
เมืองทองเติมเก๋าล่าตั๋วเลื่อนชั้น คว้า ปกรณ์ เปรมภักดิ์ เพิ่มอาวุธริมเส้น ก่อนบู๊ไทยลีก 2
การเสริมทัพของ เมืองทอง ยูไนเต็ด ก่อนเข้าสู่ฤดูกาล 2026/27 เพิ่มความน่าสนใจขึ้นอีกครั้ง เมื่อ “กิเลนผยอง” จัดการคว้าตัว ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ปีกจอมเก๋าที่เพิ่งแยกทางกับ โปลิศ เทโร เอฟซี เข้ามาช่วยภารกิจไล่ล่าตั๋วเลื่อนชั้นกลับสู่ไทยลีก 1 การมาของดาวเตะวัย 33 ปีอาจไม่ใช่ดีลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออนาคตระยะยาวหลายฤดูกาล แต่เป็นการเติมผู้เล่นที่พร้อมใช้งานทันทีและเข้าใจฟุตบอลไทยลีกอย่างลึกซึ้ง หลังผ่านประสบการณ์กับการท่าเรือ เอฟซีมานานถึง 10 ปี ลงสนามรวมทุกรายการ 249 นัด ยิง 32 ประตู ทำ 70 แอสซิสต์ และมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ช้าง เอฟเอ คัพ 2019 ก่อนย้ายไปช่วยโปลิศ เทโรในช่วงเลกสองฤดูกาล 2025/26 การเลือกผู้เล่นที่มีทั้งคุณภาพการเปิดบอล ลูกตั้งเตะ และความนิ่งในเกมกดดันจึงตอบโจทย์ทีมซึ่งประกาศเป้าหมายชัดว่าจะกลับขึ้นลีกสูงสุดให้ได้ภายในฤดูกาลเดียว เพราะไทยลีก 2 ไม่ได้ต้องการเพียงนักเตะที่มีความเร็ว แต่ต้องการคนที่เข้าใจว่าต้องจัดการเกมยากอย่างไรเมื่อพื้นที่ถูกปิดและคู่แข่งพร้อมตั้งรับลึกตลอด 90 นาที
หากมองผ่านภาพรวมของ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย การตกชั้นของเมืองทองถือเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของฟุตบอลไทย เพราะสโมสรยุติช่วงเวลาบนลีกสูงสุดยาวนาน 17 ปี และประกาศเป้าหมายกลับขึ้นมาให้เร็วที่สุด นั่นทำให้ตลาดนักเตะครั้งนี้ไม่สามารถสร้างทีมด้วยดาวรุ่งหรือผู้เล่นที่ต้องใช้เวลาปรับตัวเพียงอย่างเดียว เมืองทองจำเป็นต้องผสมคนรุ่นใหม่เข้ากับผู้เล่นประสบการณ์สูงที่สามารถช่วยประคองสถานการณ์ได้ทันที ปกรณ์จึงเข้ามาในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะเขาเคยผ่านทั้งเกมลุ้นแชมป์ เกมฟุตบอลถ้วย เกมระดับทีมชาติ และแมตช์ที่มีแรงกดดันสูงกับสโมสรใหญ่ อีกทั้งยังมีจุดเด่นเรื่องการเปิดบอลจากด้านข้างและการสร้างโอกาสให้เพื่อน ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญเมื่อเจอคู่แข่งที่ถอยลงไปป้องกันเป็นจำนวนมาก การได้ปีกที่สามารถสร้างโอกาสจากบอลจังหวะเดียวจึงอาจช่วยเปลี่ยนเกมที่อึดอัดให้กลายเป็นสามคะแนน และในฤดูกาลที่เป้าหมายมีเพียงคำว่า “เลื่อนชั้น” รายละเอียดเล็กเช่นนี้มีมูลค่ามากกว่าความหวือหวาในวันเปิดตัวเสียอีก
จากการท่าเรือ 10 ปี สู่บทบาทใหม่กับเมืองทอง
เส้นทางของปกรณ์ในฟุตบอลระดับสูงผูกพันกับการท่าเรือ เอฟซีอย่างชัดเจน หลังค้าแข้งกับ “สิงห์เจ้าท่า” นานถึงหนึ่งทศวรรษ และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่แฟนบอลจดจำได้มากที่สุดของทีม ตัวเลข 249 นัด 32 ประตู และ 70 แอสซิสต์ สะท้อนว่าบทบาทของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นปีกที่วิ่งริมเส้น แต่เป็นผู้เล่นซึ่งมีส่วนกับประตูของทีมอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการสร้างโอกาสและการเปิดบอลจากด้านข้าง
ช่วงปลายปี 2025 ปกรณ์แยกทางกับการท่าเรือและย้ายไปช่วยโปลิศ เทโรในเลกสองของไทยลีก 2 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมครั้งใหญ่หลังอยู่กับสโมสรเดิมมาเป็นเวลานานแม้ระยะเวลากับเทโรไม่ยาวนัก แต่เขาก็สามารถทำประตูแรกให้ทีมได้จากลูกชิพในเกมชนะพัทยา ยูไนเต็ด 2-0 และมีส่วนช่วยทีมในช่วงที่กำลังลุ้นพื้นที่หัวตาราง ก่อนแยกทางหลังจบฤดูกาล 2025/26
ประสบการณ์ดังกล่าวมีความหมายต่อเมืองทอง เพราะปกรณ์ได้สัมผัสบรรยากาศไทยลีก 2 ล่าสุดมาแล้ว ไม่ต้องเริ่มเรียนรู้ความเข้มข้นของลีกจากศูนย์เขารู้ว่าลีกรองมีทั้งเกมหนัก การปะทะสูง สนามและสภาพการแข่งขันที่แตกต่างกัน รวมถึงคู่แข่งซึ่งพร้อมปิดพื้นที่และเล่นเพื่อผลการแข่งขันดังนั้น การย้ายมาเมืองทองครั้งนี้จึงเป็นการเข้าสู่บทบาทใหม่ของนักเตะที่ผ่านทั้งความสำเร็จและช่วงเปลี่ยนผ่านในอาชีพมาแล้วอย่างครบถ้วน
ลูกครอสและลูกตั้งเตะ คืออาวุธที่เมืองทองต้องการ
จุดเด่นที่ชัดที่สุดของปกรณ์ตลอดเส้นทางอาชีพคือการเปิดบอลจากด้านข้างความแม่นยำของลูกครอสทำให้เขาสามารถสร้างโอกาสได้โดยไม่ต้องเลี้ยงผ่านผู้เล่นหลายคน เพียงหาพื้นที่และมีเวลาเปิดบอลครึ่งจังหวะ ก็สามารถส่งบอลเข้าไปยังจุดอันตรายได้ทันทีในฤดูกาลหนึ่งของไทยลีก ปกรณ์เคยทำ 7 แอสซิสต์จาก 20 เกม และสร้างโอกาสได้ถึง 47 ครั้ง ซึ่งสะท้อนว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีอิทธิพลต่อเกมรุกจากริมเส้นอย่างมากคุณสมบัตินี้เหมาะกับโจทย์ของเมืองทองในไทยลีก 2 เพราะหลายทีมมีแนวโน้มถอยลงมาตั้งรับลึกเมื่อต้องเจอกิเลนผยอง
เมื่อพื้นที่ตรงกลางถูกปิด การโจมตีจากริมเส้นและการเปลี่ยนจังหวะด้วยลูกครอสจะกลายเป็นหนึ่งในทางออกสำคัญปกรณ์ยังสามารถช่วยทีมจากลูกตั้งเตะ ทั้งฟรีคิกและลูกเตะมุม ซึ่งเป็นรายละเอียดที่มีค่ามากในเกมสูสีไทยลีก 2 เต็มไปด้วยแมตช์ที่สกอร์ขยับยาก และบางครั้งประตูชัยอาจไม่ได้เกิดจากการต่อบอลสวยงามหลายจังหวะ แต่เกิดจากบอลนิ่งเพียงครั้งเดียวการมีผู้เล่นที่สามารถส่งบอลเข้าเป้าหมายได้แม่นยำจึงเพิ่มโอกาสให้เซ็นเตอร์ กองหน้า และผู้เล่นที่เติมขึ้นมาทำประตูนี่คือเหตุผลที่ดีลนี้อาจส่งผลต่อเมืองทองมากกว่าตัวเลขประตูของปกรณ์เอง
ประสบการณ์ของปกรณ์ช่วยลดแรงกดดันจากภารกิจ ต้องเลื่อนชั้น
ฤดูกาล 2026/27 ของเมืองทองแตกต่างจากทีมไทยลีก 2 ทั่วไป เพราะเป้าหมายถูกประกาศอย่างชัดเจนตั้งแต่หลังตกชั้นว่า สโมสรต้องการเป็นแชมป์และกลับขึ้นลีกสูงสุดทันทีความคาดหวังระดับนี้สามารถกลายเป็นแรงกดดันได้ตั้งแต่เกมแรกทุกครั้งที่ทีมทำคะแนนหล่น ข่าวและคำถามจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อสโมสรมีชื่อชั้นและฐานแฟนบอลใหญ่กว่าหลายทีมในลีกผู้เล่นประสบการณ์สูงจึงมีบทบาทมากกว่าการเล่นฟุตบอลพวกเขาต้องช่วยประคองอารมณ์ของทีมในช่วงที่สถานการณ์ไม่เป็นใจ และเข้าใจว่าการลุ้นเลื่อนชั้นไม่ได้ตัดสินในหนึ่งหรือสองเกม แต่ต้องรักษาความสม่ำเสมอตลอดทั้งฤดูกาล
ปกรณ์ผ่านเกมใหญ่กับการท่าเรือมาเป็นจำนวนมาก ทั้งการลุ้นแชมป์ฟุตบอลถ้วย การแข่งขันกับทีมระดับหัวตาราง และแมตช์ที่เล่นต่อหน้าแฟนบอลภายใต้ความคาดหวังสูงประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้เขารู้วิธีรับมือกับแรงกดดันได้ดีกว่านักเตะที่ยังไม่เคยผ่านสถานการณ์ลักษณะเดียวกันสำหรับเมืองทอง การมีคนที่เข้าใจว่าควรเล่นอย่างไรเมื่อทีมกำลังถูกเร่งให้ชนะจึงมีความสำคัญมากเพราะหลายครั้งปัญหาของทีมใหญ่ที่ตกมาเล่นลีกรองไม่ใช่เรื่องคุณภาพ แต่คือความรีบร้อนและการคิดว่าทุกเกมต้องชนะง่าย ปกรณ์สามารถช่วยเติมความนิ่งในจังหวะเหล่านั้นได้
การเล่นร่วมกับเจริญศักดิ์อาจทำให้ริมเส้นเมืองทองอันตรายขึ้น
ก่อนหน้านี้เมืองทองประกาศดึง เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ กลับสู่ทีมด้วยสัญญาสองปี พร้อมเป้าหมายช่วยสโมสรเลื่อนชั้นภายในฤดูกาลเดียวเมื่อรวมกับการมาของปกรณ์ ทำให้ “กิเลนผยอง” มีตัวเลือกริมเส้นที่มีประสบการณ์และคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างน่าสนใจเจริญศักดิ์มีจุดเด่นด้านความเร็ว การกระชาก และการโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับ ส่วนปกรณ์เด่นเรื่องการเปิดบอล การอ่านจังหวะ และการสร้างโอกาสจากพื้นที่ริมเส้นหากทั้งคู่ถูกใช้งานคนละฝั่ง เมืองทองจะสามารถโจมตีคู่แข่งได้สองรูปแบบพร้อมกันด้านหนึ่งใช้ความเร็วลากแนวรับให้ถอย อีกด้านใช้ความแม่นยำส่งบอลเข้าสู่กรอบเขตโทษ
หรือในบางเกม โค้ชอาจสลับใช้ปกรณ์เป็นตัวเปลี่ยนเกมช่วงครึ่งหลัง เมื่อคู่แข่งเริ่มล้าและเปิดพื้นที่มากขึ้นการมีตัวเลือกหลายสไตล์ทำให้เมืองทองไม่จำเป็นต้องพึ่งแผนเดิมทุกนัดยิ่งในไทยลีก 2 ซึ่งคู่แข่งแต่ละทีมมีรูปแบบแตกต่างกัน บางทีมตั้งรับลึก บางทีมเพรสหนัก และบางทีมเล่นเกมปะทะ การมีผู้เล่นที่ตอบโจทย์สถานการณ์ไม่เหมือนกันจะช่วยให้ทีมปรับตัวได้ดีขึ้นตรงนี้เองที่อาจทำให้การมาของปกรณ์มีผลต่อทั้งระบบ มากกว่าการเป็นเพียงการเพิ่มปีกอีกหนึ่งคน
ไทยลีก 2 ต้องการนักเตะที่รู้วิธีชนะเกมอึดอัด
หลายคนอาจมองว่าทีมระดับเมืองทองควรเหนือกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ในไทยลีก 2 จากชื่อชั้นและคุณภาพนักเตะแต่ในความเป็นจริง ลีกรองเป็นเวทีที่ทีมใหญ่สามารถเจอปัญหาได้ง่าย หากไม่เข้าใจลักษณะการแข่งขันหลายเกมไม่มีพื้นที่ให้เล่นสวย คู่แข่งพร้อมปิดพื้นที่ เล่นบอลยาว และเปลี่ยนการแข่งขันให้เป็นการต่อสู้จังหวะสองทีมที่ต้องการเลื่อนชั้นจึงต้องรู้วิธีชนะเกมที่ตัวเองเล่นไม่ดีด้วยปกรณ์สามารถช่วยในสถานการณ์แบบนี้ได้ เพราะลูกเปิด ลูกตั้งเตะ และการตัดสินใจจากประสบการณ์สามารถสร้างจังหวะสำคัญโดยไม่ต้องพึ่งการครองบอลเหนือกว่าตลอดเวลา
เขายังเคยผ่านช่วงสั้น ๆ กับโปลิศ เทโรในไทยลีก 2 ล่าสุด ทำให้เข้าใจว่าความเข้มข้นของลีกไม่ได้ลดลงตามชื่อชั้นของการแข่งขันสิ่งที่เมืองทองต้องการไม่ใช่เพียงนักเตะที่เล่นดีในวันที่ทุกอย่างเป็นใจ แต่ต้องการคนที่สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันในวันที่เกมติดขัดบางครั้งการเปิดบอลแม่นยำหนึ่งครั้ง หรือฟรีคิกที่บังคับให้คู่แข่งเสียสมาธิ สามารถสร้างความแตกต่างระหว่างหนึ่งกับสามคะแนนเมื่อฤดูกาลเดินไปถึงช่วงท้าย แต้มลักษณะนี้อาจเป็นสิ่งที่ตัดสินว่าเมืองทองจะได้เลื่อนชั้นอัตโนมัติ ต้องไปเพลย์ออฟ หรือพลาดเป้าหมายทั้งหมด
อายุ 33 ปีไม่ใช่ปัญหา หากบริหารบทบาทให้เหมาะสม
การเซ็นผู้เล่นวัย 33 ปีอาจทำให้เกิดคำถามเรื่องสภาพร่างกายและความสามารถในการยืนระยะตลอดฤดูกาลแต่คำตอบไม่ได้อยู่ที่อายุเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีบริหารบทบาทปกรณ์ไม่จำเป็นต้องลงเล่น 90 นาทีทุกนัดเพื่อสร้างประโยชน์ให้เมืองทองเขาสามารถเป็นตัวจริงในเกมที่ต้องการการเปิดบอลและการคุมจังหวะ หรือถูกใช้เป็นตัวสำรองเพื่อเปลี่ยนเกมช่วงท้ายผู้เล่นประสบการณ์สูงมักมีข้อได้เปรียบตรงการตัดสินใจ ไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วทุกจังหวะ แต่สามารถเลือกเล่นในพื้นที่ที่เกิดประโยชน์สูงสุดหากทีมงานวางโปรแกรมฟื้นฟูและหมุนเวียนอย่างเหมาะสม ปกรณ์ยังสามารถรักษาคุณภาพได้ตลอดฤดูกาล
ข้อดีอีกอย่างคือการมีผู้เล่นเก๋าช่วยประคองดาวรุ่งเมืองทองมีภาพลักษณ์เป็นสโมสรที่ให้โอกาสนักเตะอายุน้อยมาอย่างยาวนาน การมีรุ่นพี่ที่ผ่านเส้นทางอาชีพมากกว่าสิบปีจึงช่วยถ่ายทอดเรื่องวินัย การเตรียมตัว และวิธีรับมือกับแรงกดดัน นี่คือคุณค่าที่ไม่สามารถวัดจากสถิติประตูหรือแอสซิสต์ได้หากปกรณ์ช่วยยกระดับผู้เล่นรอบข้างได้ด้วย ดีลนี้จะยิ่งมีความหมายต่อการสร้างทีมมากกว่าการใช้งานเพียงฤดูกาลเดียว
จากคู่แข่งในอดีต สู่การสวมเสื้อเมืองทองในภารกิจสำคัญ
ตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับการท่าเรือ ปกรณ์เคยเผชิญหน้ากับเมืองทองในฐานะคู่แข่งหลายครั้ง และการแข่งขันระหว่างสองสโมสรเต็มไปด้วยบรรยากาศเข้มข้นเขาเคยทำผลงานเด่นในเกมที่การท่าเรือบุกชนะเมืองทอง 2-1 เมื่อปี 2019 จนได้รับคำชื่นชมจากทีมงานทีมชาติไทย และเคยสร้างโอกาสจากลูกเปิดที่นำไปสู่ประตูในการเจอกันของสองทีมวันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากนักเตะที่เคยพยายามเอาชนะเมืองทอง เขากำลังจะสวมเสื้อกิเลนผยองและช่วยสโมสรทำภารกิจสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่
ฟุตบอลเต็มไปด้วยเรื่องราวลักษณะนี้ และสำหรับแฟนบอลเมืองทอง สิ่งที่จะทำให้ยอมรับนักเตะได้เร็วที่สุดไม่ใช่อดีต แต่คือความทุ่มเทในสีเสื้อใหม่หากปกรณ์แสดงให้เห็นว่าพร้อมทำงานเพื่อเป้าหมายเลื่อนชั้น ความสัมพันธ์กับแฟนบอลจะถูกสร้างขึ้นได้อย่างรวดเร็วยิ่งทีมเริ่มฤดูกาลได้ดีและเจ้าตัวมีส่วนกับประตูหรือแอสซิสต์ ภาพของอดีตคู่แข่งจะค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยบทบาทใหม่ในฐานะสมาชิกของทีม
เมืองทองไม่ได้ซื้อเพียงชื่อ แต่กำลังซื้อ “ความพร้อมใช้”
ตลาดนักเตะของทีมที่ต้องการเลื่อนชั้นมีข้อจำกัดแตกต่างจากการสร้างทีมทั่วไปสโมสรไม่สามารถรอผู้เล่นใช้เวลาปรับตัวครึ่งฤดูกาล เพราะทุกคะแนนตั้งแต่สัปดาห์แรกมีความสำคัญปกรณ์จึงเป็นดีลที่ตอบโจทย์คำว่า พร้อมใช้เขารู้จักฟุตบอลไทย รู้จักไทยลีก 2 ผ่านประสบการณ์ล่าสุดกับโปลิศ เทโร และเคยเล่นภายใต้แรงกดดันสูงมาแล้วหลายปีทีมงานไม่จำเป็นต้องสอนพื้นฐานการรับมือฟุตบอลในประเทศ แต่สามารถเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจระบบของเมืองทองได้ทันทีสิ่งที่ต้องพิสูจน์คือสภาพร่างกายและการเข้ากับเพื่อนร่วมทีมชุดใหม่
หากปรับตัวได้เร็ว เมืองทองจะได้ทั้งลูกเปิด ลูกตั้งเตะ ประสบการณ์ และทางเลือกในการเปลี่ยนเกมจากผู้เล่นคนเดียวนี่คือความคุ้มค่าที่ทำให้การเซ็นสัญญาครั้งนี้ดูสมเหตุสมผลเพราะแม้อายุและชื่อเสียงอาจทำให้ดีลได้รับความสนใจ แต่สิ่งที่เมืองทองต้องการจริง ๆ คือคนที่สามารถช่วยให้ทีมชนะเกมฟุตบอลได้ทันที
ปกรณ์คือหนึ่งในจิ๊กซอว์ แต่ภารกิจเลื่อนชั้นต้องใช้ทั้งทีม
ท้ายที่สุด การคว้าปกรณ์ เปรมภักดิ์ ไม่ได้หมายความว่าเมืองทองจะได้รับประกันการเลื่อนชั้นไทยลีก 2 ฤดูกาล 2026/27 มีหลายสโมสรที่ลงทุนจริงจัง และทุกทีมรู้ดีว่าการเจอเมืองทองคือเกมที่สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้เล่นได้เป็นพิเศษ กิเลนผยอง จึงมีโอกาสเจอคู่แข่งเล่นด้วยความเข้มข้นสูงแทบทุกสัปดาห์สิ่งที่สโมสรต้องทำคือสร้างระบบให้ผู้เล่นใหม่ทุกคนทำงานร่วมกันได้ ไม่ใช่พึ่งความสามารถเฉพาะตัวของชื่อดังเพียงไม่กี่ราย
ปกรณ์สามารถช่วยสร้างโอกาส แต่ต้องมีกองหน้าที่เปลี่ยนลูกเปิดเป็นประตูเขาสามารถเล่นลูกตั้งเตะได้ดี แต่ทีมต้องมีผู้เล่นที่เคลื่อนที่และโจมตีบอลอย่างมีประสิทธิภาพและแม้เกมรุกจะทำงานได้ แนวรับก็ต้องรักษาความสม่ำเสมอไม่ให้ทีมเสียคะแนนง่าย ๆการเลื่อนชั้นจึงเป็นผลจากทุกองค์ประกอบ ไม่ใช่ผลงานของนักเตะคนใดคนหนึ่งอย่างไรก็ตาม การเพิ่มผู้เล่นที่ผ่านเกมใหญ่และรู้วิธีสร้างความแตกต่างในจังหวะสำคัญ ย่อมทำให้โอกาสของเมืองทองดีขึ้น
หลังตกจากลีกสูงสุดและประกาศเป้าหมายกลับขึ้นมาในปีเดียว สโมสรแสดงให้เห็นผ่านตลาดนักเตะว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการใช้ฤดูกาลนี้เพื่อปรับตัวพวกเขากำลังสร้างทีมเพื่อล่าแชมป์และเลื่อนชั้นทันทีการมาของ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ จึงเป็นมากกว่าการเปิดตัวนักเตะใหม่ แต่เป็นการเติมผู้เล่นที่มีทั้งประสบการณ์ คุณภาพลูกครอส และความสามารถในการจัดการเกมกดดัน หากเขาสามารถนำอาวุธที่เคยสร้างชื่อกับการท่าเรือมาใช้ในถิ่นธันเดอร์โดมได้เต็มที่ ดีลนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ เมืองทอง ยูไนเต็ด เปลี่ยนฤดูกาลแห่งความผิดหวัง ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับคืนสู่ไทยลีก 1 อย่างรวดเร็ว
ข่าวบอลไทยที่เกี่ยวข้อง
ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เปิดตัวชุดใหม่ Built to Rise ลุยฤดูกาล 2026/27
ทีมชาติไทย U17 ร่วมสายอิรัก ศึกชิงแชมป์เอเชีย U17 รอบคัดเลือก
ธีรเทพ วิโนทัย ชูช้างศึกสอบผ่าน แม้พลาดแชมป์อาเซียน 2026