MongBallThai.com

เกาะกระแสบอลไทยทุกลีก พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และข่าวสารฟุตบอลไทย

ทีมชาติไทย U17 ประกาศ 28 แข้งเก็บตัว เตรียมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย 2027 รอบคัดเลือก

ทีมชาติไทย U17 ประกาศ 28 แข้งเก็บตัว เตรียมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย 2027 รอบคัดเลือก

ทีมชาติไทย U17 ประกาศ 28 แข้งเก็บตัว เตรียมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย 2027 รอบคัดเลือก

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศรายชื่อ 28 นักฟุตบอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เข้าแคมป์เก็บตัวครั้งที่ 3 ภายใต้การคุมทีมของโค้ชเอ็กซ์ วสพล แก้วผลึก เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี 2027 รอบคัดเลือก ระหว่างวันที่ 8-20 พฤศจิกายน 2569 โดยรายชื่อชุดนี้ประกอบด้วยนักเตะจากโรงเรียนฟุตบอลชั้นนำ อะคาเดมีในประเทศ และเยาวชนที่กำลังพัฒนาฝีเท้าอยู่กับสโมสรต่างประเทศ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ทีมงานได้ประเมินผู้เล่นจากหลากหลายระบบ ก่อนตัดสินใจเลือกขุมกำลังสำหรับการแข่งขันจริง โปรแกรมคัดเลือกครั้งนี้มีความสำคัญต่อเส้นทางของนักเตะเยาวชนไทยอย่างมาก เพราะไม่เพียงเป็นภารกิจลุ้นผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย แต่ยังเป็นเวทีวัดคุณภาพของกระบวนการพัฒนาเยาวชนในระยะยาว ทั้งในด้านทักษะเฉพาะตัว ความเข้าใจแท็กติก สภาพร่างกาย และความสามารถในการรับมือกับแรงกดดันของฟุตบอลระดับนานาชาติ ซึ่งแตกต่างจากการแข่งขันระดับโรงเรียนหรือสโมสรอย่างชัดเจน

การเก็บตัวครั้งที่ 3 จะเริ่มต้นด้วยการรายงานตัวที่ยามาโอกะ ฮานาซากะ อคาเดมี จังหวัดปทุมธานี วันที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น. ก่อนฝึกซ้อมต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ทำให้ทีมงานมีเวลาประมาณสองสัปดาห์สำหรับประเมินความพร้อมและติดตั้งแนวทางการเล่น การเตรียมทีมชุดเยาวชนถือเป็นหนึ่งในฐานรากสำคัญของ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย เพราะผู้เล่นเหล่านี้คือกลุ่มกำลังสำคัญที่จะถูกผลักดันไปสู่ทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี, 23 ปี และทีมชาติไทยชุดใหญ่ในอนาคต จุดเด่นของรายชื่อรอบนี้คือการผสมผสานนักเตะจากระบบฟุตบอลโรงเรียนกับเยาวชนที่ได้รับประสบการณ์จากต่างประเทศ ทั้งเกาหลีใต้ เยอรมนี ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และสวิตเซอร์แลนด์ ช่วยเพิ่มทางเลือกให้ “โค้ชเอ็กซ์” สามารถสร้างทีมที่มีมิติหลากหลาย ก่อนเผชิญคู่แข่งขันอย่างไชนีส ไทเป มัลดีฟส์ ฮ่องกง และอิรักในเดือนพฤศจิกายน

รายชื่อ 28 นักเตะทีมชาติไทย U17 เข้าแคมป์ครั้งที่ 3

ผู้รักษาประตูจำนวน 3 คน ประกอบด้วย ราเมศ รัตนบุตร จากโรงเรียนภัทรบพิตร, หฤษฎ์ มั่นสิน จากโรงเรียนท่าข้ามพิทยาคม และวุฒิกร ศรีพงษ์ จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ตำแหน่งนี้จะเป็นการแข่งขันที่น่าสนใจ เพราะผู้รักษาประตูระดับเยาวชนไม่ได้ถูกพิจารณาเฉพาะความสามารถในการป้องกันประตู แต่ยังรวมถึงการออกบอล การสื่อสารกับแนวรับ และการตัดสินใจเมื่อทีมถูกกดดัน

กองหลังจำนวน 9 คน ได้แก่ ปิยะพัทธ์ มาลีสายชล, ฤกษ์ชัย ภูนารี, อิศราวัฒน์ อินถารถ, ศุกลวัฒน์ ธรรมวัตร, พิสิฐวุฒิ ซาวคำ, อาสิก แสงคำ, กนกพล เพชรพันธ์ รวมถึง ไบรซ์ ฮิวจ์ส จาก Northern Virginia Alliance Soccer และมาร์ติน อนัน วัทท์ส จาก Melbourne Victory FC ซึ่งสองรายหลังนำประสบการณ์จากระบบฟุตบอลต่างประเทศเข้ามาเพิ่มการแข่งขันในทีม

กองกลางประกอบด้วย วิภูสิทธิ์ ศรีจันทร์, สถิตคุณ อนุกูล, พสุธา มั่นเหมาะ, กฤษฎา บังสูงเนิน, วรวิช บุญท้าวแก้ว, สุขพัสรัช พงษ์สุระ, ภาสวัฒน์ วงศ์ษา จาก FC Seoul และโธมัส จูเนียร์ ไท ชมิทท์ จาก TSG 1899 Hoffenheim

ส่วนกองหน้า 8 คน ได้แก่ ศิริวัฒน์ หวาเอียด, ภูริวัชร์ บัวเจริญ, พิชญะ วุฒิชัย, กิตติคุณ มูลจ้อย, ศตวรรษ โปรยไธสง, เปรซ อเวส เคลี่ คัวกู้, วรชิต สร้อยจิตร และมารอน ลามิน มึลเลอร์ จาก FC Winterthur โดยรายชื่อทั้ง 28 คนเป็นกลุ่มสำหรับการเก็บตัวและประเมินผลงาน ยังต้องแข่งขันกันเพื่อโอกาสเข้าสู่ทีมชุดแข่งขันจริงต่อไป

แข้งต่างประเทศเพิ่มมิติให้ขุมกำลังช้างศึก U17

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของรายชื่อชุดนี้คือการเรียกนักเตะจากสโมสรต่างประเทศเข้ามาถึง 5 ราย ได้แก่ ไบรซ์ ฮิวจ์ส จาก Northern Virginia Alliance Soccer ในสหรัฐอเมริกา, มาร์ติน อนัน วัทท์ส จาก Melbourne Victory FC ของออสเตรเลีย, ภาสวัฒน์ วงศ์ษา จาก FC Seoul ประเทศเกาหลีใต้, โธมัส จูเนียร์ ไท ชมิทท์ จาก TSG 1899 Hoffenheim ในเยอรมนี และมารอน ลามิน มึลเลอร์ จาก FC Winterthur ของสวิตเซอร์แลนด์

การมีนักเตะซึ่งเติบโตจากสภาพแวดล้อมต่างกัน ช่วยเพิ่มตัวเลือกให้ทีมงานทั้งด้านร่างกาย จังหวะการเล่น และความเข้าใจฟุตบอล นักเตะจากระบบเยาวชนยุโรปมักได้รับการฝึกเรื่องตำแหน่ง ความเร็วในการตัดสินใจ และความเข้มข้นโดยไม่มีบอล ขณะที่เยาวชนจากเกาหลีใต้และออสเตรเลียคุ้นเคยกับฟุตบอลที่ใช้พละกำลังและการเล่นอย่างเป็นระบบ ส่วนฟุตบอลเยาวชนในสหรัฐฯ มีการผสมผสานระหว่างความแข็งแรงกับเทคนิคเฉพาะตัว

อย่างไรก็ตาม การมีต้นสังกัดต่างประเทศไม่ได้หมายความว่าจะได้รับตำแหน่งตัวจริงโดยอัตโนมัติ เพราะความท้าทายสำคัญคือการปรับตัวให้เข้ากับแนวทางของทีมชาติไทยภายในเวลาจำกัด ทั้งเรื่องภาษา การสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีม และรายละเอียดทางแท็กติก นักเตะทุกคนยังต้องพิสูจน์ผลงานในการฝึกซ้อมภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

หาก “โค้ชเอ็กซ์” สามารถผสมผสานประสบการณ์จากต่างประเทศเข้ากับความเข้าใจและความสัมพันธ์ของนักเตะในประเทศได้อย่างลงตัว ทีมชาติไทย U17 จะมีขุมกำลังที่หลากหลายขึ้น โดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์ด้านเทคนิคและการเล่นร่วมกันที่ถือเป็นจุดแข็งของผู้เล่นไทย

ระบบฟุตบอลโรงเรียนยังเป็นฐานหลักของทีมชุดนี้

แม้รายชื่อจากต่างประเทศจะได้รับความสนใจ แต่แกนหลักของทีมชาติไทย U17 ชุดเก็บตัวครั้งที่ 3 ยังคงมาจากระบบฟุตบอลโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ซึ่งมีนักเตะได้รับเรียกทั้งหมด 8 คน กระจายอยู่ครบทั้งผู้รักษาประตู กองหลัง กองกลาง และกองหน้า ทำให้ผู้เล่นกลุ่มนี้มีข้อได้เปรียบเรื่องความคุ้นเคยและการประสานงาน

โรงเรียนภัทรบพิตรมีนักเตะติดทีมจำนวน 5 คน ขณะที่โรงเรียนอัสสัมชัญส่งผู้เล่นกองกลางเข้ามา 2 คน นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากโรงเรียนท่าข้ามพิทยาคม, พระหฤทัยเชียงใหม่, เทพศิรินทร์, กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, วัดสุทธิวราราม, พลูตาหลวงวิทยา และกันทรารมณ์ แสดงให้เห็นว่าการค้นหานักเตะไม่ได้จำกัดเฉพาะสถาบันขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ

ระบบฟุตบอลโรงเรียนยังคงมีบทบาทสำคัญในการสร้างจำนวนนักเตะและมอบการแข่งขันอย่างต่อเนื่องให้เยาวชนไทย ผู้เล่นหลายคนมีโอกาสลงสนามในรายการระดับประเทศตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้คุ้นเคยกับแรงกดดันและเกมที่มีเดิมพัน แต่เมื่อเข้าสู่ทีมชาติ ความต้องการด้านแท็กติกและความเร็วของการแข่งขันจะสูงขึ้นอีกระดับ

ภารกิจของทีมงานจึงไม่ได้มีเพียงคัดเลือกนักเตะที่มีทักษะดีที่สุด แต่ต้องประเมินด้วยว่าใครสามารถปรับตัวจากระบบโรงเรียนเข้าสู่ฟุตบอลนานาชาติได้เร็ว ผู้เล่นต้องเคลื่อนที่และตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงรักษามาตรฐานตลอดการแข่งขันหลายเกมในช่วงเวลาสั้น การเก็บตัวครั้งนี้จึงเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญจากนักฟุตบอลเยาวชนที่โดดเด่นในระดับประเทศ ไปสู่การเป็นตัวแทนทีมชาติอย่างเต็มตัว

โจทย์สำคัญของ “โค้ชเอ็กซ์” ในการเก็บตัวครั้งที่ 3

ช่วงเก็บตัวระหว่างวันที่ 21 กันยายนถึง 6 ตุลาคม 2569 จะเป็นเวลาสำคัญสำหรับ วสพล แก้วผลึก และทีมงานในการสร้างรูปแบบการเล่นให้ชัดเจนมากขึ้น หลังผ่านการเรียกนักเตะมาประเมินในสองแคมป์ก่อนหน้า การเก็บตัวครั้งที่ 3 ควรเริ่มเข้าใกล้โครงสร้างของทีมชุดแข่งขันจริง ทั้งการจัดแกนหลัก การกำหนดตำแหน่ง และการทดลองแผนสำหรับคู่แข่งที่มีลักษณะแตกต่างกัน

โจทย์แรกคือการสร้างความสมดุลระหว่างนักเตะจากหลายระบบ ผู้เล่นที่ฝึกอยู่ต่างประเทศอาจคุ้นเคยกับความเร็วและวิธีคิดอีกแบบ ขณะที่นักเตะจากโรงเรียนเดียวกันมีความสัมพันธ์ในสนามเหนือกว่า ทีมงานต้องทำให้ความแตกต่างเหล่านี้กลายเป็นประโยชน์ ไม่ใช่อุปสรรคต่อการเล่นร่วมกัน

โจทย์ต่อมาคือประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้าย เพราะการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบรวมศูนย์เปิดโอกาสให้พักและเตรียมทีมระหว่างเกมได้ไม่มาก ทีมชาติไทยต้องใช้โอกาสอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอคู่แข่งที่อาจเน้นตั้งรับลึก ขณะเดียวกัน เกมรับและลูกตั้งเตะก็ต้องได้รับการเตรียมอย่างละเอียด เนื่องจากอิรักมีแนวโน้มเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งด้านร่างกาย ส่วนฮ่องกงและไชนีส ไทเปสามารถสร้างปัญหาจากเกมเปลี่ยนผ่านได้

การมีนักเตะ 28 คนช่วยให้โค้ชสามารถทดลองแนวทางได้หลายรูปแบบ แต่จำนวนดังกล่าวย่อมต้องถูกปรับลดก่อนเข้าสู่การแข่งขันจริง ทุกการฝึกซ้อมจึงมีความหมายต่ออนาคตของผู้เล่น ทั้งในด้านคุณภาพฝีเท้า ความเข้าใจเกม วินัย และทัศนคติเมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดัน

ไทยรับหน้าที่เจ้าภาพกลุ่ม B ที่บุรีรัมย์ ซิตี้ สเตเดียม

ทีมชาติไทย U17 ถูกจับอยู่ในกลุ่ม B ร่วมกับ อิรัก ฮ่องกง ไชนีส ไทเป และมัลดีฟส์ โดยประเทศไทยได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันที่บุรีรัมย์ ซิตี้ สเตเดียม จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้รับการยืนยันให้เป็นสังเวียนของเกมในกลุ่มนี้ Siamsport รายงานการยืนยันสนามแข่งขัน

การเล่นในประเทศถือเป็นข้อได้เปรียบหลายด้าน ทั้งการเดินทาง สภาพอากาศ อาหาร และเสียงสนับสนุนจากแฟนบอล แต่เจ้าภาพยังต้องรับมือกับความคาดหวังที่สูงขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อการแข่งขันทุกนัดมีผลต่อโอกาสผ่านเข้ารอบสุดท้าย รายงานผลการจับสลากยืนยันว่าไทยอยู่ร่วมกลุ่มกับอิรัก ฮ่องกง ไชนีส ไทเป และมัลดีฟส์ Bangkok Post รายงานผลการแบ่งกลุ่ม

โปรแกรมของไทยจะเริ่มวันที่ 11 พฤศจิกายน 2569 พบ ไชนีส ไทเป ต่อด้วยการพบมัลดีฟส์วันที่ 14 พฤศจิกายน และพบฮ่องกงวันที่ 17 พฤศจิกายน ก่อนปิดท้ายกับอิรักวันที่ 20 พฤศจิกายน ทุกเกมแข่งขันที่บุรีรัมย์ ซิตี้ สเตเดียม โดยตารางของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียระบุช่วงจัดการแข่งขันรอบคัดเลือกไว้ระหว่างวันที่ 8-20 พฤศจิกายน 2569 ตรวจสอบกำหนดการแข่งขันจาก AFC

การเจออิรักในนัดสุดท้ายทำให้ไทยจำเป็นต้องสะสมแต้มและสร้างความได้เปรียบจากสามเกมแรก เพราะการปล่อยให้สถานการณ์ต้องตัดสินทั้งหมดในเกมสุดท้ายอาจเพิ่มแรงกดดันอย่างมาก

โปรแกรมทีมชาติไทย U17 รอบคัดเลือกชิงแชมป์เอเชีย 2027

ทีมชาติไทยจะประเดิมสนามนัดแรกพบ ไชนีส ไทเป U17 วันที่ 11 พฤศจิกายน 2569 เกมเปิดรายการมักเต็มไปด้วยแรงกดดัน เพราะผู้เล่นต้องปรับตัวเข้ากับการแข่งขันจริงหลังผ่านช่วงเตรียมทีมมาเป็นเวลานาน เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงชัยชนะ แต่ต้องสร้างความมั่นใจและหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจส่งผลต่อสถานการณ์ในกลุ่ม

นัดที่สอง ไทย U17 พบ มัลดีฟส์ U17 วันที่ 14 พฤศจิกายน เป็นเกมที่ช้างศึกเยาวชนมีโอกาสครองบอลและเป็นฝ่ายกำหนดจังหวะมากกว่า แต่ต้องระวังการเล่นด้วยความประมาท การเจาะแนวรับซึ่งถอยลงไปตั้งรับหลายชั้นจำเป็นต้องอาศัยความเร็ว การเคลื่อนที่โดยไม่มีบอล และคุณภาพของจังหวะสุดท้าย

นัดที่สาม วันที่ 17 พฤศจิกายน ฮ่องกง U17 พบ ไทย U17 ถือเป็นอีกเกมที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะฮ่องกงมีผู้เล่นที่แข็งแรงและสามารถเล่นเกมโต้กลับได้ดี หากไทยดันแนวรับขึ้นสูงโดยขาดความสมดุล อาจเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งโจมตีได้ทันทีโปรแกรมสุดท้ายวันที่ 20 พฤศจิกายน ไทย U17 พบ อิรัก U17 มีแนวโน้มเป็นบททดสอบหนักที่สุดของรอบแบ่งกลุ่ม ด้วยมาตรฐานฟุตบอลเยาวชนของอิรักที่แข็งแกร่งทั้งด้านสรีระ ความดุดัน และประสบการณ์บนเวทีเอเชีย

รายชื่อ 28 คนครั้งนี้จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแข่งขันภายในทีม ผู้เล่นทุกคนมีเวลาพิสูจน์ว่าตัวเองเหมาะสมกับภารกิจระดับทวีปหรือไม่ ส่วนเป้าหมายของ “โค้ชเอ็กซ์” คือการเปลี่ยนกลุ่มดาวรุ่งจากหลายระบบให้กลายเป็นทีมเดียวกัน ก่อนเสียงนกหวีดแรกจะดังขึ้นที่บุรีรัมย์ในเดือนพฤศจิกายน