะต้องพบกับทีมใดแนวคิดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในลีกที่การแข่งขันสูสี เพราะคะแนนที่หล่นหายจากเกมซึ่งถูกมองว่าควรชนะสามารถสร้างผลกระทบต่ออันดับสุดท้ายได้ไม่ต่างจากการเสียคะแนนให้กับทีมใหญ่

โดยเฉพาะเกมเหย้าที่ ทรงเกียรติระบุชัดว่าทีมต้องการทำผลงานอย่างเต็มที่เพื่อเอาใจแฟนบอล ซึ่งหมายความว่าการเล่นต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองจะเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของเป้าหมายฤดูกาลนี้

หาก ต่อพิฆาต สามารถเปลี่ยนสนามเหย้าให้เป็นพื้นที่สำหรับสะสมคะแนนอย่างสม่ำเสมอได้ การไปถึงอันดับเลขตัวเดียวก็จะง่ายขึ้นอย่างมาก เพราะทีมไม่จำเป็นต้องแบกรับแรงกดดันว่าต้องออกไปเก็บชัยชนะนอกบ้านทุกสัปดาห์ในทางกลับกัน เกมเยือนจะกลายเป็นพื้นที่สำหรับเก็บคะแนนเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งหรือสามแต้ม ซึ่งเป็นรูปแบบการบริหารคะแนนที่สามารถสร้างความมั่นคงให้ทีมตลอดฤดูกาลได้

ไม่ประมาทใคร คือบทเรียนสำคัญของไทยลีกที่การแข่งขันสูสีขึ้น

คำพูดของ นายกเกียร์ ที่ย้ำว่าจะไม่ประมาทคู่แข่งรายใดสะท้อนสภาพการแข่งขันของฟุตบอลไทยลีกได้ดี เพราะความแตกต่างระหว่างหลายทีมไม่ได้มากพอที่จะรับประกันผลการแข่งขันจากชื่อชั้นเพียงอย่างเดียวทีมที่ต้องการจบอันดับเลขตัวเดียวจึงจำเป็นต้องมีความสม่ำเสมอมากกว่าการสร้างผลงานยอดเยี่ยมเฉพาะบางเกม การสามารถเก็บสามแต้มจากคู่แข่งที่มีเป้าหมายใกล้เคียงกัน รวมถึงหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ในวันที่เล่นไม่ดี อาจมีความสำคัญไม่แพ้ชัยชนะเหนือทีมระดับหัวตาราง

สำหรับ ประจวบ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายที่ไม่ได้ต้องการสร้างความกดดันด้วยคำว่า แชมป์ แต่ต้องการให้ทีมเดินหน้าทีละขั้น การจัดการเกมให้เหมาะสมกับคู่แข่งจึงมีความสำคัญ ทั้งการเลือกจังหวะเพรสซิ่ง การบริหารพื้นที่เมื่อเป็นฝ่ายตั้งรับ และประสิทธิภาพในการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตู

หากทีมสามารถรักษามาตรฐานดังกล่าวตลอดฤดูกาล โอกาสจบเลขตัวเดียวก็มีความเป็นไปได้สูง โดยเฉพาะเมื่อมีพื้นฐานจากผลงานอันดับ 6 เมื่อซีซั่นที่ผ่านมาเป็นเครื่องยืนยันแล้วว่าทีมสามารถแข่งขันในระดับดังกล่าวได้

เกมแรกเยือนระยอง บททดสอบทันทีตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาล

พีที ประจวบ เอฟซี จะเริ่มต้นภารกิจไทยลีก 1 ฤดูกาล 2026/27 ด้วยการออกไปเยือน ระยอง เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 19.30 น. ณ สนาม WHA ระยอง สเตเดียม ซึ่งถือเป็นบททดสอบที่น่าสนใจตั้งแต่นัดแรกเกมเปิดฤดูกาลมักมีความแตกต่างจากการแข่งขันช่วงกลางซีซั่น เพราะทุกทีมเพิ่งผ่านการเตรียมตัวในช่วงปรีซีซั่น สภาพความพร้อมและจังหวะการแข่งขันอาจยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับระบบใหม่หรือผู้เล่นใหม่ของคู่แข่งก็มีจำกัด

ตรงนี้ทำให้สิ่งที่ ทรงเกียรติ พูดถึงการใช้เกมอุ่นเครื่องทดลองนักเตะและระบบมีความสำคัญทันที เพราะทีมงานจำเป็นต้องนำสิ่งที่ทดลองมาตลอดช่วงเตรียมทีมเข้าสู่การแข่งขันจริง ซึ่งไม่มีพื้นที่ให้ลองผิดลองถูกมากเท่าเดิม

การเริ่มฤดูกาลด้วยเกมเยือนยังเป็นบททดสอบด้านการจัดการสถานการณ์ หากสามารถมีแต้มกลับจากระยองได้ก็จะช่วยสร้างโมเมนตัมก่อนเข้าสู่โปรแกรมนัดต่อๆ ไป โดยเฉพาะสำหรับทีมที่ตั้งเป้ารักษาตัวเองอยู่ในกลุ่มเลขตัวเดียว การไม่ปล่อยให้ช่วงต้นฤดูกาลเสียคะแนนมากเกินไปถือเป็นเรื่องสำคัญ

ประจวบไม่ประกาศเป้าใหญ่ แต่ความสม่ำเสมออาจพาทีมไปได้ไกลกว่าเดิม

เมื่อพิจารณาภาพรวมก่อนเปิดฤดูกาล สิ่งที่น่าสนใจของ พีที ประจวบ เอฟซี คือการกำหนดเป้าหมายแบบไม่สร้างภาระเกินความจำเป็น สโมสรไม่ได้ประกาศว่าต้องติดอันดับใดแบบตายตัว แต่เลือกวางกรอบว่าต้องการจบเลขตัวเดียวและทำผลงานให้แฟนบอลมีความสุข โดยเฉพาะในเกมเหย้า

เป้าหมายเช่นนี้อาจดูไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับทีมที่ประกาศลุ้นแชมป์หรือพื้นที่ฟุตบอลเอเชีย แต่สำหรับการแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาล ความสม่ำเสมอมักเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าคำประกาศก่อนเปิดซีซั่น

ฤดูกาล 2025/26 ต่อพิฆาต จบอันดับ 6 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีพื้นฐานสำหรับการแข่งขันในกลุ่มบนอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องพิสูจน์ในปี 2026/27 คือทีมจะสามารถรักษามาตรฐานดังกล่าวได้หรือไม่ และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในช่วงปรีซีซั่นจะช่วยยกระดับทีมขึ้นอีกขั้นได้มากเพียงใด

คำพูดของ ทรงเกียรติ ที่ว่า ทุกเกมมีค่า ทุกเกมมีความหมาย จึงอาจเป็นประโยคที่อธิบายแนวทางของประจวบในฤดูกาลนี้ได้ดีที่สุด เพราะหากทีมสามารถทำให้แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในสนาม เก็บแต้มจากเกมที่ควรได้ และรักษาความแข็งแกร่งในบ้าน เป้าหมายอันดับเลขตัวเดียวอาจไม่ใช่เพดานสูงสุดของต่อพิฆาต ในฤดูกาล 2026/27 ก็เป็นได้