MongBallThai.com

เกาะกระแสบอลไทยทุกลีก พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และข่าวสารฟุตบอลไทย

ชบาแก้ว U17 แบโผ 23 แข้ง ลุย Srikandi Merdeka CUP 2026 ก่อนคัดเอเชีย

ชบาแก้ว U17 แบโผ 23 แข้ง ลุย Srikandi Merdeka CUP 2026 ก่อนคัดเอเชีย

ชบาแก้ว U17 แบโผ 23 แข้ง ลุย Srikandi Merdeka CUP 2026 ก่อนคัดเอเชีย

ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เดินหน้าเข้าสู่ช่วงสำคัญของการเตรียมทีมในปี 2026 หลังสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศรายชื่อผู้เล่นจำนวน 23 คน สำหรับเดินทางไปแข่งขันรายการ Srikandi Merdeka CUP 2026 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 14-23 สิงหาคม 2569 ภายใต้การทำทีมของ “โค้ชมิ่ม” ธิดารัตน์ วิวาสุขุ หัวหน้าผู้ฝึกสอน โดย “ชบาแก้ว U17” ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มบี ร่วมกับ สิงคโปร์, จอร์แดน และ อินโดนีเซีย บี หรือ ปุตรี นูซันตารา แข่งขันแบบพบกันหมด ก่อนนำทีมแชมป์และรองแชมป์กลุ่มผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ รายการนี้จึงมีความหมายมากกว่าการลงสนามล่าผลการแข่งขัน เพราะถือเป็นเวทีทดสอบขุมกำลังครั้งสำคัญ ก่อนทีมชาติไทยจะเข้าสู่ภารกิจหลักในศึก AFC U17 Women’s Asian Cup China 2027 Qualifiers ระหว่างวันที่ 5-11 ตุลาคม 2569 โดยรายชื่อชุดนี้กระจายมาจากโรงเรียนกีฬา สโมสร และอะคาเดมีหลายแห่งทั่วประเทศ รวมถึงผู้เล่นที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศออสเตรเลีย สะท้อนถึงการเปิดพื้นที่ค้นหานักเตะจากหลายแหล่งเพื่อประกอบทีมให้สมบูรณ์มากที่สุด

การนำทีมเยาวชนออกไปแข่งขันต่างประเทศก่อนเข้าสู่รอบคัดเลือกชิงแชมป์เอเชียมีความสำคัญอย่างมาก เพราะนักเตะในช่วงอายุไม่เกิน 17 ปีจำเป็นต้องสะสมประสบการณ์ทั้งด้านแท็กติก ความกดดัน และการใช้ชีวิตในทัวร์นาเมนต์ที่ต้องลงสนามต่อเนื่องภายในเวลาไม่กี่วัน การเจอทั้งอินโดนีเซีย จอร์แดน และสิงคโปร์ยังช่วยให้ทีมได้พบคู่แข่งที่มีรูปแบบแตกต่างกัน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการประเมินว่าผู้เล่นสามารถปรับตัวกับสถานการณ์จริงได้ดีเพียงใด เมื่อมองผ่านภาพรวมของ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย จะเห็นได้ว่าทีมชาติระดับเยาวชนคือหนึ่งในรากฐานสำคัญของการสร้างผู้เล่นขึ้นไปสู่ทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคต ทัวร์นาเมนต์ที่อินโดนีเซียครั้งนี้จึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงในเรื่องผลการแข่งขัน แต่ยังเป็นพื้นที่คัดกรองผู้เล่น สร้างความเข้าใจในระบบ และทดสอบความพร้อมของทีมก่อนเข้าสู่เวทีเอเชียที่มีความเข้มข้นสูงกว่าเดิมอย่างชัดเจน

23 แข้งจากหลายสถาบัน สะท้อนฐานฟุตบอลหญิงเยาวชนที่กระจายทั่วประเทศ

รายชื่อทีมชาติไทย U17 ชุดนี้ประกอบด้วยผู้เล่นจากหลายสถาบันและหลายจังหวัด ซึ่งเป็นภาพที่สะท้อนว่าฐานของฟุตบอลหญิงเยาวชนไทยไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในตำแหน่งผู้รักษาประตู ทีมเลือก ธนภรณ์ สินสายรัมย์ จากบีอาร์ยู บุรีราษฎร์ อะคาเดมี, ดีนาร่า ก็เด็ม จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช และ อธิชา แต้มสกุล จากโรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี

ส่วนแนวรับมีทั้งหมด 7 ราย ได้แก่ ภัควลักษณ์ ธรรมเสนา, หฤทัย วงศ์ปรีดาศิริ, ศิริประภา ลาน้ำคำ, ศตพร ยศกรทอง, จันทิมา ยะอือ, ชนาภา วงษ์ขันธ์ และ พรนภัส พลับใหญ่แดนกลางประกอบด้วย สุพิชฌาย์ วาที, ซูซาน่า ก็เด็ม, กวินธิดา กิขุนทด, กนกพร วรรณทอง, วรันธร พงษ์โคกสี, นันทิยา มีโพธิ์ และ ภิญญาภัทร ธรรมคุณเดชากุล

ขณะที่แนวรุกมี วิชญาดา วนสินธุ์, ชญาภา ธนูชัย, กัญญาพัชร ม่วงอ่อน, ณัฐริกา ช่อจันทร์, ฐิติรัตน์ สำโรง และ มิริค่า ชีล่าร์ เมอร์ด็อกซ์ จากโรงเรียน Meriden ในประเทศออสเตรเลียความหลากหลายของต้นสังกัดทำให้เห็นบทบาทของโรงเรียนกีฬาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะชลบุรี นครศรีธรรมราช กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น และศรีสะเกษ ซึ่งมีผู้เล่นติดทีมหลายรายขณะเดียวกัน การมีนักเตะจากสโมสรและอะคาเดมี รวมถึงผู้เล่นที่อยู่ต่างประเทศ เข้ามาผสมกับระบบโรงเรียนกีฬา ช่วยเพิ่มมิติในการคัดเลือกและทำให้ทีมงานได้เห็นผู้เล่นที่ผ่านสภาพแวดล้อมการฝึกซ้อมแตกต่างกัน

อยู่สายบีร่วม จอร์แดน-สิงคโปร์-อินโดนีเซีย บี ได้บททดสอบหลายรูปแบบ

ในรอบแบ่งกลุ่มของ Srikandi Merdeka CUP 2026 ทีมชาติไทย U17 ถูกจัดให้อยู่ใน กลุ่มบี ร่วมกับ สิงคโปร์, จอร์แดน และ อินโดนีเซีย บี หรือ ปุตรี นูซันตารา โดยแข่งขันแบบพบกันหมด เพื่อหาอันดับ 1 และ 2 ของกลุ่มผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศการเจอคู่แข่งทั้งสามชาติถือว่ามีประโยชน์ต่อการเตรียมทีม เพราะแต่ละทีมมีบริบทฟุตบอลและรูปแบบการแข่งขันแตกต่างกัน

เกมแรกกับอินโดนีเซีย บี จะทำให้ไทยต้องรับมือกับทีมเจ้าภาพที่คุ้นเคยกับสภาพสนามและสภาพแวดล้อมมากกว่า ขณะที่เกมกับจอร์แดนจะเป็นบททดสอบอีกแบบในเรื่องของการปะทะและโครงสร้างเกม ส่วนสิงคโปร์เป็นคู่แข่งในภูมิภาคที่ไทยมีโอกาสเจอกันบ่อย และสามารถใช้เปรียบเทียบระดับการพัฒนาเยาวชนในอาเซียนได้โดยตรงจุดสำคัญของการแข่งขันแบบรอบแบ่งกลุ่มคือทุกเกมมีผลต่อโอกาสเข้ารอบทันที นักเตะจึงต้องเรียนรู้การเล่นภายใต้แรงกดดันตั้งแต่เกมแรก ไม่สามารถมองเกมใดเป็นเพียงการทดลองได้ทั้งหมด

สำหรับทีมงาน นี่คือโอกาสที่จะได้เห็นว่าผู้เล่นตอบสนองอย่างไรเมื่อเจอสถานการณ์แตกต่าง เช่น เกมที่ทีมเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า เกมที่ถูกกดดัน หรือเกมที่ต้องรักษาผลการแข่งขันในช่วงท้ายประสบการณ์แบบนี้มีคุณค่าอย่างมากก่อนเข้าสู่รอบคัดเลือกเอเชีย เพราะในรายการระดับ AFC ความผิดพลาดจะถูกลงโทษหนักขึ้น และทีมจำเป็นต้องมีความพร้อมทั้งด้านแท็กติกและสภาพจิตใจดังนั้น Srikandi Merdeka CUP จึงเป็นเหมือนสนามสอบกลางภาคของ “ชบาแก้ว U17” ก่อนบททดสอบใหญ่ในเดือนตุลาคม

โปรแกรมสามนัดในห้าวัน ทดสอบทั้งขุมกำลังและการฟื้นตัว

โปรแกรมรอบแบ่งกลุ่มของทีมชาติไทย U17 มีความถี่ค่อนข้างสูง โดยจะลงสนาม 3 นัดภายในระยะเวลา 5 วัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติของฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ระดับเยาวชนแมตช์เดย์แรก ไทยจะพบ อินโดนีเซีย บี (ปุตรี นูซันตารา) วันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น. ที่ซูเปอร์ ซอคเกอร์ อารีนา คุดุสจากนั้นวันที่ 17 สิงหาคม เวลา 20.00 น. จะพบกับ จอร์แดน ก่อนปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มวันที่ 19 สิงหาคม เวลา 15.00 น. ด้วยการพบ สิงคโปร์ ที่สนามเดียวกัน

การลงเล่นวันเว้นวันทำให้การบริหารขุมกำลังมีความสำคัญอย่างมาก เพราะนักเตะวัยเยาวชนต้องได้รับการดูแลเรื่องการพักฟื้นและโหลดการแข่งขันอย่างเหมาะสม

ทีมงานอาจจำเป็นต้องหมุนเวียนผู้เล่นบางตำแหน่ง เพื่อรักษาความสดและเปิดโอกาสให้ผู้เล่นหลายคนได้รับประสบการณ์จริง ขณะเดียวกันยังต้องรักษาคุณภาพของทีมไม่ให้ลดลงจนกระทบผลการแข่งขันนี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่การเรียกผู้เล่นครบ 23 คนมีความสำคัญ เพราะทัวร์นาเมนต์ลักษณะนี้ไม่สามารถพึ่งเพียง 11 ตัวจริงชุดเดียวตลอดทั้งรายการได้นอกจากนี้ เวลาการแข่งขันที่แตกต่างกันระหว่างช่วงบ่ายและช่วงค่ำยังเป็นรายละเอียดที่นักเตะต้องปรับตัว ทั้งเรื่องอาหาร การพักผ่อน และการเตรียมร่างกายก่อนเกม

หากทีมสามารถบริหารช่วงเวลานี้ได้ดี ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสผ่านเข้ารอบ แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์อย่างมากก่อนเข้าสู่การแข่งขันรอบคัดเลือกเอเชียในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

โรงเรียนกีฬาชลบุรีส่งผู้เล่นติดทีมมากที่สุด ชี้บทบาทสำคัญของระบบเยาวชน

เมื่อพิจารณารายชื่อ 23 คน จะเห็นว่า โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี เป็นหนึ่งในแหล่งผู้เล่นสำคัญของทีมชุดนี้ โดยมีนักเตะติดทีมในหลายตำแหน่ง ตั้งแต่ผู้รักษาประตู กองหลัง กองกลาง ไปจนถึงกองหน้ารายชื่อจากชลบุรีประกอบด้วย อธิชา แต้มสกุล, ภัควลักษณ์ ธรรมเสนา, จันทิมา ยะอือ, สุพิชฌาย์ วาที, วรันธร พงษ์โคกสี และ วิชญาดา วนสินธุ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของระบบพัฒนาผู้เล่นหญิงในพื้นที่

นอกจากนั้น โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช, กรุงเทพมหานคร, ขอนแก่น และศรีสะเกษ ก็มีผู้เล่นถูกเรียกเข้ามาหลายรายเช่นกันภาพนี้สะท้อนว่าระบบโรงเรียนกีฬายังคงมีบทบาทสำคัญต่อฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยระดับเยาวชน เพราะเป็นสถานที่ที่นักกีฬาได้รับทั้งการศึกษาและการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม การมีผู้เล่นจากสโมสรอย่าง บีจีซี บัณฑิตเอเซีย, บีจี พีทียู ท่าโขลง, สุรินทร์ หินโคน ยูไนเต็ด และบีอาร์ยู บุรีราษฎร์ อะคาเดมี ยังทำให้โครงสร้างการคัดเลือกมีความหลากหลายมากขึ้นนอกจากนี้ การเรียก มิริค่า ชีล่าร์ เมอร์ด็อกซ์ จากโรงเรียน Meriden ในออสเตรเลีย ยังแสดงให้เห็นว่าทีมงานเปิดกว้างต่อผู้เล่นไทยที่พัฒนาฝีเท้าในต่างประเทศด้วยในระยะยาว การมีแหล่งผลิตนักเตะหลายรูปแบบคือสิ่งสำคัญต่อทีมชาติ เพราะช่วยเพิ่มจำนวนผู้เล่นให้ทีมงานสามารถเลือกใช้ และสร้างการแข่งขันภายในก่อนเข้าสู่รายการใหญ่

Srikandi Merdeka CUP คือเวทีเตรียมพร้อมก่อนศึกคัดเอเชียเดือนตุลาคม

เป้าหมายสำคัญที่สุดของการเดินทางไปอินโดนีเซียครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่ถ้วย Srikandi Merdeka CUP เพียงอย่างเดียว แต่คือการเตรียมความพร้อมสำหรับ AFC U17 Women’s Asian Cup China 2027 Qualifiers ซึ่งกำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 5-11 ตุลาคม 2569ด้วยระยะเวลาที่ห่างกันไม่ถึงสองเดือน ทีมงานจำเป็นต้องใช้ทัวร์นาเมนต์นี้เก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด ทั้งเรื่องคุณภาพรายบุคคล ความเข้าใจระบบ และความสามารถในการเล่นร่วมกันภายใต้แรงกดดัน

เกมแข่งขันจริงให้ข้อมูลที่การซ้อมไม่สามารถทดแทนได้ เพราะนักเตะต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ และต้องรับมือกับคู่แข่งที่พยายามทำลายแผนของทีมอยู่ตลอดเวลาโค้ชมิ่มจึงมีโอกาสประเมินได้ว่าผู้เล่นคนใดสามารถรักษามาตรฐานเมื่อลงสนามจริง ใครเหมาะกับบทบาทตัวจริง และใครสามารถลงมาเปลี่ยนเกมจากม้านั่งสำรองได้อีกเรื่องคือการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้เล่นจากหลายสถาบัน เพราะแม้ทุกคนจะมีพื้นฐานที่ดี แต่การเล่นทีมชาติจำเป็นต้องทำให้ทุกคนคิดและเคลื่อนที่ภายใต้แนวทางเดียวกัน

สามเกมในรอบแบ่งกลุ่ม รวมถึงโอกาสลงเล่นในรอบน็อกเอาต์หากผ่านเข้ารอบ จะเพิ่มจำนวนเกมที่มีคุณภาพให้กับทีมก่อนเข้าสู่เดือนตุลาคมหากชบาแก้ว U17 สามารถใช้รายการนี้สร้างทั้งความมั่นใจและมองเห็นจุดที่ต้องแก้ได้ชัดเจน ก็ถือว่าทัวร์นาเมนต์บรรลุเป้าหมายสำคัญแล้ว ไม่ว่าจะจบด้วยอันดับใดก็ตามเพราะเป้าหมายใหญ่กว่าคือการเตรียมทีมให้พร้อมที่สุดสำหรับเวทีเอเชีย

ชบาแก้ว U17 เริ่มภารกิจอินโดนีเซีย ก่อนก้าวสำคัญของเยาวชนหญิงไทย

นักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U17 ทั้ง 23 คนมีกำหนดรวมตัวที่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 05.00 น. ก่อนออกเดินทางไปยังประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเริ่มต้นภารกิจ Srikandi Merdeka CUP 2026นี่จะเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับนักเตะหลายคน เพราะการได้รับเลือกติดทีมชาติในวัยไม่เกิน 17 ปีไม่ได้เป็นเพียงเกียรติยศ แต่ยังเป็นหนึ่งในขั้นตอนของเส้นทางพัฒนาสู่ฟุตบอลหญิงระดับสูงต่อไปทัวร์นาเมนต์นี้จะเปิดโอกาสให้พวกเธอได้สัมผัสเกมนานาชาติ เรียนรู้การรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย และปรับตัวกับโปรแกรมการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์จริง

สำหรับ โค้ชมิ่ม ธิดารัตน์ วิวาสุขุ และทีมงาน เป้าหมายคือการทำให้ผู้เล่นชุดนี้พัฒนาไปพร้อมกันทั้งในด้านผลงานและกระบวนการ เพราะสิ่งที่ได้จากอินโดนีเซียจะถูกนำไปใช้ต่อทันทีในการเตรียมทีมสำหรับรอบคัดเลือกชิงแชมป์เอเชียความสำคัญของทีมชุดนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผลการแข่งขันในปี 2026 แต่ผู้เล่นหลายคนอาจกลายเป็นแกนหลักของฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดต่างๆ ในอนาคต หากสามารถพัฒนาต่อเนื่องและได้รับเวทีแข่งขันอย่างเหมาะสม

จากรายชื่อที่กระจายมาจากหลายจังหวัด หลายสโมสร และต่างประเทศ เห็นได้ชัดว่าฟุตบอลหญิงไทยกำลังพยายามขยายฐานการค้นหาผู้เล่นให้กว้างขึ้นจากนี้สนามที่คุดุส ประเทศอินโดนีเซีย จะเป็นจุดเริ่มต้นของบททดสอบจริง และทั้งสามเกมในรอบแบ่งกลุ่มจะช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่า “ชบาแก้ว U17” ชุดนี้พร้อมแค่ไหนสำหรับก้าวต่อไปบนเวทีเอเชีย