
ครูคลิ้นเปิดภาพคู่ เนวิน เมื่อ 3 ปีก่อน พร้อมเผยตัวตนผมก็เป็นคนบุรีรัมย์ ก่อนพา ราษีไศล ยูไนเต็ด ลุยไทยลีก
หนึ่งในเรื่องราวที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของวงการฟุตบอลไทยในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2569 ไม่ใช่เพียงเรื่องการเสริมทัพของสโมสรใหญ่หรือโปรแกรมการแข่งขันฤดูกาลใหม่ แต่กลับเป็นโพสต์จาก “ครูคลิ้น” ภาณุพงศ์ จารุวงษ์เสถียร ประธานสโมสรราษีไศล ยูไนเต็ด ที่สร้างความประทับใจให้แฟนบอลทั่วประเทศ หลังเจ้าตัวเผยภาพเมื่อปี 2566 ที่เคยถ่ายร่วมกับ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมเปิดเผยเรื่องราวชีวิตที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนว่าแท้จริงแล้ว เขาเป็นชาวบุรีรัมย์โดยกำเนิด เติบโต ศึกษา และใช้ชีวิตอยู่ในจังหวัดแห่งนี้มาตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนจะก้าวมาสร้างสโมสรฟุตบอลของตัวเองจนสามารถพาราษีไศล ยูไนเต็ด ไต่จากฟุตบอลสมัครเล่นขึ้นสู่เวทีไทยลีก 1 ได้สำเร็จ เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นไวรัลทันที เพราะสะท้อนให้เห็นถึงเส้นทางของคนฟุตบอลที่เริ่มต้นจากศูนย์ และพิสูจน์ให้เห็นว่าความฝันสามารถกลายเป็นความจริงได้ด้วยความมุ่งมั่นและความอดทน
การเปิดเผยตัวตนของ “ครูคลิ้น” ยังทำให้แฟนบอลจำนวนมากหันมาสนใจเส้นทางการเติบโตของราษีไศล ยูไนเต็ด มากยิ่งขึ้น เพราะนี่คือหนึ่งในสโมสรที่สร้างประวัติศาสตร์เลื่อนชั้นต่อเนื่องจนก้าวสู่ลีกสูงสุดของประเทศไทยได้สำเร็จ ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของฟุตบอลระดับภูมิภาคที่สามารถพัฒนาไปสู่เวทีอาชีพได้อย่างแท้จริง สำหรับแฟนบอลที่ต้องการติดตามทุกความเคลื่อนไหวของลีกอาชีพไทย สโมสรต่าง ๆ ทีมชาติไทย ระบบการแข่งขัน รวมถึงเส้นทางของทีมเล็กสู่ลีกสูงสุด สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การแข่งขันฟุตบอลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ไทยลีก ทีมชาติไทย จนถึงเวทีเอเชีย ซึ่งรวบรวมทุกเรื่องราวสำคัญของวงการลูกหนังไทยไว้ครบถ้วน และช่วยให้เห็นภาพรวมของการเติบโตของฟุตบอลไทยในยุคปัจจุบัน
จากเด็กบุรีรัมย์ สู่ประธานสโมสรที่พาทีมเล็กสร้างประวัติศาสตร์
แม้ปัจจุบันแฟนบอลจะจดจำ ครูคลิ้น ในฐานะประธานสโมสรราษีไศล ยูไนเต็ด แต่หลายคนอาจไม่เคยทราบว่า ชีวิตของเขาผูกพันกับจังหวัดบุรีรัมย์มาตั้งแต่กำเนิด
เจ้าตัวเปิดเผยว่า บ้านเกิดอยู่ที่ตำบลอิสาณ จังหวัดบุรีรัมย์ เรียนระดับอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลบุรีรัมย์ ก่อนศึกษาต่อที่โรงเรียนมารีย์อนุสรณ์บุรีรัมย์ และโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม อีกทั้งยังกลับบ้านที่บุรีรัมย์แทบทุกสัปดาห์ เพราะครอบครัวของภรรยาก็อาศัยอยู่ในจังหวัดเดียวกันเรื่องราวเหล่านี้อธิบายได้ว่าทำไมเขาจึงมีความผูกพันกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และเนวิน ชิดชอบ มาโดยตลอด แม้ในวันนี้จะทำหน้าที่บริหารสโมสรที่เป็นคู่แข่งในสนามแข่งขันก็ตามภาพถ่ายเมื่อปี 2566 ที่สนามช้าง อารีนา จึงไม่ได้เป็นเพียงรูปแห่งความทรงจำธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของเส้นทางชีวิต จากแฟนฟุตบอลคนหนึ่ง สู่ผู้บริหารสโมสรฟุตบอลอาชีพที่กำลังจะนำทีมของตัวเองลงแข่งขันบนเวทีเดียวกับสโมสรที่เขาเติบโตมาพร้อมกับการติดตามผลงานมาตลอดชีวิต
ความฝันของทีมเล็กที่อยากวัดมาตรฐานกับแชมป์ไทยลีก
ก่อนหน้านี้ “ครูคลิ้น” เคยถูกสื่อมวลชนถามว่า หากสามารถเลือกคู่แข่งในนัดเปิดสนามของศึก BYD SEALION 6 ลีกหนึ่ง ฤดูกาล 2026/27 ได้ อยากพบทีมใดมากที่สุด ซึ่งคำตอบของเขาไม่ได้เป็นสโมสรที่เพิ่งเลื่อนชั้นเหมือนกัน หรือทีมระดับกลางของลีก แต่กลับเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรที่ครองความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลไทยมาอย่างยาวนานเหตุผลของเขาเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย
เพราะต้องการรู้ว่าทีมของตัวเองพัฒนามาไกลเพียงใด และอยากใช้เกมกับแชมป์ไทยลีกเป็นมาตรวัดศักยภาพของราษีไศล ยูไนเต็ด มากกว่าการมองเพียงผลการแข่งขันแนวคิดเช่นนี้ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนบอลจำนวนมาก เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติของผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนา มากกว่าการหลีกเลี่ยงคู่แข่งที่แข็งแกร่ง
ในโลกฟุตบอล สโมสรขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยมักใช้การเผชิญหน้ากับทีมระดับแชมป์เป็นแรงผลักดันในการยกระดับตัวเอง และราษีไศล ยูไนเต็ด ก็กำลังเดินอยู่บนเส้นทางเดียวกันจากการเริ่มต้นในฟุตบอลสมัครเล่น สู่การเลื่อนชั้นอย่างต่อเนื่อง จนได้สิทธิ์ลงเล่นบนเวทีลีกสูงสุด ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากงบประมาณมหาศาล แต่เกิดจากการวางแผน การสร้างทีม และการทำงานอย่างต่อเนื่องของทุกฝ่ายภายในสโมสรเมื่อวันหนึ่งต้องลงสนามพบบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่ว่าจะในช้าง อารีนา หรือสนามเหย้าของราษีไศล ยูไนเต็ด เกมนั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อสามคะแนน แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่สะท้อนการเดินทางของทีมเล็กที่กล้าฝัน และกล้าพิสูจน์ตัวเองกับสโมสรที่ดีที่สุดของประเทศ
โพสต์เดียวที่สะท้อนมิตรภาพ และวัฒนธรรมของวงการฟุตบอลไทย
แม้ฟุตบอลอาชีพจะเต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่เรื่องราวของ “ครูคลิ้น” และเนวิน ชิดชอบ แสดงให้เห็นว่า นอกสนามฟุตบอล ความสัมพันธ์ระหว่างคนในวงการยังคงเต็มไปด้วยความเคารพและมิตรภาพการที่ประธานสโมสรน้องใหม่โพสต์ภาพร่วมกับประธานสโมสรแชมป์ไทยลีก พร้อมขออนุญาตเจ้าของภาพก่อนเผยแพร่ และเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ทำให้แฟนบอลจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงบวกหลายคนมองว่านี่คือเสน่ห์ของฟุตบอลไทย ที่แม้จะเป็นคู่แข่งกันในสนาม แต่ยังสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ให้กำลังใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้กันได้
ในขณะเดียวกัน เรื่องราวดังกล่าวยังสะท้อนว่าความสำเร็จของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้กลายเป็นต้นแบบให้หลายสโมสรศึกษา ไม่ว่าจะเป็นระบบบริหาร การพัฒนาเยาวชน หรือการสร้างสโมสรให้เติบโตอย่างมั่นคงสำหรับราษีไศล ยูไนเต็ด การได้ขึ้นมาแข่งขันในลีกเดียวกับต้นแบบที่ตัวเองเคยชื่นชม ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ และอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับสโมสรแห่งนี้
จากภาพเมื่อสามปีก่อน สู่การพบกันบนเวทีไทยลีก 1
หากย้อนกลับไปในปี 2566 คงมีไม่กี่คนที่คาดคิดว่าชายผู้ยืนถ่ายภาพร่วมกับเนวิน ชิดชอบ จะสามารถพาทีมฟุตบอลสมัครเล่นก้าวขึ้นมาแข่งขันบนเวทีสูงสุดของประเทศไทยได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปีวันนี้ ภาพใบเดิมจึงมีคุณค่ามากกว่าความทรงจำ เพราะสะท้อนการเดินทางของคนคนหนึ่งที่เริ่มต้นจากความหลงใหลในฟุตบอล
ก่อนจะสร้างสโมสรของตัวเอง พัฒนาทีมอย่างต่อเนื่อง และพาราษีไศล ยูไนเต็ด เข้าสู่ไทยลีก 1 ได้สำเร็จฤดูกาล 2026/27 จึงเป็นมากกว่าฤดูกาลแรกของสโมสรในลีกสูงสุด แต่เป็นบทพิสูจน์ว่า “ทีมเล็ก” ก็สามารถเติบโตขึ้นมาแข่งขันกับสโมสรระดับประเทศได้ หากมีวิสัยทัศน์ การบริหารที่ดี และความมุ่งมั่นอย่างไม่ย่อท้อ
สำหรับแฟนบอล การเผชิญหน้าระหว่างราษีไศล ยูไนเต็ด กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จึงเป็นเกมที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ทั้งในแง่การแข่งขัน ความผูกพันของผู้บริหาร และการเดินทางของสองสโมสรที่มีจุดเริ่มต้นแตกต่างกัน แต่ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน คือการพัฒนาฟุตบอลไทยให้ก้าวไปข้างหน้าไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเช่นไร เรื่องราวของ
“ครูคลิ้น” ภาณุพงศ์ จารุวงษ์เสถียร จะยังคงเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญของวงการฟุตบอลไทย ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ความฝัน ความพยายาม และการไม่ยอมแพ้ สามารถพาทีมเล็กก้าวขึ้นมายืนอยู่บนเวทีเดียวกับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศได้จริง
ข่าวบอลไทยที่เกี่ยวข้อง
อชิตพล โพสต์ซึ้งอำลา ชวาเบน เอาก์สบวร์ก เปิดบทใหม่กับ อูล์ม ล่าฝันลูกหนังเยอรมนี
ธีรภัทร-อิทธิมนต์ บินล่าฝันที่ญี่ปุ่นกับ ซัปโปโร
ชนน์ชนก ชิดชอบ อำลา ผอ.อคาเดมี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก้าวสู่บทใหม่กับทีมชุดใหญ่