
มาร์ค แจ็คสัน ปิดฉากบุรีรัมย์ อำลา 11 เดือนแห่งความทรงจำ หลังฝากทริปเปิ้ลแชมป์
มาร์ค แจ็คสัน กุนซือชาวอังกฤษออกมาโพสต์ข้อความกล่าวขอบคุณและอำลา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ ปิดฉากช่วงเวลาประมาณ 11 เดือนกับหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของฟุตบอลไทย หลังเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม 2025 และสามารถสร้างผลงานโดดเด่น โดยเฉพาะฤดูกาล 2025/26 ที่พา “ปราสาทสายฟ้า” คว้าแชมป์ 3 รายการ ได้แก่ ไทยลีก, ช้าง เอฟเอ คัพ และ ASEAN Club Championship Shopee Cup พร้อมเดินทางถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึก AFC Champions League Elite โดยแชมป์ไทยลีก, เอฟเอ คัพ และ Shopee Cup ในยุคของกุนซือชาวอังกฤษได้รับการยืนยันจากฝ่ายจัดการแข่งขันอาเซียนด้วย
การจากลาของ มาร์ค แจ็คสัน เกิดขึ้นก่อนเริ่มต้นภารกิจป้องกันแชมป์ไทยลีกฤดูกาล 2026/27 โดยบุรีรัมย์ต้องเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของทีมงานผู้ฝึกสอนอย่างรวดเร็ว แม้การทำงานร่วมกันจะสิ้นสุดลง แต่ผลงานตลอดช่วงเวลาที่ช้าง อารีนา ทำให้ชื่อของแจ็คสันถูกบันทึกอยู่ในอีกหนึ่งช่วงความสำเร็จของสโมสร และกลายเป็นเรื่องราวสำคัญบนเส้นทาง การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย โดยเฉพาะการคว้าแชมป์ระดับอาเซียนควบคู่กับความสำเร็จภายในประเทศ ก่อนที่ทั้งตัวกุนซือและบุรีรัมย์จะเดินหน้าเข้าสู่บทใหม่ของตัวเอง
มาร์ค แจ็คสัน กล่าวอำลา หลังบทหนึ่งของชีวิตที่บุรีรัมย์ปิดฉาก
หลังแยกทางกับสโมสร มาร์ค แจ็คสัน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยกล่าวในใจความว่าอีกหนึ่งบทของเส้นทางอาชีพได้สิ้นสุดลง พร้อมขอบคุณทุกคนที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รวมถึงกองเชียร์ที่ให้การสนับสนุนตลอดระยะเวลาประมาณ 11 เดือนของการทำงานในประเทศไทย
กุนซือชาวอังกฤษยังกล่าวถึงความสำเร็จในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะการคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ร่วมกับทีมงาน ซึ่งรวมถึง Cameron Toshack และยกให้เป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของทีม ทั้งการแข่งขันที่น่าจดจำ ประสบการณ์ที่ได้รับ และความสำเร็จที่ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างขึ้น แจ็คสันระบุด้วยว่าจะมองย้อนกลับมายังช่วงเวลาดังกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมอวยพรให้บุรีรัมย์ประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคต น้ำเสียงของข้อความจึงเป็นการปิดฉากด้วยการขอบคุณมากกว่าการย้อนพูดถึงเหตุผลของการแยกทาง และทำให้ช่วงเวลาของเขาในประเทศไทยจบลงพร้อมกับภาพของกุนซือที่สามารถนำทีมคว้าถ้วยรางวัลสำคัญได้หลายรายการ
49 นัด 34 ชัยชนะ ตัวเลขที่สะท้อนผลงานของกุนซือชาวอังกฤษ
ตลอดช่วงเวลาที่ทำงานกับบุรีรัมย์ ข้อมูลสถิติระบุว่า มาร์ค แจ็คสัน คุมทีมในการแข่งขันอย่างเป็นทางการทั้งหมด 49 นัด ชนะ 34 เสมอ 7 และแพ้ 8 นัด คิดเป็นอัตราชนะประมาณ 69.39% โดยทีมทำได้ 132 ประตู และเสีย 43 ประตู ตัวเลขจำนวนเกมและผลงาน 34 ชนะ 7 เสมอ 8 แพ้ ยังสอดคล้องกับฐานข้อมูลสถิติผู้ฝึกสอนที่บันทึกการทำงานของเขากับบุรีรัมย์ไว้ 49 นัด
สิ่งที่ทำให้ตัวเลขดังกล่าวมีน้ำหนักมากขึ้นคือผลงานในรายการสำคัญ เพราะบุรีรัมย์ไม่ได้แข่งขันเฉพาะภายในประเทศ แต่ยังมีภารกิจระดับภูมิภาคและระดับเอเชีย การรักษาอัตราชนะในระดับสูงท่ามกลางโปรแกรมหลายรายการจึงสะท้อนความสามารถในการบริหารทีมตลอดฤดูกาล อย่างไรก็ตาม สำหรับสโมสรที่ตั้งเป้าหมายคว้าแชมป์แทบทุกการแข่งขัน ผลลัพธ์ในแต่ละรายการย่อมถูกประเมินด้วยมาตรฐานที่สูงมากเช่นกัน การจบช่วงเวลาของแจ็คสันหลังประสบความสำเร็จหลายรายการจึงกลายเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจที่สุดก่อนเริ่มต้นฤดูกาลใหม่
ทริปเปิ้ลแชมป์คือมรดกสำคัญที่มาร์ค แจ็คสันทิ้งไว้
หากต้องเลือกผลงานที่โดดเด่นที่สุดในช่วงเวลาของ มาร์ค แจ็คสัน กับบุรีรัมย์ คงหนีไม่พ้นการคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ฤดูกาล 2025/26 ทั้งแชมป์ไทยลีก, ช้าง เอฟเอ คัพ และ ASEAN Club Championship Shopee Cup โดยเฉพาะถ้วยระดับอาเซียนที่บุรีรัมย์เอาชนะ เซลังงอร์ ในรอบชิงชนะเลิศ และรักษาความสำเร็จของสโมสรบนเวทีภูมิภาคเอาไว้ได้
นอกจากนี้ “ปราสาทสายฟ้า” ยังเดินทางถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของ AFC Champions League Elite ทำให้ฤดูกาลดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่ทีมต้องรับมือกับการแข่งขันระดับสูงหลายเวทีพร้อมกัน ความสำเร็จจึงไม่ได้เกิดขึ้นจากผู้ฝึกสอนคนเดียว แต่เป็นผลงานร่วมกันของนักเตะ ทีมงาน และโครงสร้างของสโมสร ซึ่งแจ็คสันเองก็ให้เครดิตกับทุกฝ่ายในข้อความอำลา อย่างไรก็ตาม ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน เขาคือหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ต้องบริหารขุมกำลังและรับผิดชอบผลการแข่งขัน และสุดท้ายสามารถปิดฤดูกาลด้วยถ้วยรางวัลสามรายการ ทำให้ช่วงเวลา 11 เดือนของเขามีน้ำหนักมากกว่าระยะเวลาที่ดูไม่ยาวนัก
จากออสเตรเลียสู่บุรีรัมย์ เส้นทางแห่งแชมป์ของมาร์ค แจ็คสัน
ก่อนเข้ามาทำงานในประเทศไทย มาร์ค แจ็คสัน มีผลงานสำคัญกับ Central Coast Mariners ในออสเตรเลีย โดยเคยพาทีมประสบความสำเร็จทั้งในประเทศและคว้า AFC Cup ในปี 2024 ก่อนนำประสบการณ์ดังกล่าวมาสู่บุรีรัมย์ ซึ่งเขาเข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม 2025 ต่อจาก ออสมาร์ ลอสส์
ประสบการณ์จากฟุตบอลออสเตรเลียและการแข่งขันระดับทวีปช่วยให้แจ็คสันเข้ามาทำงานกับสโมสรที่มีเป้าหมายสูงได้อย่างรวดเร็ว และท้ายที่สุดสามารถเพิ่มแชมป์ไทยลีก, เอฟเอ คัพ และ Shopee Cup เข้าไปในประวัติการทำงานของตัวเอง ช่วงเวลาที่บุรีรัมย์จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในอาชีพของกุนซือวัย 48 ปี เพราะนอกจากเรียนรู้สภาพแวดล้อมของฟุตบอลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ยังสามารถสร้างผลงานที่จับต้องได้ การจากประเทศไทยพร้อมประวัติความสำเร็จเหล่านี้ทำให้แจ็คสันยังคงเป็นกุนซือที่น่าจับตามองในตลาดฟุตบอลเอเชีย และไม่นานหลังออกจากบุรีรัมย์ เจ้าตัวก็ได้รับโอกาสเริ่มต้นภารกิจใหม่ทันที
อำลาบุรีรัมย์ไม่นาน มาร์ค แจ็คสัน ได้งานใหม่กับ Lion City Sailors
หลังออกจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เส้นทางของ มาร์ค แจ็คสัน ไม่ได้ว่างเว้นนาน เมื่อ Lion City Sailors แชมป์ลีกสิงคโปร์ประกาศเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 ว่าได้แต่งตั้งกุนซือชาวอังกฤษเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ ภายใต้สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2027 โดยจะเริ่มทำหน้าที่อย่างเป็นทางการหลังขั้นตอนด้านใบอนุญาตการทำงานเสร็จสมบูรณ์
การแต่งตั้งครั้งนี้หมายความว่าแจ็คสันยังคงทำงานอยู่ในภูมิภาคอาเซียน และมีโอกาสนำประสบการณ์จากบุรีรัมย์ไปต่อยอดกับหนึ่งในสโมสรชั้นนำของสิงคโปร์ โดย Lion City Sailors เลือกเขาหลังผลงานความสำเร็จทั้งกับ Central Coast Mariners และบุรีรัมย์ ขณะที่ Cameron Toshack ซึ่งเคยทำงานร่วมกับเขาก็จะร่วมทีมงานในสิงคโปร์ด้วย เส้นทางใหม่จึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังการอำลาไทย และน่าสนใจเป็นพิเศษตรงที่แจ็คสันยังมีโอกาสกลับมาเผชิญสโมสรจากภูมิภาคเดียวกันในการแข่งขันระดับอาเซียนหรือเอเชียในอนาคต
บุรีรัมย์เปิดบทใหม่กับมาริโอ ซิลวา หลังยุคมาร์ค แจ็คสันสิ้นสุด
ขณะที่ มาร์ค แจ็คสัน เริ่มต้นเส้นทางใหม่ ฝั่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็เดินหน้าสู่ยุคถัดไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยหลังการแยกทาง สโมสรใช้ Emerson Pereira และ Zoran Mijanović ดูแลทีมชั่วคราวในเกมเปิดฤดูกาลที่บุกชนะ สุโขทัย เอฟซี 3-1 ก่อนที่ มาริโอ ซิลวา กุนซือชาวโปรตุเกสจะได้รับการแต่งตั้งเข้ามารับหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่
นั่นทำให้การเปลี่ยนผ่านบนม้านั่งของ “ปราสาทสายฟ้า” เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่มาตรฐานซึ่งแจ็คสันทิ้งเอาไว้คือโจทย์สำคัญของทีมงานชุดใหม่ เพราะบุรีรัมย์เข้าสู่ฤดูกาล 2026/27 ในฐานะทีมที่ต้องป้องกันความสำเร็จหลายรายการ สำหรับแจ็คสัน บทที่ประเทศไทยจบลงพร้อม 49 เกมและถ้วยแชมป์สำคัญ ขณะที่บทใหม่กำลังเริ่มขึ้นในสิงคโปร์ ส่วนบุรีรัมย์ก็เดินหน้าต่อกับกุนซือคนใหม่เช่นกัน การแยกทางครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงจุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของสองเส้นทางที่น่าติดตาม โดยผลงานทริปเปิ้ลแชมป์จะยังคงเป็นหลักฐานสำคัญของสิ่งที่มาร์ค แจ็คสัน ฝากเอาไว้ตลอด 11 เดือนในถิ่นช้าง อารีนา
ข่าวบอลไทยที่เกี่ยวข้อง
วิลเลียน พ็อพพ์ ปลดล็อกประตูแรก พาแบงค็อกเฉือนบีจี 3-2
ฮัดสันเปิดใจคุมทีมชาติไทย ทุกเกมเหมือนแขวนบนเส้นด้าย
ชนาธิปพร้อมทุ่มสุดตัว ตั้งเป้าพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ FIFA ASEAN Cup 2026