MongBallThai.com

เกาะกระแสบอลไทยทุกลีก พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และข่าวสารฟุตบอลไทย

โค้ชหมี วางหมากโต๊ะเล็กไทย ใช้คอนติเนนทัล 2026

โค้ชหมี วางหมากโต๊ะเล็กไทย ใช้คอนติเนนทัล 2026

โค้ชหมี วางหมากโต๊ะเล็กไทย ใช้คอนติเนนทัล 2026 ฟื้นระบบ ผสมดาวรุ่ง ก่อนต่อยอดลุยเอเชียนอินดอร์เกมส์

ความเคลื่อนไหวของ ฟุตซอลชายทีมชาติไทย กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลัง “โค้ชหมี” รักษ์พล สายเนตรงาม นำลูกทีมจำนวน 20 คนลงฝึกซ้อมมื้อแรก เพื่อเตรียมเข้าร่วมการแข่งขัน คอนติเนนทัล ฟุตซอล แชมเปี้ยนชิพ 2026 ระหว่างวันที่ 1-6 สิงหาคม 2569 ที่ยิมเนเซียม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี โดยกุนซือโต๊ะเล็กช้างศึกยอมรับว่าการเตรียมทีมครั้งนี้มีข้อจำกัดเรื่องเวลาอย่างชัดเจน เพราะมีเวลาเก็บตัวประมาณสองสัปดาห์ ได้ฝึกซ้อมจริงเพียง 8 วัน หรือแบ่งเป็นประมาณ 10-12 เซสชันเท่านั้น ภารกิจสำคัญจึงไม่ใช่การเปลี่ยนทีมใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการรวบรวมนักเตะจากชุดชิงแชมป์เอเชียและชิงแชมป์อาเซียนกลับมาผสมผสานกัน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นหน้าใหม่บางรายเข้ามาพิสูจน์ตัวเอง เป้าหมายหลักคือฟื้นรูปแบบการเล่นหลังทีมไม่ได้รวมตัวกันเกือบสามเดือน และรักษามาตรฐานของทีมชาติไทยให้ต่อเนื่องก่อนเข้าสู่รายการสำคัญถัดไป

การเลือกใช้ทัวร์นาเมนต์คอนติเนนทัลเป็นพื้นที่ทดสอบทีมครั้งนี้มีความสำคัญมากกว่าผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว เพราะทีมชาติไทยต้องมองทั้งการรักษาความแข็งแกร่งในปัจจุบันและการสร้างผู้เล่นสำหรับอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย แม้ฟุตซอลจะมีธรรมชาติและระบบการแข่งขันแตกต่างจากฟุตบอลสนามใหญ่ แต่หลักการสร้างทีมยังต้องอาศัยลีกภายในประเทศ สโมสร ทีมเยาวชน และการพัฒนาผู้เล่นอย่างต่อเนื่อง การเรียกผู้เล่นประสบการณ์สูงกลับมาร่วมกับดาวรุ่งจึงเป็นการลดช่องว่างระหว่างรุ่น ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ทีมงานประเมินว่าใครพร้อมรับบทบาทมากขึ้น หากรายการเอเชียนอินดอร์เกมส์ไม่อยู่ในช่วงฟีฟ่าเดย์และทีมอาจไม่มีผู้เล่นต่างแดนบางราย การแข่งขันครั้งนี้จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างขุมกำลังชุดใหม่เร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด

เวลาเตรียมทีมสั้น ทำให้โค้ชหมีเลือกความต่อเนื่องมากกว่าการทดลองครั้งใหญ่

โค้ชหมีอธิบายอย่างชัดเจนว่า สาเหตุที่รายชื่อผู้เล่น 20 คนชุดนี้ยังประกอบด้วยนักเตะที่เคยผ่านชุดชิงแชมป์เอเชียและชิงแชมป์อาเซียนเป็นส่วนใหญ่ เพราะทีมมีเวลาฝึกซ้อมจำกัดอย่างมาก การเรียกผู้เล่นใหม่เข้ามาพร้อมกัน 7-8 คนอาจทำให้ทีมเสียเวลาไปกับการเริ่มต้นทำความเข้าใจระบบใหม่ทั้งหมด มากกว่าจะสามารถพัฒนารายละเอียดเชิงแท็กติกก่อนลงแข่งขันจริงได้

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เพราะฟุตซอลเป็นกีฬาที่ต้องใช้ความเข้าใจระหว่างผู้เล่นสูงมาก ทั้งจังหวะหมุนตำแหน่ง การเพรสซิ่ง การป้องกันแบบตัวต่อตัว และการเล่นเพาเวอร์เพลย์ หากสมาชิกในทีมไม่คุ้นเคยกัน ความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีสามารถนำไปสู่การเสียประตูได้ทันที

การรักษาแกนหลักเดิมจึงช่วยให้ทีมไม่ต้องเสียเวลาทบทวนพื้นฐานมากเกินไป นักเตะที่เคยผ่านระบบมาแล้วสามารถกลับเข้าสู่แนวทางเดิมได้เร็วกว่า ขณะที่ผู้เล่นใหม่จะได้รับการประคองจากเพื่อนร่วมทีมที่เข้าใจบทบาทอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การเลือกความต่อเนื่องไม่ได้หมายความว่าทีมปิดกั้นนักเตะหน้าใหม่ แต่เป็นการค่อย ๆ เติมผู้เล่นในจังหวะที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้คุณภาพโดยรวมลดลงอย่างกะทันหัน นี่คือความสมดุลที่ทีมชาติไทยต้องรักษา หากต้องการทั้งผลงานระยะสั้นและการสร้างทีมระยะยาว

การรวมสองชุดเข้าด้วยกันคือโจทย์สำคัญของแคมป์นี้

หนึ่งในเป้าหมายหลักของการเก็บตัวครั้งนี้คือการนำผู้เล่นจากชุดชิงแชมป์เอเชียและชุดชิงแชมป์อาเซียนกลับมารวมกัน หลังทั้งสองรายการมีการใช้นักเตะที่แตกต่างกันบางส่วน โค้ชหมีต้องการให้กลุ่มผู้เล่นเหล่านี้ฟื้นความเข้าใจร่วมกันและผสมผสานคุณสมบัติของแต่ละคนให้กลายเป็นทีมเดียวกันโดยเร็วที่สุด

การรวมสองชุดเข้าด้วยกันไม่ได้เป็นเพียงการเลือกรายชื่อที่ดีที่สุด แต่ต้องพิจารณาถึงสมดุลของบทบาทด้วย นักเตะบางคนอาจเด่นเรื่องประสบการณ์และการควบคุมจังหวะ ขณะที่อีกกลุ่มมีความสด ความเร็ว และพลังในการกดดันคู่แข่ง หากทีมงานจับคู่ได้เหมาะสม ทีมชาติไทยจะมีทั้งความนิ่งและความดุดันในเวลาเดียวกัน

ข้อดีของผู้เล่นประสบการณ์สูงคือสามารถรับมือเกมที่กดดันได้ดี เข้าใจว่าควรเร่งหรือชะลอจังหวะเมื่อใด ส่วนดาวรุ่งมักนำพลังและความกระหายเข้ามาเพิ่ม หากทั้งสองกลุ่มยอมรับบทบาทและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ผลลัพธ์อาจทำให้ทีมมีความหลากหลายมากขึ้นกว่าชุดใดชุดหนึ่งเพียงลำพัง

โจทย์สำคัญคือเวลาที่จำกัด ทีมต้องเร่งสร้างเคมีระหว่างผู้เล่นผ่านการฝึกซ้อมและเกมจริง หากการผสมผสานสำเร็จ คอนติเนนทัล 2026 จะไม่ใช่แค่รายการอุ่นเครื่อง แต่จะกลายเป็นต้นแบบของขุมกำลังสำหรับรายการใหญ่ต่อไป

ศิรวิทย์ บัวทองเลิศ คือสัญญาณว่าประตูทีมชาติยังเปิดกว้าง

ในรายชื่อครั้งนี้มีนักเตะใหม่ที่ได้รับโอกาสอย่าง ศิรวิทย์ บัวทองเลิศ จากราชภัฏเพชรบุรี ซึ่งโค้ชหมีมองว่าเป็นผู้เล่นน่าสนใจและยังมีอายุน้อย การเรียกดาวรุ่งรายนี้เข้ามาเพียงหนึ่งคนอาจดูเป็นจำนวนไม่มาก แต่มีความหมายต่อระบบการสร้างทีม เพราะสะท้อนว่าทีมงานยังติดตามผู้เล่นนอกกลุ่มเดิมและพร้อมเปิดโอกาสให้คนที่มีผลงานโดดเด่นได้เข้ามาพิสูจน์ตัวเอง

สำหรับศิรวิทย์ การติดทีมชาติครั้งแรกไม่ได้หมายความว่าเขาจะได้รับตำแหน่งทันที แต่เป็นโอกาสให้เรียนรู้มาตรฐานการฝึกซ้อมระดับนานาชาติ ทั้งความเร็วในการตัดสินใจ วินัยทางแท็กติก และความเข้มข้นของเกม นักเตะดาวรุ่งที่ได้ซ้อมร่วมกับรุ่นพี่ระดับทีมชาติจะสามารถเห็นช่องว่างของตัวเองชัดเจนขึ้น และนำกลับไปพัฒนาต่อในระดับสโมสรได้

ในมุมของผู้เล่นคนอื่น การเรียกศิรวิทย์ยังเป็นแรงกระตุ้นว่าฟอร์มในลีกยังมีความหมาย แม้บางคนอาจยังไม่มีชื่อในแคมป์นี้ แต่หากรักษาผลงานและพัฒนาต่อเนื่อง โอกาสก็ยังเปิดอยู่

การเพิ่มผู้เล่นใหม่ทีละคนยังช่วยให้ทีมรักษาสมดุลได้ดีกว่าการเปลี่ยนหลายตำแหน่งพร้อมกัน ดาวรุ่งจะไม่ต้องรับแรงกดดันมากเกินไป และสามารถค่อย ๆ ซึมซับระบบจากกลุ่มผู้เล่นเดิม นี่คือแนวทางที่มีโอกาสสร้างผู้เล่นทีมชาติได้อย่างยั่งยืนกว่า

การไม่มี มูฮัมหมัด อุสมานมูซา คือบททดสอบของเกมรุกไทย

หนึ่งในประเด็นสำคัญของแคมป์ครั้งนี้คือการไม่มีชื่อ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา เนื่องจากต้นสังกัดในยุโรปไม่สามารถปล่อยตัวมาร่วมทีมได้ เพราะช่วงการแข่งขันไม่ได้อยู่ในฟีฟ่าเดย์ โค้ชหมีมองว่านี่เป็นเรื่องปกติของผู้เล่นที่ค้าแข้งต่างประเทศ พร้อมขอบคุณสโมสรในไทยที่ยอมปล่อยนักกีฬาให้ทีมชาติ แม้จะไม่ใช่ช่วงบังคับปล่อยตัวก็ตาม

การขาดมูฮัมหมัดย่อมส่งผลต่อเกมรุก เพราะเขาเป็นผู้เล่นที่มีทั้งความแข็งแกร่ง ความเร็ว และความสามารถในการสร้างประตูด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้กลับเป็นโอกาสสำคัญให้ทีมได้ทดลองแนวทางที่ไม่ต้องพึ่งพาผู้เล่นรายเดียวมากเกินไป

ผู้เล่นคนอื่นต้องก้าวขึ้นมารับผิดชอบทั้งการพักบอล การดวลตัวต่อตัว และการจบสกอร์ ขณะที่ทีมงานอาจต้องปรับวิธีโจมตีให้ใช้การหมุนเวียนตำแหน่งและการเข้าทำเป็นกลุ่มมากขึ้น หากไทยสามารถรักษาคุณภาพเกมรุกได้โดยไม่มีมูฮัมหมัด ทีมจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ที่ไม่สามารถเรียกผู้เล่นต่างแดนได้ครบ

นี่จึงไม่ใช่เพียงปัญหาเรื่องผู้เล่นขาดหาย แต่เป็นบททดสอบว่าระบบของทีมแข็งแรงเพียงใด หากแนวทางการเล่นยังทำงานได้ ทีมชาติไทยก็จะลดความเสี่ยงจากการฝากความหวังไว้กับดาวเด่นเพียงไม่กี่ราย

สี่เกมคอนติเนนทัลคือห้องทดลองก่อนรายการใหญ่

ทีมชาติไทยมีโปรแกรมลงแข่งขันทั้งหมด 4 นัด เริ่มจากพบ นิวซีแลนด์ วันที่ 1 สิงหาคม ต่อด้วย อัฟกานิสถาน วันที่ 2 สิงหาคม ก่อนพบ เวียดนาม วันที่ 5 สิงหาคม และปิดท้ายกับ รัสเซีย วันที่ 6 สิงหาคม ทุกนัดแข่งขันที่ยิมเนเซียม อบจ.นนทบุรี เวลา 20.30 น.

ความหลากหลายของคู่แข่งทำให้ทัวร์นาเมนต์นี้เหมาะกับการประเมินทีมอย่างมาก นิวซีแลนด์อาจมอบโจทย์ด้านพละกำลังและรูปแบบที่แตกต่างจากทีมเอเชีย ขณะที่อัฟกานิสถานเป็นทีมที่มีความสามารถเฉพาะตัวและเล่นด้วยความเข้มข้น ส่วนเวียดนามเป็นคู่แข่งอาเซียนที่รู้จักไทยเป็นอย่างดี และรัสเซียมีมาตรฐานด้านแท็กติกและคุณภาพผู้เล่นสูง

การเจอคู่แข่งหลายสไตล์ภายในระยะเวลาสั้นจะช่วยให้ทีมงานเห็นทั้งจุดแข็งและข้อบกพร่องของทีมได้ชัดเจนกว่าเกมอุ่นเครื่องแบบนัดเดียว นักเตะจะถูกทดสอบเรื่องการฟื้นตัว การปรับแผน และการรักษามาตรฐานเมื่อโปรแกรมแข่งขันต่อเนื่อง

ผลการแข่งขันย่อมมีความสำคัญต่อความมั่นใจ แต่สิ่งที่ควรถูกจับตามากกว่าคือรูปแบบการเล่น ความสัมพันธ์ของผู้เล่น และความสามารถในการแก้ปัญหาในเกม หากทีมพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดจากนัดแรกถึงนัดสุดท้าย ทัวร์นาเมนต์นี้ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายในเชิงเตรียมทีมแล้ว

การฟื้นแนวทางเดิมสำคัญกว่าการสร้างระบบใหม่ทั้งหมด

โค้ชหมีระบุว่าเป้าหมายหลักของการแข่งขันสี่นัดคือการฟื้นฟูแนวทางการเล่น หลังทีมชาติไทยไม่ได้รวมตัวกันมาประมาณสามเดือนนับจากการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียน คำว่า “ฟื้นฟู” มีความหมายสำคัญ เพราะสะท้อนว่าทีมยังคงเชื่อมั่นในโครงสร้างเดิม และไม่ได้ต้องการรื้อระบบใหม่ทั้งหมดในช่วงเวลาที่จำกัด

การกลับเข้าสู่รูปแบบเดิมช่วยลดภาระของผู้เล่น เพราะหลายคนเคยผ่านการใช้งานระบบนี้มาแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือทบทวนจังหวะ การสื่อสาร และรายละเอียดเฉพาะสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งรับลูกคิกอิน การเพรสซิ่ง หรือการเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุก

ความท้าทายคือช่วงเวลาสามเดือนอาจทำให้ผู้เล่นกลับไปใช้แนวทางของสโมสรจนเกิดความแตกต่างบางส่วน ทีมงานจึงต้องทำให้ทุกคนกลับเข้าสู่ภาษาฟุตซอลแบบเดียวกันโดยเร็วที่สุด

การรักษาระบบเดิมยังช่วยให้ทีมสามารถวัดพัฒนาการได้ชัดเจน หากรูปแบบเดิมทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ทีมงานจะเห็นว่าปัญหาเกิดจากความฟิต ความเข้าใจ หรือคุณภาพเฉพาะบุคคล แล้วค่อยแก้ไขเป็นจุด ๆ

สำหรับรายการสั้น การสร้างระบบใหม่ทั้งหมดอาจมีความเสี่ยงมากเกินไป ดังนั้น การเลือกต่อยอดจากสิ่งที่นักเตะคุ้นเคยจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมกับเป้าหมายรักษามาตรฐานและเพิ่มคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

มินธาดาและธรรพ์ณธรคือภาพแทนของการต่อยอดดาวรุ่ง

โค้ชหมีพูดถึง มินธาดา ภิรมย์อยู่ และ ธรรพ์ณธร เหล็มเนียม ในฐานะผู้เล่นดาวรุ่งที่มีโอกาสก้าวขึ้นมาผสมผสานกับกลุ่มประสบการณ์ โดยมินธาดาได้รับการต่อยอดจากชุดชิงแชมป์เอเชียมาถึงชิงแชมป์อาเซียน ขณะที่ทัวร์นาเมนต์นี้จะเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นรุ่นใหม่ได้พิสูจน์ตัวเองมากขึ้น

กรณีของมินธาดาสะท้อนรูปแบบการพัฒนาที่ทีมชาติไทยต้องการ นักเตะไม่ได้ถูกเรียกมาเพียงเพื่อเติมจำนวน แต่ได้รับโอกาสสะสมประสบการณ์ผ่านหลายรายการ หากสามารถรักษามาตรฐานได้ ก็จะค่อย ๆ ขยับจากบทบาทดาวรุ่งไปสู่ตัวเลือกหลัก

ธรรพ์ณธรก็อยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน เขาต้องใช้คอนติเนนทัล 2026 แสดงให้เห็นว่าสามารถรับมือเกมระดับนานาชาติได้ ทั้งในด้านความเร็ว ความแข็งแกร่ง และการตัดสินใจ การทำผลงานได้ดีอาจช่วยให้มีโอกาสต่อเนื่องไปถึงรายการถัดไป

การสร้างผู้เล่นใหม่ไม่ควรเกิดขึ้นเมื่อรุ่นพี่หมดสภาพแล้วเท่านั้น แต่ต้องเตรียมทดแทนล่วงหน้า เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไม่กระทบมาตรฐานของทีม การมีนักเตะอายุน้อยซ้อมและแข่งขันร่วมกับรุ่นพี่จึงเป็นวิธีที่ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้ได้รวดเร็วและรับผิดชอบบทบาทมากขึ้นตามลำดับ

คอนติเนนทัล 2026 เชื่อมตรงสู่การเตรียมเอเชียนอินดอร์เกมส์

โค้ชหมีระบุชัดว่าช่วงเวลาการเตรียมทีมครั้งนี้จะต่อยอดไปถึงการแข่งขันเอเชียนอินดอร์เกมส์ ซึ่งทีมงานจำเป็นต้องประเมินว่าอาจใช้ผู้เล่นชุดใด เพราะรายการดังกล่าวไม่ได้อยู่ในฟีฟ่าเดย์ และมีความเป็นไปได้ว่าจะไม่มีมูฮัมหมัด อุสมานมูซาเช่นเดียวกัน

ด้วยเหตุนี้ คอนติเนนทัล 2026 จึงมีความหมายในฐานะการจำลองสถานการณ์ล่วงหน้า ทีมจะได้เห็นว่าหากไม่มีผู้เล่นต่างแดน ขุมกำลังในประเทศสามารถรักษามาตรฐานได้มากน้อยเพียงใด ใครพร้อมรับบทบาทหลัก และตำแหน่งใดยังต้องมองหาตัวเลือกเพิ่มเติม

ข้อแตกต่างคือ หากทีมมีเวลาเตรียมตัวสำหรับเอเชียนอินดอร์เกมส์ประมาณหนึ่งเดือนหรือหนึ่งเดือนครึ่ง โค้ชหมีอาจเปิดโอกาสให้ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาฝึกซ้อมมากขึ้น ต่างจากแคมป์ปัจจุบันที่มีเวลาจำกัดเกินกว่าจะเปลี่ยนทีมหลายตำแหน่งพร้อมกัน

นักเตะที่ยังไม่มีชื่อจึงไม่ควรมองว่าประตูทีมชาติถูกปิด หากรักษาฟอร์มในลีกได้ต่อเนื่องและแสดงคุณสมบัติที่ตรงกับระบบ พวกเขายังมีโอกาสเข้าสู่แคมป์ที่ยาวขึ้นในอนาคต

ทัวร์นาเมนต์นี้จึงเป็นทั้งการเตรียมตัวของผู้เล่นชุดปัจจุบันและการสร้างข้อมูลสำหรับการคัดเลือกครั้งถัดไป ทุกนาทีในสนามจะช่วยให้ทีมงานตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้นว่าใครควรได้รับความไว้วางใจในรายการสำคัญระดับทวีป

เป้าหมายที่แท้จริงคือรักษามาตรฐาน พร้อมสร้างทีมที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากเกินไป

คำพูดสำคัญของโค้ชหมีคือ ทีมงานต้องหาวิธีทำให้ทีมไม่เปลี่ยนแปลงมากเกินไป แต่ยังคงรักษาคุณภาพและมาตรฐานเดิมเอาไว้ นี่คือโจทย์ใหญ่ของทีมชาติไทย เพราะในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างนักเตะประสบการณ์สูงกับดาวรุ่ง ทีมมักเสี่ยงต่อการสูญเสียความต่อเนื่อง หากเปลี่ยนเร็วเกินไป ผลงานอาจตกลง แต่หากไม่เปิดทางให้ผู้เล่นใหม่เลย ทีมก็อาจขาดตัวเลือกในอนาคต

แนวทางของโค้ชหมีจึงเป็นการเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เก็บแกนหลักที่เข้าใจระบบไว้ แล้วเติมดาวรุ่งทีละรายเพื่อให้ทีมยังสามารถแข่งขันได้ในระดับสูง นักเตะใหม่ต้องพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้มีเพียงฟอร์มดีในลีก แต่สามารถปรับตัวกับความเร็วและวินัยของเกมทีมชาติได้ด้วย

การแข่งขันกับนิวซีแลนด์ อัฟกานิสถาน เวียดนาม และรัสเซีย จะช่วยเปิดเผยว่ากลุ่มผู้เล่นชุดนี้รักษามาตรฐานได้จริงหรือไม่ หากทีมสามารถเล่นตามแนวทางเดิม พร้อมเพิ่มพลังจากดาวรุ่งและลดผลกระทบจากการขาดมูฮัมหมัดได้ ก็จะถือเป็นสัญญาณบวกต่อรายการถัดไป

ดังนั้น เป้าหมายของคอนติเนนทัล 2026 ไม่ควรถูกจำกัดอยู่ที่ตำแหน่งแชมป์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าทีมชาติไทยสามารถฟื้นระบบ สร้างทางเลือก และวางรากฐานสำหรับอนาคตได้มากเพียงใด หากสามส่วนนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ทัวร์นาเมนต์ที่นนทบุรีจะกลายเป็นก้าวสำคัญของโต๊ะเล็กช้างศึกในเส้นทางรักษาความเป็นทีมชั้นนำของเอเชียต่อไป