
ธิดารัตน์ พอใจ ชบาแก้ว U17 พัฒนาต่อเนื่อง หลังถล่มสิงคโปร์ 6-0
ธิดารัตน์ วิวาสุขุ หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เปิดใจหลังทัพ “ชบาแก้ว U17” เดินหน้าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึก Srikandi Merdeka Cup 2026 ที่ประเทศอินโดนีเซีย หลังเอาชนะ สิงคโปร์ ไปแบบขาดลอย 6-0 ในเกมรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B นัดที่สาม เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้ทีมชาติไทยเก็บชัยชนะครบทั้งสามนัด มี 9 คะแนนเต็ม คว้าแชมป์กลุ่มพร้อมผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ที่สำคัญตลอดสามเกมที่ผ่านมา ไทยยังไม่เสียประตูให้คู่แข่งเลยแม้แต่ลูกเดียว หลังเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยชัยชนะ 2-0 เหนือ อินโดนีเซีย บี ก่อนเอาชนะ จอร์แดน 2-0 และปิดท้ายรอบแรกด้วยการถล่มสิงคโปร์ 6-0 ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยืนยันว่าผลงานดังกล่าวทำให้ทีมของ “โค้ชมิ่ม” ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในฐานะแชมป์กลุ่ม B และจะพบกับ มาเลเซีย ต่อไป
แม้ตัวเลข 3 นัด 9 คะแนน ยิงได้ต่อเนื่องและยังไม่เสียประตูจะสะท้อนผลงานที่แข็งแกร่ง แต่สิ่งที่ ธิดารัตน์ ให้ความสำคัญมากกว่าผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว คือพัฒนาการของนักเตะแต่ละคนและการสร้างประสบการณ์ระดับนานาชาติให้กับทีมชุดนี้ เพราะ Srikandi Merdeka Cup ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงรายการที่ทีมชาติไทยเดินทางมาเพื่อคว้าถ้วยเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมก่อนภารกิจสำคัญใน การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย โดยเป้าหมายระยะถัดไปคือการแข่งขัน AFC U17 Women’s Asian Cup China 2027 Qualifiers ในเดือนตุลาคม การใช้ทัวร์นาเมนต์ที่อินโดนีเซียให้ผู้เล่นทุกคนได้สัมผัสเกมจริง จึงมีความหมายต่อทีมในระยะยาว เพราะนอกจากทดสอบคุณภาพทางเทคนิคแล้ว ยังเป็นการเรียนรู้เรื่องสภาพร่างกาย ความกดดัน และการแก้สถานการณ์กับคู่แข่งที่มีรูปแบบแตกต่างกัน ก่อนเข้าสู่เวทีที่เดิมพันด้วยตั๋วชิงแชมป์เอเชีย
โค้ชมิ่มย้ำเป้าหมายชัด ต้องการทั้งแชมป์ และเห็นพัฒนาการของนักเตะ
หลังชัยชนะเหนือสิงคโปร์ 6-0 ธิดารัตน์ วิวาสุขุ ยืนยันชัดเจนว่าจุดประสงค์ของทีมในการเดินทางมาแข่งขันรายการนี้มีสองด้านที่ต้องเดินไปพร้อมกัน ด้านแรกคือผลการแข่งขัน โดยทีมชาติไทยตั้งเป้าคว้าแชมป์ Srikandi Merdeka Cup 2026 ขณะที่อีกด้านคือการพัฒนานักฟุตบอลให้พร้อมสำหรับภารกิจระยะยาว
ทุกทัวร์นาเมนต์แน่นอนเราต้องการอยากพัฒนาทีมต่อไปเรื่อยๆ รายการนี้เป้าหมายของเราคือการเป็นแชมป์และเห็นพัฒนาการของเด็กๆประโยคดังกล่าวสะท้อนแนวคิดการทำทีมเยาวชนได้ค่อนข้างชัด เพราะชัยชนะในระดับนี้มีความสำคัญต่อการสร้างความมั่นใจ แต่หากทีมมุ่งเพียงผลการแข่งขันและไม่สามารถสร้างผู้เล่นที่พร้อมก้าวขึ้นสู่ระดับต่อไปได้ เป้าหมายของฟุตบอลเยาวชนก็ยังไม่ถือว่าสมบูรณ์
โค้ชมิ่ม ยังระบุว่าทีมต้องการให้นักเตะได้รับโอกาสลงสนามอย่างทั่วถึง เพื่อสัมผัสการแข่งขันระดับนานาชาติจริง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่การฝึกซ้อมอย่างเดียวไม่สามารถทดแทนได้ โดยเฉพาะเรื่องการตัดสินใจภายใต้แรงกดดันและการเล่นกับคู่แข่งต่างชาติน่าสนใจว่าในเกมกับสิงคโปร์ ทีมชาติไทยมีการปรับทัพและโรเตชั่นผู้เล่นหลายตำแหน่ง แต่ยังสามารถรักษามาตรฐานการเล่นและคว้าชัยได้ถึง 6-0 สอดคล้องกับแนวทางของทีมงานที่ต้องการใช้รายการนี้สร้างความพร้อมของผู้เล่นทั้งชุด ไม่ใช่เพียงยึด 11 ตัวจริงชุดเดียวตลอดการแข่งขัน
9 แต้มเต็ม ไม่เสียประตู ภาพของชบาแก้ว U17 ที่แข็งแกร่งขึ้นทุกเกม
ผลงานในรอบแบ่งกลุ่มของ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U17 ถือว่าโดดเด่นอย่างมาก หลังสามารถคว้าชัยได้ครบทั้ง 3 นัด เริ่มจากการเอาชนะ อินโดนีเซีย บี 2-0 ในเกมเปิดสนาม ตามด้วยการชนะ จอร์แดน 2-0 และถล่ม สิงคโปร์ 6-0 ในนัดสุดท้าย ส่งผลให้ไทยจบรอบแรกด้วย 9 คะแนนเต็มและยังรักษาคลีนชีตได้ตลอดทั้งสามเกมตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงความสามารถในการทำประตู แต่เกมรับก็ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ทำได้อย่างมีมาตรฐาน เพราะการไม่เสียประตูตลอดรอบแบ่งกลุ่มหมายความว่าทีมสามารถรักษาสมาธิและโครงสร้างได้ดีแม้เจอคู่แข่งต่างสไตล์
เกมแรกกับอินโดนีเซีย บี เป็นบททดสอบเรื่องการรับมือเจ้าภาพและบรรยากาศในสนาม ส่วนเกมกับจอร์แดนเป็นการเจอกับทีมที่มีความแข็งแกร่งด้านร่างกายมากขึ้น ก่อนที่เกมสุดท้ายกับสิงคโปร์จะเป็นโอกาสให้ทีมงานปรับผู้เล่นและทดสอบรายละเอียดเพิ่มเติม
การผ่านสามสถานการณ์โดยไม่เสียประตูถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมากสำหรับทีมเยาวชน เพราะระบบเกมรับไม่ได้ขึ้นอยู่กับกองหลังหรือผู้รักษาประตูเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากการทำงานร่วมกันทั้งทีม ตั้งแต่การเพรสซิ่งแดนหน้า การคุมพื้นที่ในแดนกลาง ไปจนถึงการรักษาระยะของแนวรับอย่างไรก็ตาม รอบรองชนะเลิศจะเป็นบททดสอบอีกระดับ เพราะเมื่อเข้าสู่เกมน็อกเอาต์ ความผิดพลาดหนึ่งครั้งอาจเปลี่ยนเส้นทางของทั้งทัวร์นาเมนต์ได้ทันที
ให้โอกาสทุกคนลงสนาม เพราะเป้าหมายใหญ่รออยู่ในเดือนตุลาคม
หนึ่งในประเด็นที่ ธิดารัตน์ พูดถึงอย่างต่อเนื่องตลอดการแข่งขันคือการกระจายโอกาสให้กับนักเตะ เนื่องจากทีมชุดนี้ไม่ได้เดินทางมาอินโดนีเซียเพียงเพื่อค้นหา 11 ผู้เล่นที่ดีที่สุด แต่ต้องการสร้างกลุ่มนักเตะที่สามารถแข่งขันและทดแทนกันได้เมื่อถึงทัวร์นาเมนต์สำคัญในอนาคตเราอยากให้โอกาสน้องๆ ได้เล่นทุกคน อยากให้พวกเขาได้สัมผัสเกมในการแข่งขันระดับนานาชาติ และอยากให้น้องๆ ทุกคนที่มีโอกาสลงไปเล่นและพัฒนาความสามารถของตัวเองให้ดีขึ้นต่อไป
สำหรับทีมเยาวชน การมีผู้เล่น 18-23 คนที่เข้าใจระบบและพร้อมลงสนามย่อมมีประโยชน์มากกว่าการพึ่งกำลังหลักเพียงไม่กี่ราย เพราะการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์มักมีโปรแกรมถี่ รวมถึงความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บ ความล้า และโทษแบน
ก่อนหน้านี้หลังเกมชนะจอร์แดน 2-0 โค้ชมิ่ม เปิดเผยว่าทีมตั้งใจไม่ใช้สิทธิ์เปลี่ยนตัวเต็มจำนวน แม้กติกาทัวร์นาเมนต์เปิดโอกาสให้เปลี่ยนได้ถึง 8 คน เนื่องจากต้องการทดสอบความพร้อมด้านร่างกายของผู้เล่นสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ซึ่งหลังเกมดังกล่าวประเมินว่านักเตะอยู่ในสภาพประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ดังนั้นการโรเตชั่นในรายการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไร้เป้าหมาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเก็บข้อมูลว่าผู้เล่นแต่ละคนตอบสนองต่อเกมระดับนานาชาติอย่างไร ก่อนคัดเลือกและสร้างทีมที่พร้อมที่สุดสำหรับภารกิจในเดือนตุลาคม
รอบรองเจอมาเลเซีย โค้ชมิ่ม มองเป็นเกมคุณภาพที่เด็กไทยต้องเจอ
คู่แข่งรายต่อไปของทีมชาติไทยคือ มาเลเซีย ซึ่งจะพบกันในรอบรองชนะเลิศ และ ธิดารัตน์ มองว่าเกมดังกล่าวจะเป็นอีกบททดสอบที่มีคุณภาพสำหรับนักเตะ โดยไม่ได้มองเพียงแค่ว่าต้องเอาชนะเพื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเท่านั้นเกมต่อไปที่จะเจอกับมาเลเซียในรอบรองชนะเลิศ แน่นอนว่าเขาเป็นทีมที่ดี ซึ่งเรามองว่าจะเป็นเกมคุณภาพอย่างแน่นอน
สิ่งสำคัญที่กุนซือชบาแก้ว U17 ต้องการเห็นยังคงเป็นการทำตามแท็กติกที่เตรียมไว้ เพราะในรอบแบ่งกลุ่ม ไทยสามารถควบคุมเกมได้หลายช่วงและมีพื้นที่ให้ทดลองรายละเอียด แต่ในเกมน็อกเอาต์ คู่แข่งอาจไม่เปิดพื้นที่ให้เล่นง่ายเหมือนเดิมมาเลเซียเองเป็นทีมที่ผ่านการเก็บตัวและเตรียมทีมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกมนี้เหมาะกับการใช้วัดระดับความพร้อมของทีมชาติไทยก่อนเข้าสู่เวทีชิงแชมป์เอเชียรอบคัดเลือก ซึ่งคู่แข่งในระดับทวีปจะมีทั้งความแข็งแรง ความเร็ว และรายละเอียดทางแท็กติกสูงขึ้นอีกระดับ
ฝ่ายจัดการแข่งขันยืนยันว่า ไทยจะพบมาเลเซียในรอบรองชนะเลิศวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น. ที่ซูเปอร์ ซอคเกอร์ อารีนา เมืองคุดุส โดยก่อนเกมยังมีการจัดแถลงข่าวร่วมกันระหว่างหัวหน้าผู้ฝึกสอนและผู้เล่นของทั้งสี่ทีมที่ผ่านเข้ารอบ ได้แก่ ไทย, มาเลเซีย, จอร์แดน และ อินโดนีเซีย
อินโดนีเซียอยากเจอไทยรอบชิง แต่ชบาแก้วต้องผ่านมาเลเซียให้ได้ก่อน
อีกหนึ่งประเด็นที่ ธิดารัตน์ กล่าวถึงคือการที่ อินโดนีเซีย เอ เจ้าภาพของรายการ แสดงความต้องการที่จะพบกับทีมชาติไทยในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งกุนซือชบาแก้ว U17 มองเรื่องดังกล่าวในแง่บวก เพราะยิ่งทีมได้เจอคู่แข่งที่ต้องการวัดระดับกับไทยมากเท่าใด นักเตะก็ยิ่งได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากขึ้น ต้องขอบคุณทุกๆ ทีมที่อยากเจอทีมชาติไทย โดยเฉพาะอินโดนีเซีย เอ ที่ให้สัมภาษณ์ว่าอยากเจอเราในรอบชิงฯ แน่นอนว่าเราอยากเจอทุกทีม เพราะจะเป็นเกมที่คุณภาพและเด็กๆ ของเราจะได้มีประสบการณ์ในการเล่น
อย่างไรก็ตาม ภาพของรอบชิงระหว่างไทยกับอินโดนีเซียยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ เพราะชบาแก้วต้องผ่านรอบรองชนะเลิศกับมาเลเซียให้ได้ก่อน และในฟุตบอลน็อกเอาต์ การมองข้ามคู่แข่งตรงหน้ามักเป็นความผิดพลาดที่มีราคาสูง
สิ่งที่น่าสนใจคือทัศนคติของทีมไทยไม่ได้แสดงออกว่าต้องการเลือกคู่แข่ง แต่พร้อมเจอทุกทีมเพื่อใช้การแข่งขันยกระดับตัวเอง ซึ่งเหมาะกับเป้าหมายของทีมเยาวชนที่ต้องมองไกลไปกว่าผลการแข่งขันเฉพาะหน้าหากไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงได้ ไม่ว่าจะพบกับเจ้าภาพหรืออีกทีมหนึ่ง เกมนั้นก็จะเป็นบททดสอบความพร้อมอีกระดับ ก่อนทีมเดินทางกลับไปเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียรอบคัดเลือกต่อไป
รวมตัวครั้งแรก แต่ผลงานเดินหน้าเร็วเกินกว่าคำว่าทีมทดลอง
อีกหนึ่งข้อมูลสำคัญจากคำให้สัมภาษณ์ของ ธิดารัตน์ คือ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U17 ชุดนี้เพิ่งรวมตัวกันเป็นครั้งแรกสำหรับการเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว ซึ่งทำให้ผลงาน 3 นัดแรกน่าสนใจมากขึ้น เพราะทีมสามารถสร้างรูปแบบการเล่นและผลการแข่งขันที่มีความต่อเนื่องได้ในเวลาไม่นานเรามาในรายการนี้เป็นการรวมตัวกันครั้งแรกของน้องๆ ชุดนี้
สำหรับฟุตบอลเยาวชน การสร้างความเข้าใจระหว่างผู้เล่นถือเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา เพราะหลายคนมาจากโรงเรียน สโมสร และระบบฝึกซ้อมที่แตกต่างกัน ก่อนจะต้องปรับเข้าหาหลักการเล่นเดียวกันในทีมชาติอย่างไรก็ตาม ผลงานที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าทีมสามารถตอบสนองต่อแนวทางของสตาฟฟ์ได้รวดเร็ว ทั้งการทำประตู 10 ลูกจากสามเกมและการยังไม่เสียประตู ขณะที่นักเตะหลายรายได้รับโอกาสสลับกันลงสนาม ทำให้ความสำเร็จไม่ได้ผูกอยู่กับผู้เล่นเพียงชุดเดียว
แน่นอนว่าการเจอเกมที่ยากขึ้นจะเปิดเผยรายละเอียดที่รอบแบ่งกลุ่มอาจยังไม่เห็น และนี่เป็นเหตุผลที่โค้ชมิ่ม ต้องการให้เด็กได้พบคู่แข่งอย่างมาเลเซียหรืออินโดนีเซีย ซึ่งผ่านการเก็บตัวมาอย่างต่อเนื่องยิ่งทีมได้เผชิญสถานการณ์ที่ต้องแก้ปัญหาระหว่างเกมมากเท่าใด ประสบการณ์เหล่านั้นยิ่งมีประโยชน์เมื่อเข้าสู่การแข่งขันระดับเอเชีย ซึ่งจะไม่มีพื้นที่ให้ลองผิดลองถูกมากเหมือนทัวร์นาเมนต์เตรียมทีม
Srikandi Merdeka Cup คือสนามซ้อมจริงก่อนชิงแชมป์เอเชียรอบคัดเลือก
แม้เป้าหมายในอินโดนีเซียจะถูกประกาศชัดว่าต้องการคว้าแชมป์ แต่ภาพที่ใหญ่กว่านั้นของทีมชาติไทย U17 คือการเตรียมพร้อมสำหรับ AFC U17 Women’s Asian Cup China 2027 Qualifiers ซึ่งมีกำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 5-11 ตุลาคม 2569ดังนั้นทุกเกมใน Srikandi Merdeka Cup จึงมีคุณค่าในฐานะสนามซ้อมจริง ที่มีทั้งคู่แข่ง ผู้ตัดสิน บรรยากาศกดดัน และผลการแข่งขันเข้ามาเป็นเดิมพัน ซึ่งแตกต่างจากเกมฝึกซ้อมภายในอย่างสิ้นเชิง
การได้เจอ อินโดนีเซีย บี, จอร์แดน, สิงคโปร์ และต่อด้วยมาเลเซีย ทำให้ทีมชาติไทยมีข้อมูลจากคู่แข่งหลายสไตล์ ขณะเดียวกันสตาฟฟ์ก็สามารถประเมินได้ว่าผู้เล่นคนใดพร้อมสำหรับเกมที่มีความเข้มข้นมากขึ้น และรายละเอียดส่วนไหนยังต้องแก้ไขก่อนเข้าสู่เดือนตุลาคม
สิ่งที่ทีมทำได้ดีในเวลานี้คือรักษาความต่อเนื่องของผลการแข่งขัน ขณะที่สิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อคือการตอบสนองเมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ เพราะสามเกมแรกไทยยังไม่เคยตกเป็นฝ่ายเสียประตูเลยรอบรองชนะเลิศจึงอาจเป็นบททดสอบที่ทีมต้องการมากที่สุด หากมาเลเซียสามารถสร้างแรงกดดันหรือทำให้ไทยต้องเล่นในสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป เด็กๆ จะได้เรียนรู้วิธีแก้ปัญหาที่ไม่สามารถสร้างขึ้นเองในการฝึกซ้อมได้
จาก 9 คะแนนเต็ม สู่เป้าหมายแชมป์ แต่บทเรียนสำคัญยังรออยู่
ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U17 ผ่านรอบแบ่งกลุ่มด้วยผลงานเกือบสมบูรณ์แบบ ทั้งชัยชนะ 3 นัด 9 คะแนนเต็ม ยิงรวม 10 ประตู และไม่เสียประตู ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีอย่างมากก่อนเข้าสู่ช่วงชี้ขาดของ Srikandi Merdeka Cup 2026อย่างไรก็ตาม คำให้สัมภาษณ์ของ ธิดารัตน์ สะท้อนชัดว่าทีมไม่ได้ต้องการหยุดอยู่กับตัวเลขเหล่านี้ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงคือทำให้นักเตะดีขึ้นทุกครั้งที่ลงสนาม และในเวลาเดียวกันก็ต้องพยายามคว้าแชมป์กลับประเทศไทยให้ได้
รอบรองชนะเลิศกับมาเลเซียจึงเป็นเหมือนจุดตัดระหว่างสองเป้าหมาย หากไทยผ่านไปได้ ก็จะเหลืออีกหนึ่งเกมสำหรับลุ้นแชมป์ แต่ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไร สิ่งที่สตาฟฟ์ต้องการคือให้นักเตะนำประสบการณ์กลับไปพัฒนาต่อเพื่อเตรียมตัวสำหรับเวทีเอเชียสำหรับโปรแกรมรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U17 พบ มาเลเซีย วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น. ณ ซูเปอร์ ซอคเกอร์ อารีนา คุดุส จังหวัดชวากลาง ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีการถ่ายทอดสดผ่าน YouTube : Srikandi Merdeka Cup ตามข้อมูลของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ
จากทีมที่เพิ่งรวมตัวกันครั้งแรก สู่การคว้าแชมป์กลุ่มด้วยผลงานไร้ที่ติ เส้นทางของ “ชบาแก้ว U17” กำลังเข้าสู่บททดสอบที่เข้มข้นขึ้น และอย่างที่ “โค้ชมิ่ม” ย้ำไว้ เป้าหมายของรายการนี้ไม่ใช่เพียงถ้วยแชมป์ แต่คือการทำให้เด็กทุกคนเดินออกจากสนามด้วยคุณภาพและประสบการณ์ที่มากกว่าเดิม เพื่อพร้อมสำหรับเวทีชิงแชมป์เอเชียที่กำลังรออยู่ข้างหน้า
ข่าวบอลไทยที่เกี่ยวข้อง
ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เปิดตัวชุดใหม่ Built to Rise ลุยฤดูกาล 2026/27
ทีมชาติไทย U17 ร่วมสายอิรัก ศึกชิงแชมป์เอเชีย U17 รอบคัดเลือก
ธีรเทพ วิโนทัย ชูช้างศึกสอบผ่าน แม้พลาดแชมป์อาเซียน 2026