MongBallThai.com

เกาะกระแสบอลไทยทุกลีก พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และข่าวสารฟุตบอลไทย

สโมสรมูลค่าสูงสุดในอาเซียน 2026/27 ไทยลีกติด Top 10 ถึง 5 ทีม

เปิด 10 สโมสรมูลค่าสูงสุดในอาเซียน 2026/27 ไทยลีกติดโผครึ่งหนึ่ง บุรีรัมย์อันดับ 2

เปิด 10 สโมสรมูลค่าสูงสุดในอาเซียน 2026/27 ไทยลีกติดโผครึ่งหนึ่ง บุรีรัมย์อันดับ 2

เปิดอันดับ สโมสรมูลค่าสูงสุดในอาเซียน ประจำฤดูกาล 2026/27 จากฐานข้อมูล Transfermarkt อัปเดต ณ วันที่ 8 กันยายน 2026 โดยเมื่อพิจารณามูลค่ารวมของขุมกำลังนักเตะ ปรากฏว่า ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งมาเลเซียยังครองอันดับหนึ่งของภูมิภาค ด้วยมูลค่าทีม 15.93 ล้านยูโร หรือประมาณ 610 ล้านบาท ขณะที่ตัวแทนจากประเทศไทยอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยมูลค่า 13.70 ล้านยูโร หรือประมาณ 524.5 ล้านบาท ส่วนอันดับ 3 เป็น ไลออน ซิตี้ เซเลอร์ส จากสิงคโปร์ มูลค่า 11.93 ล้านยูโร หรือประมาณ 456.7 ล้านบาท

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือสโมสรจากประเทศไทยสามารถติด 10 อันดับแรกได้ถึง 5 ทีม หรือครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ประกอบด้วย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด, การท่าเรือ เอฟซี, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ ราชบุรี เอฟซี สะท้อนให้เห็นว่าหลายสโมสรในไทยลีกมีขุมกำลังที่ได้รับการประเมินมูลค่าอยู่ในระดับต้นของภูมิภาค และทำให้การแข่งขันภายในประเทศเชื่อมโยงโดยตรงกับศักยภาพบนเวที การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งหมดเป็น มูลค่าประเมินของนักเตะในทีมจากฐานข้อมูล Transfermarkt ไม่ใช่มูลค่าทางธุรกิจของสโมสร และไม่ใช่ราคาที่จะต้องจ่ายจริงหากมีการซื้อขายนักเตะ

10 สโมสรมูลค่าสูงสุดในอาเซียน ยะโฮร์ยังครองเบอร์หนึ่ง

อันดับ สโมสรมูลค่าสูงสุดในอาเซียน ฤดูกาล 2026/27 ตามข้อมูลที่อัปเดต ณ วันที่ 8 กันยายน มีดังนี้

อันดับ 1 ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม (มาเลเซีย) — 15.93 ล้านยูโร หรือประมาณ 610 ล้านบาท
อันดับ 2 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (ไทย) — 13.70 ล้านยูโร หรือประมาณ 524.5 ล้านบาท
อันดับ 3 ไลออน ซิตี้ เซเลอร์ส (สิงคโปร์) — 11.93 ล้านยูโร หรือประมาณ 456.7 ล้านบาท
อันดับ 4 ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (ไทย) — 9.03 ล้านยูโร หรือประมาณ 345.7 ล้านบาท
อันดับ 5 เปอร์ซิบ บันดุง (อินโดนีเซีย) — 8.93 ล้านยูโร หรือประมาณ 341.8 ล้านบาท
อันดับ 6 เปอร์ซิจา จาการ์ตา (อินโดนีเซีย) — 8.80 ล้านยูโร หรือประมาณ 337 ล้านบาท
อันดับ 7 การท่าเรือ เอฟซี (ไทย) — 8.03 ล้านยูโร หรือประมาณ 307.4 ล้านบาท
อันดับ 8 สลังงอร์ เอฟซี (มาเลเซีย) — 7.73 ล้านยูโร หรือประมาณ 296 ล้านบาท
อันดับ 9 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด (ไทย) — 6.58 ล้านยูโร หรือประมาณ 260 ล้านบาท
อันดับ 10 ราชบุรี เอฟซี (ไทย) — 6.55 ล้านยูโร หรือประมาณ 250.7 ล้านบาท

ภาพรวมจึงมีตัวแทนจากไทย 5 สโมสร มาเลเซีย 2 สโมสร อินโดนีเซีย 2 สโมสร และสิงคโปร์ 1 สโมสร โดยไม่มีชาติใดส่งทีมติดอันดับได้มากกว่าไทยในชุดข้อมูลนี้

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มูลค่า 524.5 ล้าน รั้งเบอร์ 2 ของอาเซียน

ในบรรดาสโมสรไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังคงโดดเด่นที่สุดด้วยมูลค่าขุมกำลัง 13.70 ล้านยูโร หรือประมาณ 524.5 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และเป็นรองเพียง ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ที่มีมูลค่า 15.93 ล้านยูโร หากพิจารณาตามตัวเลขชุดนี้ ช่องว่างระหว่างสองทีมอยู่ที่ 2.23 ล้านยูโร ทำให้ทั้งคู่เป็นเพียงสองสโมสรใน Top 10 ที่มีมูลค่าขุมกำลังมากกว่า 13 ล้านยูโร

ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับสถานะของบุรีรัมย์ในฐานะทีมที่มีขุมกำลังสำหรับรับมือการแข่งขันหลายรายการ ทั้งภายในประเทศและฟุตบอลระดับนานาชาติ แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือมูลค่าตลาดไม่ได้สามารถนำมาใช้ทำนายผลการแข่งขันโดยตรง ทีมที่มีมูลค่าสูงกว่ายังสามารถแพ้ทีมที่มีตัวเลขต่ำกว่าได้ เพราะฟุตบอลยังมีปัจจัยด้านแท็กติก

ฟอร์มของนักเตะ การบริหารทีม อาการบาดเจ็บ และสถานการณ์เฉพาะหน้าเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การที่บุรีรัมย์อยู่ใกล้กับอันดับหนึ่งของภูมิภาคในแง่มูลค่าขุมกำลัง ก็ช่วยสะท้อนระดับทรัพยากรด้านนักเตะที่สโมสรมีอยู่สำหรับการแข่งขันฤดูกาล 2026/27

ไทยลีกติดถึง 5 ทีม มากที่สุดใน 10 อันดับแรกของอาเซียน

จุดเด่นที่สุดของการจัดอันดับครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการที่บุรีรัมย์อยู่ในอันดับ 2 แต่คือ ไทยลีกมีตัวแทนติด Top 10 ถึง 5 สโมสร ไล่ตั้งแต่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อันดับ 2, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด อันดับ 4, การท่าเรือ เอฟซี อันดับ 7, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด อันดับ 9 และ ราชบุรี เอฟซี อันดับ 10

นั่นหมายความว่า 50% ของตำแหน่งในสิบอันดับแรกเป็นสโมสรจากประเทศไทย และไม่ได้กระจุกตัวอยู่กับทีมเดียวเท่านั้น แต่มีหลายสโมสรที่มีมูลค่าขุมกำลังอยู่ในกลุ่มหัวแถวของอาเซียน ประเด็นนี้น่าสนใจในมุมการแข่งขันภายในประเทศ เพราะทีมเหล่านี้ต้องเผชิญหน้ากันเองในไทยลีก

ขณะที่หลายสโมสรก็มีเป้าหมายในการแข่งขันระดับเอเชียหรืออาเซียนควบคู่กันไป การมีนักเตะที่ถูกประเมินมูลค่าสูงไม่ได้การันตีความสำเร็จ แต่การที่หลายทีมจากลีกเดียวกันอยู่ในกลุ่มบนของภูมิภาค ช่วยสะท้อนว่าตลาดนักเตะของไทยลีกยังมีผู้เล่นที่ได้รับการประเมินในระดับสูงกระจายอยู่หลายสโมสร

ทรู แบงค็อก-ท่าเรือ ตามมา ขณะที่บีจีเบียดราชบุรีเพียงเล็กน้อย

รองจากบุรีรัมย์ สโมสรไทยที่มีมูลค่าขุมกำลังสูงที่สุดคือ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ด้วยตัวเลข 9.03 ล้านยูโร หรือประมาณ 345.7 ล้านบาท รั้งอันดับ 4 ของอาเซียน และตามหลัง ไลออน ซิตี้ เซเลอร์ส ซึ่งอยู่ในอันดับ 3 ขณะที่ การท่าเรือ เอฟซี อยู่ลำดับ 7 ด้วยมูลค่า 8.03 ล้านยูโร หรือประมาณ 307.4 ล้านบาท

ส่วนช่วงท้ายของ Top 10 มีสองสโมสรไทยอยู่ติดกัน โดย บีจี ปทุม ยูไนเต็ด รั้งอันดับ 9 ที่ 6.58 ล้านยูโร ขณะที่ ราชบุรี เอฟซี อยู่ลำดับ 10 ด้วยมูลค่า 6.55 ล้านยูโร ต่างกันเพียง 0.03 ล้านยูโรเท่านั้น ภาพรวมจึงน่าสนใจตรงที่ตัวแทนไทยไม่ได้มีเฉพาะทีมที่ครองอันดับต้นเท่านั้น แต่ยังกระจายอยู่เกือบทุกช่วงของตาราง Top 10 ตั้งแต่อันดับ 2, 4, 7, 9 และ 10

ขณะเดียวกันคู่แข่งสำคัญของสโมสรไทยในภูมิภาคก็กระจายมาจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ทำให้การแข่งขันในอาเซียนไม่ได้จำกัดอยู่กับสองหรือสามสโมสรใหญ่เหมือนในอดีต

มาเลเซีย-อินโดนีเซีย-สิงคโปร์ ยังมีทีมมูลค่าสูงพร้อมชนสโมสรไทย

แม้ไทยจะมีจำนวนสโมสรติดอันดับมากที่สุด แต่ อันดับหนึ่งยังเป็นของมาเลเซีย จาก ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ขณะที่ สลังงอร์ เอฟซี อีกหนึ่งตัวแทนจากมาเลเซียก็อยู่ในอันดับ 8 ด้วยมูลค่า 7.73 ล้านยูโร หรือประมาณ 296 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าฟุตบอลมาเลเซียยังมีสโมสรระดับหัวแถวที่สามารถรวบรวมนักเตะมูลค่าสูงไว้ในทีมได้

อินโดนีเซียมีสองสโมสรติดกันในอันดับ 5 และ 6 ได้แก่ เปอร์ซิบ บันดุง 8.93 ล้านยูโร และ เปอร์ซิจา จาการ์ตา 8.80 ล้านยูโร ส่วนสิงคโปร์แม้จะมีเพียงทีมเดียว แต่ ไลออน ซิตี้ เซเลอร์ส ขึ้นมาสูงถึงอันดับ 3 ด้วยมูลค่า 11.93 ล้านยูโร เหนือกว่าสโมสรไทยทุกทีมยกเว้นบุรีรัมย์ ดังนั้นหากมองภาพรวมจากชุดข้อมูลนี้

จุดแข็งของไทยคือจำนวนสโมสรที่กระจายตัวอยู่ใน Top 10 ขณะที่ประเทศคู่แข่งก็มีทีมระดับหัวแถวที่มีมูลค่าขุมกำลังสูงเช่นกัน สิ่งนี้ทำให้การวัดศักยภาพฟุตบอลสโมสรอาเซียนควรมองทั้ง “จำนวนทีมที่แข็งแกร่ง” และ “ระดับของทีมที่ดีที่สุด” ควบคู่กัน

มูลค่าจาก Transfermarkt บอกอะไร และทำไมไม่ใช่ราคาของสโมสร

สิ่งสำคัญที่สุดในการอ่านอันดับ สโมสรมูลค่าสูงสุดในอาเซียน คือความหมายของคำว่า “มูลค่า” เพราะตัวเลขชุดนี้หมายถึง มูลค่าตลาดโดยประมาณของขุมกำลังนักเตะ ตามฐานข้อมูล Transfermarkt เมื่อนำมูลค่าของผู้เล่นภายในทีมมารวมกัน ไม่ได้หมายความว่า ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม มีมูลค่ากิจการเพียง 610 ล้านบาท หรือบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีมูลค่าทั้งสโมสร 524.5 ล้านบาท

เช่นเดียวกัน ตัวเลขของนักเตะแต่ละคนใน Transfermarkt เป็นค่าประเมิน ไม่ใช่ค่าฉีกสัญญาและไม่ใช่ค่าตัวซื้อขายที่ถูกกำหนดไว้ตายตัว การย้ายทีมจริงยังขึ้นอยู่กับอายุ ระยะเวลาสัญญา ผลงาน ความต้องการของต้นสังกัด ความสนใจจากทีมอื่น และเงื่อนไขในการเจรจา ดังนั้นอันดับนี้ควรใช้เป็นเครื่องมือสำหรับมองภาพรวมของ มูลค่าขุมกำลัง มากกว่าการใช้ตัดสินว่าสโมสรใดร่ำรวยกว่า หรือมีมูลค่าทางธุรกิจมากกว่า อย่างไรก็ตาม

การที่ไทยลีกมีถึง 5 สโมสรติด Top 10 ก็ยังเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ เพราะสะท้อนว่าผู้เล่นที่ได้รับการประเมินมูลค่าสูงในภูมิภาคจำนวนไม่น้อยกำลังค้าแข้งอยู่กับสโมสรของประเทศไทย และทำให้ฤดูกาล 2026/27 มีอีกหนึ่งมิติที่น่าจับตามองทั้งในประเทศและเวทีระดับอาเซียน