MongBallThai.com

เกาะกระแสบอลไทยทุกลีก พร้อมบทวิเคราะห์เจาะลึก และข่าวสารฟุตบอลไทย

โคเรียนเวย์ คือเหตุผลที่ พลังกาญจน์ ฝากอนาคตไว้กับ ปาร์ค ฮัง ซอ

โคเรียนเวย์ คือเหตุผลที่ พลังกาญจน์ ฝากอนาคตไว้กับ ปาร์ค ฮัง ซอ

เมื่อ โคเรียนเวย์ ไม่ใช่แค่การจ้างโค้ช แต่คือการเลือกอนาคตของทั้งสโมสร

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ พลังกาญจน์ เอฟซี ก่อนเปิดฤดูกาล BYD SEAL 5 ลีกสอง 2026/27 ไม่ได้หยุดอยู่แค่การแต่งตั้ง ปาร์ค ฮัง ซอ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน แต่ยังสะท้อนถึงแนวคิดใหม่ในการสร้างทีม หลัง นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ ประธานที่ปรึกษาสโมสร ออกมาเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า ตนเองสนับสนุนแนวทางโคเรียนเวย์ มาตั้งแต่ต้น เพราะชื่นชอบรูปแบบการทำทีมของกุนซือชาวเกาหลีใต้ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักเตะรุ่นใหม่มากกว่าการพึ่งพาสตาร์ชื่อดัง พร้อมยอมรับว่าภายในบอร์ดบริหารเคยมีการถกเถียงกันระหว่าง เจแปนเวย์ กับ โคเรียนเวย์ ก่อนสุดท้ายจะเลือกแนวทางหลัง เนื่องจากเหมาะสมทั้งในด้านแนวคิดและงบประมาณ

หลายสโมสรในฟุตบอลไทยมักเริ่มต้นจากการเลือกเฮดโค้ชก่อน แล้วค่อยสร้างทีมตามแนวทางของโค้ชคนนั้น แต่คำให้สัมภาษณ์ของ นพ.ประวัติ กลับสะท้อนอีกมุมหนึ่งว่า พลังกาญจน์ เอฟซี เริ่มจากการตั้งคำถามว่า “สโมสรอยากเป็นทีมแบบไหน” แล้วจึงเลือกคนที่เหมาะกับแนวทางดังกล่าว หากติดตาม การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย จะเห็นว่าสโมสรที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว มักมีปรัชญาการทำทีมที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเน้นเยาวชน การเล่นเกมรุก หรือการสร้างวินัยในทีม มากกว่าการเปลี่ยนแนวทางไปตามตัวโค้ชทุกฤดูกาล

แนวคิดโคเรียนเวย์ ที่ พลังกาญจน์ เอฟซี เลือก จึงไม่ได้หมายถึงการใช้โค้ชชาวเกาหลีใต้เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการนำแนวทางการฝึกซ้อม ความมีระเบียบ วินัย และการพัฒนาผู้เล่นอย่างเป็นระบบมาเป็นรากฐานของสโมสร ซึ่งถือเป็นการลงทุนระยะยาวมากกว่าการหวังผลเฉพาะฤดูกาลเดียว

ทำไม ปาร์ค ฮัง ซอ จึงเป็นคนที่หมอประวัติ เชื่อมั่น

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากบทสัมภาษณ์ คือเหตุผลที่ นพ.ประวัติ ยกให้ ปาร์ค ฮัง ซอ เป็นโค้ชที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะเขาไม่ได้มองที่ชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับ “วิธีสร้างทีม”ผลงานของ ปาร์ค ฮัง ซอ กับทีมชาติเวียดนาม เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า เขาไม่ได้สร้างความสำเร็จจากการมีนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ แต่ใช้การยกระดับผู้เล่นอายุน้อย วางระบบทีมที่มีวินัย และสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกคนเล่นเพื่อส่วนรวม จนสามารถพาเวียดนามก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมหาอำนาจฟุตบอลอาเซียนได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

นั่นทำให้ พลังกาญจน์ เอฟซี ไม่ได้คาดหวังเพียงการมีโค้ชที่มีชื่อเสียงมาสร้างกระแส แต่หวังให้กุนซือชาวเกาหลีใต้เข้ามาเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานของทั้งองค์กร ตั้งแต่วิธีฝึกซ้อม การเตรียมทีม ไปจนถึงแนวคิดของนักเตะในแต่ละวันหากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง ผลลัพธ์ที่สโมสรได้รับอาจไม่ได้มีเพียงอันดับบนตารางคะแนน แต่คือรากฐานใหม่ของการพัฒนาทีมในระยะยาว

ถูกกว่าเจแปนเวย์ แต่จะคุ้มค่ากว่าหรือไม่

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือคำยอมรับของ นพ.ประวัติ ว่า หนึ่งในเหตุผลที่เลือก โคเรียนเวย์ คือเรื่องงบประมาณ เพราะมีต้นทุนต่ำกว่าแนวทางจากญี่ปุ่น ขณะเดียวกันก็ยังเชื่อว่ามีศักยภาพในการพัฒนาทีมได้ไม่แพ้กันอย่างไรก็ตาม การประเมินความคุ้มค่าของแนวทางนี้ คงไม่สามารถตัดสินได้จากค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าระบบที่ ปาร์ค ฮัง ซอ และทีมสตาฟฟ์นำเข้ามา สามารถยกระดับศักยภาพของนักเตะไทยได้จริงหรือไม่

หากนักเตะสามารถซึมซับวินัย ความเข้มข้นในการฝึกซ้อม และแนวคิดการเล่นแบบเกาหลีใต้ได้ ผลตอบแทนที่ พลังกาญจน์ เอฟซี จะได้รับ อาจมีมูลค่ามากกว่าค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างหลายเท่า เพราะสโมสรจะไม่ได้เพียงโค้ชหนึ่งคน แต่จะได้องค์ความรู้และวัฒนธรรมฟุตบอลรูปแบบใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนี่จึงเป็นเหตุผลที่แฟนบอลไทยจำนวนมากกำลังจับตาโครงการ “โคเรียนเวย์” ของ พลังกาญจน์ เอฟซี เพราะหากประสบความสำเร็จ ก็อาจกลายเป็นต้นแบบให้หลายสโมสรในไทยลีกเดินตามในอนาคต

วินัยแบบเกาหลี จะเข้ากับนักเตะไทยได้มากแค่ไหน

หนึ่งในจุดเด่นของฟุตบอลเกาหลีใต้ที่ได้รับการยอมรับในระดับเอเชีย คือเรื่องของ วินัย ความเข้มข้นในการฝึกซ้อม และความรับผิดชอบต่อแท็กติก นักเตะทุกคนต้องเข้าใจบทบาทของตัวเองอย่างชัดเจน พร้อมทำงานเพื่อทีมตลอด 90 นาที ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นตัวจริงหรือผู้เล่นสำรอง

คำถามสำคัญคือ แนวคิดเช่นนี้จะสามารถนำมาปรับใช้กับนักเตะไทยได้มากน้อยเพียงใด

ในความเป็นจริง นักเตะไทยมีจุดแข็งเรื่องเทคนิค ความคล่องตัว และการเล่นบอลกับพื้น แต่หลายครั้งกลับถูกตั้งข้อสังเกตในเรื่องความสม่ำเสมอของเกม ความเข้มข้นในการเล่น และการรักษามาตรฐานตลอดการแข่งขัน หาก ปาร์ค ฮัง ซอ สามารถถ่ายทอดวัฒนธรรมการทำงานแบบเกาหลีให้เกิดขึ้นภายในทีมได้จริง พลังกาญจน์ เอฟซี อาจไม่ได้เปลี่ยนแค่แท็กติกในสนาม แต่จะเปลี่ยน “แนวคิด” ของนักเตะทั้งทีม

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่เดือน เพราะวินัยเป็นเรื่องที่ต้องสร้างผ่านการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง และต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งนักเตะ สตาฟฟ์โค้ช รวมถึงฝ่ายบริหารของสโมสรนั่นหมายความว่า ฤดูกาล 2026/27 อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโครงการ “โคเรียนเวย์” มากกว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เห็นผลลัพธ์ทั้งหมดทันที

ปาร์ค ฮัง ซอ จะถูกตัดสินจากระบบ มากกว่าผลงานระยะสั้น

เมื่อชื่อของ ปาร์ค ฮัง ซอ ถูกประกาศอย่างเป็นทางการ ความคาดหวังจากแฟนบอลก็เพิ่มขึ้นทันที หลายคนหวังเห็น พลังกาญจน์ เอฟซี กลายเป็นทีมลุ้นแชมป์ หรืออย่างน้อยต้องมีผลงานที่โดดเด่นตั้งแต่ฤดูกาลแรกแต่หากพิจารณาจากแนวคิดของ นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ จะพบว่าสโมสรไม่ได้มองเพียงผลการแข่งขันระยะสั้น หากต้องการสร้างโครงสร้างฟุตบอลที่แข็งแรงในระยะยาว ซึ่งหมายความว่า การประเมินผลงานของกุนซือชาวเกาหลีใต้ ไม่ควรดูเฉพาะอันดับในตารางคะแนนเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ควรจับตามองมากกว่า คือการเปลี่ยนแปลงด้านรูปแบบการเล่น ความกล้าใช้นักเตะดาวรุ่ง การพัฒนาศักยภาพของผู้เล่นแต่ละคน รวมถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ในการฝึกซ้อมและการเตรียมทีมหากตลอดฤดูกาล นักเตะมีพัฒนาการที่ชัดเจน เล่นฟุตบอลด้วยความเข้าใจแท็กติกมากขึ้น และทีมมีเอกลักษณ์ของตัวเอง แม้ผลงานอาจยังไม่ถึงเป้าหมายสูงสุด ก็ถือว่าโครงการ “โคเรียนเวย์” เดินมาถูกทิศทางแล้วเพราะสุดท้ายแล้ว สโมสรที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน มักเริ่มต้นจากการสร้างระบบที่มั่นคง มากกว่าการไล่ล่าความสำเร็จเพียงฤดูกาลเดียว

หากโมเดลนี้สำเร็จ ไทยลีก 2 อาจได้เห็นแนวทางการสร้างทีมรูปแบบใหม่

ที่ผ่านมา หลายสโมสรในฟุตบอลไทยมักแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนโค้ช เปลี่ยนนักเตะ หรือเสริมผู้เล่นต่างชาติทุกครั้งที่ผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่สิ่งที่ พลังกาญจน์ เอฟซี กำลังทดลอง คือการลงทุนกับ “ปรัชญาการทำทีม” ตั้งแต่ระดับโครงสร้างหากแนวทางนี้ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะในแง่ของผลการแข่งขัน การพัฒนานักเตะ หรือการสร้างมูลค่าให้กับสโมสร ก็มีโอกาสที่หลายทีมใน BYD SEAL 5 ลีกสอง จะเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการกำหนดอัตลักษณ์ของทีมก่อนเลือกเฮดโค้ช

ผลดีอีกด้านหนึ่งคือการแข่งขันในลีกจะมีความหลากหลายมากขึ้น แต่ละสโมสรจะมีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง ทั้งด้านแท็กติก การพัฒนาเยาวชน และการบริหารทีม ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพฟุตบอลไทยโดยรวมแม้วันนี้จะยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าโคเรียนเวย์ จะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่การที่สโมสรกล้าลงทุนกับแนวคิดระยะยาว ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกของวงการฟุตบอลไทย ที่เริ่มให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานมากกว่าความสำเร็จแบบฉาบฉวย

บทสรุป

การเปิดเผยเหตุผลของ นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ ทำให้เห็นชัดว่า การแต่งตั้ง ปาร์ค ฮัง ซอ ไม่ใช่เพียงการดึงโค้ชชื่อดังเข้ามาสร้างกระแส แต่เป็นการกำหนดทิศทางใหม่ให้กับ พลังกาญจน์ เอฟซี ผ่านแนวคิด “โคเรียนเวย์” ที่เน้นวินัย การพัฒนานักเตะ และการสร้างระบบฟุตบอลที่แข็งแรงความท้าทายจากนี้ไปจึงไม่ได้อยู่ที่การชนะกี่นัด หรือจบอันดับใดในฤดูกาล 2026/27 เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าสโมสรจะสามารถปลูกฝังวัฒนธรรมการทำงานแบบใหม่ให้เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ และนักเตะจะสามารถยกระดับตัวเองภายใต้แนวคิดดังกล่าวได้มากเพียงใด

หาก พลังกาญจน์ เอฟซี ทำได้สำเร็จ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่สโมสรแห่งนี้ แต่ยังอาจกลายเป็นต้นแบบให้หลายทีมในฟุตบอลไทยหันมาให้ความสำคัญกับ “การสร้างอัตลักษณ์” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงระยะสั้น เพราะในโลกฟุตบอลยุคใหม่ สโมสรที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ล้วนเริ่มต้นจากการมีแนวคิดที่ชัดเจน และเลือกบุคลากรให้สอดคล้องกับแนวคิดนั้น ไม่ใช่เพียงการเลือกโค้ชที่มีชื่อเสียงที่สุดในตลาดเท่านั้น และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้การตัดสินใจครั้งนี้ของ พลังกาญจน์ เอฟซี ถูกจับตามองจากทั้งวงการฟุตบอลไทย ว่าจะสามารถเปลี่ยน แนวคิด ให้กลายเป็นความสำเร็จ ได้จริงหรือไม่ในอนาคตอันใกล้