
ศศิศ สิงห์โตทอง ชี้ VAR ขัดข้องต้องแก้เชิงระบบ หลังชลบุรีพ่ายเชียงราย 0-1
ศศิศ สิงห์โตทอง ผู้บริหารสโมสร ชลบุรี เอฟซี ออกมาแสดงความคิดเห็นหลังเกมที่ฉลามชล บุกแพ้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 0-1 ในศึก BYD SEALION 6 League One ฤดูกาล 2026/27 นัดเปิดสนาม เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 โดยประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงผลการแข่งขัน แต่ยังรวมถึงจังหวะเสียประตูของทีมที่เกิดขึ้นในเกมซึ่งระบบ VAR ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ จากข้อมูลหลังเกม ศศิศยืนยันว่าเขายอมรับผลการแข่งขันและมองว่าเชียงรายทำผลงานได้ดีกว่า ขณะที่ชลบุรีเองมีความกดดันมากเกินไปและจำเป็นต้องกลับไปแก้ไขข้อผิดพลาด อย่างไรก็ตาม เขายังตั้งคำถามต่อกระบวนการตัดสินในจังหวะสำคัญ พร้อมชี้ว่าหากเกิดปัญหา VAR ขัดข้องขึ้นอีกในอนาคต ทุกฝ่ายควรมีแนวทางรับมือที่ชัดเจนมากกว่าการรอพิจารณาลงโทษผู้ตัดสินภายหลัง
ประเด็นดังกล่าวทำให้เกมเปิดฤดูกาลของ ชลบุรี เอฟซี กลายเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนความสำคัญของเทคโนโลยีช่วยตัดสินในฟุตบอลอาชีพ เพราะเมื่อ VAR ไม่สามารถทำงานได้ การตัดสินใจในสนามจะกลับมาอยู่กับผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินเป็นหลักทันที และหากเป็นจังหวะที่มีผลโดยตรงต่อประตูหรือผลการแข่งขัน ก็ยิ่งสร้างแรงกดดันต่อทุกฝ่ายมากขึ้น เหตุการณ์นี้จึงเชื่อมโยงกับภาพใหญ่ของ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย ที่มาตรฐานการจัดการแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงคุณภาพของนักเตะและทีมงาน แต่ยังรวมถึงระบบผู้ตัดสิน เทคโนโลยี และแผนสำรองเมื่อเกิดเหตุขัดข้องด้วย โดยเฉพาะในลีกสูงสุดที่ VAR ถูกวางให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของกระบวนการตัดสินตลอดฤดูกาล
ศศิศ สิงห์โตทอง ยอมรับเชียงรายดีกว่า แต่ยังติดใจจังหวะตัดสิน
สิ่งที่ ศศิศ สิงห์โตทอง แสดงออกหลังจบเกมคือการแยกสองประเด็นออกจากกันอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งคือผลงานของ ชลบุรี เอฟซี ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าทีมยังทำได้ไม่ดีพอและต้องกลับไปปรับปรุง ส่วนอีกด้านคือกระบวนการตัดสินในจังหวะสำคัญที่เขามองว่าควรถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเมื่อเกมดังกล่าวเกิดเหตุ VAR ขัดข้องและไม่สามารถเข้ามาช่วยตรวจสอบได้
ท่าทีดังกล่าวทำให้ประเด็นไม่ได้ถูกตีความว่าเป็นการปฏิเสธผลการแข่งขัน เพราะศศิศระบุชัดว่า เชียงราย ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่าและชลบุรีเองมีปัญหาเรื่องความกดดัน สิ่งที่เขาต้องการสื่อมากกว่าคือ หากเกิดความผิดพลาดหรือมีจังหวะที่ควรได้รับการตรวจสอบจาก VAR ระบบควรมีแนวทางรองรับที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกสโมสรได้รับมาตรฐานเดียวกันตลอดฤดูกาล การยอมรับข้อบกพร่องของทีมตัวเองควบคู่กับการตั้งคำถามต่อระบบจึงทำให้ประเด็นนี้มีน้ำหนักในเชิงโครงสร้างมากกว่าการวิจารณ์ผู้ตัดสินเฉพาะราย
ไม่ยื่นฟ้อง แต่ต้องการคำตอบหาก VAR ขัดข้องซ้ำ
หนึ่งในจุดที่น่าสนใจจากคำพูดของ ศศิศ สิงห์โตทอง คือ ชลบุรี เอฟซี ไม่มีแนวคิดจะยื่นเรื่องเพื่อขอลงโทษตามระเบียบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเจ้าตัวมองว่าการพิจารณาว่าผู้ตัดสินควรถูกลงโทษหรือไม่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่เขาต้องการเห็นมากกว่าคือมาตรการป้องกันหรือแนวทางรับมือเมื่อต้นเหตุเกิดขึ้นอีกในอนาคต
มุมมองนี้สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้จบเพียงการตรวจสอบว่าคำตัดสินถูกหรือผิด เพราะหากระบบ VAR ไม่สามารถใช้งานได้อีกในแมตช์อื่น คำถามเดิมก็จะกลับมาเกิดขึ้นซ้ำๆ ดังนั้นการมีขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจน เช่น การแจ้งสถานะระบบให้สโมสรรับทราบ การมีแผนสำรองด้านเทคนิค หรือวิธีบริหารการแข่งขันระหว่างเกิดเหตุ อาจช่วยลดข้อโต้แย้งได้มากกว่าเดิม สำหรับลีกอาชีพที่มีการแข่งขันสูงและทุกคะแนนมีผลต่ออันดับ การสร้างมาตรฐานรับมือเหตุขัดข้องจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ตัวเทคโนโลยี VAR เอง
เกมเชียงราย 1-0 ชลบุรี กลายเป็นบทเรียนตั้งแต่นัดแรก
ผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการของเกมดังกล่าวคือ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 ในโปรแกรมแมตช์เดย์แรกของฤดูกาล 2026/27 ซึ่งแข่งขันเมื่อวันที่ 5 กันยายน เวลา 18.00 น. ตามโปรแกรมของไทยลีก การเสียสามคะแนนในเกมแรกย่อมสร้างความผิดหวังให้กับ “ฉลามชล” แต่ในอีกด้านหนึ่งก็กลายเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทั้งทีมและฝ่ายจัดการแข่งขันตั้งแต่ต้นฤดูกาล
สำหรับชลบุรี เกมนี้แสดงให้เห็นว่าทีมยังต้องปรับรายละเอียดหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการจัดการความกดดันตามที่ศศิศกล่าวไว้หลังเกม ขณะที่ฝ่ายจัดการแข่งขันก็ต้องให้ความสำคัญกับความพร้อมของระบบ VAR เพราะเหตุขัดข้องในเกมแรกของฤดูกาลย่อมทำให้ความเชื่อมั่นถูกจับตามองทันที หากสามารถแก้ปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำได้ ก็จะช่วยลดความขัดแย้งในระยะยาว แต่หากเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ประเด็นเรื่องมาตรฐานการตัดสินจะกลายเป็นหัวข้อใหญ่ของลีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
VAR ไม่ได้แทนผู้ตัดสิน แต่ต้องพร้อมในจังหวะสำคัญ
แม้ VAR จะไม่ใช่ระบบที่เข้ามาแทนที่ผู้ตัดสินในสนาม แต่บทบาทของมันมีความสำคัญอย่างมากในจังหวะที่อาจเปลี่ยนผลการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นประตู จุดโทษ ใบแดงโดยตรง หรือกรณีระบุตัวผู้เล่นผิด เมื่อระบบขัดข้อง ความรับผิดชอบจึงกลับไปอยู่กับทีมผู้ตัดสินในสนามทั้งหมด และไม่มีโอกาสตรวจสอบภาพย้อนหลังในรูปแบบเดียวกับที่ควรเกิดขึ้นเมื่อระบบทำงานตามปกติ
เหตุการณ์ในเกม เชียงราย พบ ชลบุรี จึงสะท้อนว่าความพร้อมของเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานการแข่งขัน ไม่ใช่เพียงเครื่องมือเสริม เพราะสโมสรต่างเตรียมทีมภายใต้ความเข้าใจว่าจะมี VAR ใช้งานในลีกสูงสุดตลอดฤดูกาล หากระบบไม่สามารถทำงานได้โดยไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจน ก็ย่อมเกิดข้อสงสัยตามมาได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อเกิดจังหวะที่ส่งผลต่อสกอร์ ดังนั้นข้อเสนอของ ศศิศ สิงห์โตทอง ที่ต้องการให้หาทางออกเชิงสร้างสรรค์จึงเป็นประเด็นที่ฝ่ายจัดการแข่งขันควรนำไปพิจารณาอย่างจริงจัง
ชลบุรีต้องรีเซ็ตเร็ว ก่อนกลับมาเล่นในบ้านนัดต่อไป
หลังความพ่ายแพ้ในเกมเปิดฤดูกาล ภารกิจต่อไปของ ชลบุรี เอฟซี คือการกลับมาจัดการเรื่องฟุตบอลในสนามให้เร็วที่สุด เพราะหนึ่งเกมยังไม่ใช่ตัวชี้วัดทั้งฤดูกาล แม้ผลการแข่งขันและประเด็น VAR จะได้รับความสนใจ แต่สิ่งที่ทีมสามารถควบคุมได้โดยตรงคือคุณภาพการเล่น การแก้ไขข้อผิดพลาด และการลดความกดดันที่เกิดขึ้นกับผู้เล่น
คำพูดของ ศศิศ สิงห์โตทอง ที่ยอมรับว่าทีมกดดันตัวเองมากเกินไปจึงเป็นสัญญาณว่าภายในสโมสรทราบดีว่าจุดใดต้องแก้ไขก่อนเกมถัดไป การเปิดฤดูกาลด้วยความพ่ายแพ้อาจสร้างแรงกดดัน แต่หากทีมสามารถตอบสนองด้วยผลงานที่ดีในเกมต่อไป สถานการณ์ก็สามารถเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญคือการไม่ปล่อยให้ประเด็นจากเกมเชียงรายส่งผลต่อสมาธิของนักเตะมากเกินไป ขณะเดียวกันฝ่ายบริหารก็ยังสามารถเดินหน้าผลักดันข้อเสนอเรื่องมาตรฐาน VAR ควบคู่กันได้โดยไม่จำเป็นต้องนำสองเรื่องมาปะปนกัน
ศศิศ สิงห์โตทอง มองไกลกว่าการลงโทษ ชี้ระบบต้องมีแผนสำรอง
สารสำคัญที่สุดจากการออกมาพูดของ ศศิศ สิงห์โตทอง คือการเสนอให้ฟุตบอลไทยมองปัญหาในระยะยาวมากกว่าการลงโทษเมื่อเกิดข้อผิดพลาด เขามองว่าการพิจารณาลงโทษหลังเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ขณะที่คำถามใหญ่กว่าคือ หาก VAR ขัดข้องในสัปดาห์ถัดไปหรือในเกมอื่น ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีวิธีป้องกันและรับมืออย่างไร
นี่คือประเด็นที่มีความสำคัญต่อภาพลักษณ์ของลีกในระยะยาว เพราะการสร้างความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากการไม่มีข้อผิดพลาดเลย แต่เกิดจากการมีระบบที่ชัดเจนเมื่อข้อผิดพลาดหรือเหตุขัดข้องเกิดขึ้น หากทุกสโมสรทราบขั้นตอนและได้รับการปฏิบัติภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ความขัดแย้งก็จะลดลงได้มาก สำหรับชลบุรี สิ่งที่เกิดขึ้นในเกมแรกอาจผ่านไปแล้วในแง่ผลการแข่งขัน แต่ข้อเสนอที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหลังเกมอาจนำไปสู่การพัฒนาระบบที่ช่วยทุกสโมสรในอนาคต
สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป ชลบุรี เอฟซี จะกลับมาเปิดบ้านพบ ระยอง เอฟซี ในศึก BYD SEALION 6 League One ฤดูกาล 2026/27 แมตช์เดย์ที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 เวลา 18.00 น. ที่สนามชลบุรี ไดกิ้น สเตเดียม ถ่ายทอดสดผ่าน AIS PLAY ตามข้อมูลจากต้นทางข่าว
ข่าวบอลไทยที่เกี่ยวข้อง
วิลเลียน พ็อพพ์ ปลดล็อกประตูแรก พาแบงค็อกเฉือนบีจี 3-2
ฮัดสันเปิดใจคุมทีมชาติไทย ทุกเกมเหมือนแขวนบนเส้นด้าย
ชนาธิปพร้อมทุ่มสุดตัว ตั้งเป้าพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ FIFA ASEAN Cup 2026